ลำไย : ชุมชนคนสนใจเรื่องลำไย ถามตอบ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น

https://www.facebook.com/groups/www.longankipqew/

หรือ

http://www.gotoknow.org/dashboard/home/#/posts/545415/edit

สาวน้อยใจดี นู๋ยุ้ยแก้มตุ่ย

https://www.facebook.com/profile.php?id=100000397078840

.

บทที่...ว่าด้วยการดูแลลำไยช่วงติดช่อดอก

สวัสดีค่ะ วันนี้วันอาทิตย์ที่ 13 มกราคม 2555 เมื่อวานวันเด็ก เลยเข้ามาเที่ยวในกรุงเทพฯ มีโอกาสไปกองทัพอากาศ ไปเดินดูเครื่องบิน สมัยอยู่โรงเรียนมัธยม ยุ้ยก็เคยเห็นเฮลิคอปเตอร์บินมาอยู่เป็นประจำ เพราะพวกทหารเรือหน่วยนาวิกโยธิน ชอบบินมาใช้สนามฟุตบอลของโรงเรียนนำเครื่องลงจอด-บินขึ้น อยู่เป็นประจำ หนวกหูมากเลย แต่เครื่องบินแบบที่มีปีกไม่เคยเห็น เลยแวะมาดู เห็นเด็กๆ เยอะแยะพ่อแม่พามาชม น่าอิจฉาเด็กๆ ที่มานะคะ เขามีโอกาสเรียนรู้เรื่องเหล่านี้ตั้งแต่เล็กๆ ส่วนยุ้ยเกิดมา 20 ปี เพิ่งจะเคยได้เห็นเครื่องบินแบบมีปีกรุ่นโบราณๆ ก็วันนี้แหละ เลยทำตัวเป็นเด็กปีนขึ้นไปถ่ายรูปเอามาฝากให้ชมกัน....ซะเลย

ในเรื่องการศึกษาด้านวิชาการเกษตร ช่วงนี้ยุ้ยกำลังจะเข้าปฏิบัติงานเป็นผู้ช่วยในห้องเเล็ป ท่านอาจารย์แม่เลือกยุ้ย กับเพื่อนอีกคนหนึ่ง ซึ่งเป็นเรียนเก่งที่สุดในชั้นแรียน เพื่อนเรียนเก่งนะ ส่วนยุ้ยก็งั้นๆ แหละอาศัยทำหน้าน่ารัก อยู่รับใช้อาจารย์ดี ท่านเลยให้ความเมตตา เรียกไปเป็นผู้ช่วยประจำห้องแล็ป เพื่อที่ยุ้ยจะได้มีความรู้พิเศษเพิ่มเติม

ตอนแรกอาจารย์จะให้ไปเป็นผู้ช่วยในแล็ปเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชทั้งสองคน ก็น่าสนใจอยู่นะเรื่องเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ แต่ยุ้ยทำเนียนๆ ขอไปปฏิบัติงานในเเล็ปการตรวจวิเคราะห์ธาตุอาหารในดิน และพืชแทน สรุปเพื่อนคนเก่งของยุ้ยได้ไปช่วยงานห้องเพาะเลี้ยง ส่วนยุ้ยเข้าทางที่อยากรู้ไปแล็ปวิเคราะห์พืช

ยุ้ยคิดว่าวันข้างหน้าจะได้ใช้ประโยชน์จากความรู้จากแล็ปนี้ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในสวนลำไยของยุ้ย และเพื่อนๆ เกษตรกรชาวสวนลำไย รวมถึงสวนผลไม้ชนิดอื่นๆ ด้วย...ค่ะ แล้วไว้จะเอามาเขียนบันทึกเล่าให้ฟัง ว่าไปทำแล็ปเขาระเบิดเปล่า....อิ..อิ

กลับมานั่งเขียนบันทึกเกี่ยวกับการดูแลลำไย ในเรื่องของการตอบคำถามเกี่ยวกับปัญหาการราดสารเสร็จเมื่อคืนวันเด็ก เลยมานั่งคิดว่าวันนี้ว่างๆ น่าจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับการดูแลลำไยช่วงออกดอกน่าจะดี เผื่อว่าเกษตรกรมือใหม่จะได้มีความรู้จากประสบการณ์การเป็นเกษตรกร+การศึกษาด้านวิชาการการเกษตรของยุ้ย นำไปเปรียบเทียบกับความรู้ของเกษตรกรผู้มีประสบการณ์ด้านลำไยท่านอื่นๆ แล้วให้พิจารณาตัดสินใจทดลองปรับใช้กับสวนลำไยของท่านเอง เมื่อได้ผลอย่างไร หรือมีความรู้ใหม่ๆ ได้อะไรที่ดีๆ ก็นำมาเล่าสู่กันฟัง เผื่อยุ้ยจะได้เรียนรู้ไปด้วยกัน...นะคะ

การดูแลลำไยช่วงติดดอก

จากบทความบทที่ผ่านมา ว่าด้วยเรื่องการราดสารลำไยนั้น เกษตรกรได้ทำการราดสารฯ ตามแบบไม่ว่าจะเป็นวิธีที่แบบยุ้ยปฏิบัติ หรือว่าใช้วิธีการของเกษตรกรท่านอื่นๆ หรือแม้แต่ตามวิธีของท่านเองก็ตามที (วิธีของท่านเหมาะสมที่สุด เพราะว่าท่านเป็นผู้ที่รู้บริบทของสวนของท่านมากกว่าใคร)

ขั้นตอนย่อๆ สั้นๆ (ก่อนจะอธิบายยาวยืด พร้อมภาพประกอบการพัฒนาการของการออกดอกลำไย)

สรุปเป็นระยะ ได้ดังนี้

1. ระยะการติดตาดอก (การพัฒนาการจากจุดไข่ปลาย สู่ ยอดสะเดา จนมีขนาดก้านดอกยืดยาว)

2. ระยะการเปิดตาดอก

3. ระยะดอกบาน

4. ระยะการผสมเกสร

5. ระยะดอกโรย

6.ระการพัฒนาการเป็นผลลำไย

1. ระยะการติดตาดอก (การพัฒนาการจากจุดไข่ปลาย สู่ ยอดสะเดา จนมีขนาดก้านดอกยืดยาว)

หลังจากราดสารเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และมีการให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ ภายใน 2 สัปดาห์ โดยต้นลำไยจะมีพัฒนาการหลังการราดสารฯ จนเข้าสู่ระยะติดตาดอก ตังต่อไปนี้

1.1 ภายใน 1 วัน ต้นลำไยจะแสดงอาการ "สลด" ใบตก ใบบิด อาการเหมือนต้นขาดน้ำอย่างไรอย่างนั้น ดังนั้นหลังจากราดสารไปแล้ว 2-5 วัน ขึ้นอยู่กับภาวะขาดน้ำหรือไม่ ให้เกษตรกรเริ่มให้น้ำลำไยต่อได้ทุกๆ วัน พอให้ดินชุ่มไปจนครบ 10-14 วัน ระยะนี้เกษตรกรควรหาปุ๋ยน้ำ 5-25-30 หรือสูตรใกล้เคียง ผสมกับธาตุเสริมที่มีขายทั่วไป เลือกที่ที่มีซิงค์ ก็จะดีจะได้ช่วยให้ทนทานต่อความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิได้ค่ะ ฉีดพ่นทุกวันที่ 7 10 และ 15 เพื่อช่วยกระตุ้นตาดอกค่ะ

1.2 ภายใน 2 สัปดาห์ หลังจากให้น้ำมาตลอด ลำไยจะเริ่มแทงยอดใหม่ออกมา (ทำเกษตรกรจะรู้สึกดีใจขึ้น) แต่ว่ายอดนี้จะกลายเป็นใบทั้งหมด (กรุณาอย่าตกใจ อย่าเพิ่งหาอะไรมาฉีด หรือมาใส่เพิ่ม เดี๋ยวช่อชุดนี้จะกลายเป็นใบจริงๆ ไปเสียหมด) ดูภาพข้างล่าง


ยอดลำไยชุดแรกจะออกมาก ให้สังเกตุว่าใบลำไยยังเป็นใบชุดที่เริ่มราดสารฯ ซึ่งจะมีสีเขียวเข้มขึ้น

1.3 ภายในสัปดาห์ที่ 3 ใบของช่อชุดตามข้อที่ 1.2 นี้ จะเริ่มพัฒนาใหญ่ขึ้นพอสมควร แต่จะไม่ถึงขั้นใหญ่มากจนถึงขั้นกลายเป็นใบขนาดใหญ่ ก็จะเกิดการแตกยอดใหม่แทรกอีกครั้ง รูปร่างเหมือนยอดใบอย่างไรอย่างนั้น (เกษตรกรจะเริ่มเครียด และคิดว่ามันจะเอายังไงกับตู..ว่ะ) ดูภาพข้างล่าง

1.4 ภายในสัปดาห์ที่ 4 ยอดที่ออกมาใหม่นี้จะแทงเหมือนยอดใบ แต่ยังไม่ทันจะโตเท่าไร ที่โคนของยอดชุดใหม่ จะเกิดจุดเล็กๆ สีขาวที่กลางช่อ นั้นคือ"ตาดอก" ชาวบ้านจะเรียกจุดขาวๆ นี้ว่า " ไข่ปลา" (เกษตรกรจะโล่งใจมากถ้าได้เห็นจุดสีขาวนี้) ดูภาพข้างล่าง

จากยอดใบชุดแรกที่แทงยอดออกมาหลังการราดสารฯ จะเกิดยอดตาดอก (จุดสีขาวๆ) ที่บริเวณโคนก้าน

ยอดใหม่จะค่อยๆ ยืดยาวขึ้น ในขณะที่ใบอ่อนชุดแรกจะพัฒนาเป็นใบใหญ่ขึ้น

ใบชุดแรกจะเข้าสู่ระยะเพสลาด ในขณะที่ยอดดอกจะยืดตัวเป็นก้านช่อดอกอย่างชัดเจน

ช่วงนี้ให้ใช้ปุ๋ยเกร็ด 0-52-34 ผสมน้ำอัตราส่วน 50 กรัม/น้ำ 20 ลิตร

ฉีดพ่นทรงพุ่ม ใบ และช่อดอก 2 ครั้ง ต่อเนื่อง ทุกๆ 10 วัน เพื่อป้องกันการเกิดใบใหม่แทรกช่อดอก...ค่ะ

สมัยนี้บริษัทขายปุ๋ยยาเขาเก่ง ขู่ให้เกษตรกรกังวลใจได้ ถ้าเกษตรกรอยากจะเสียเงิน ก็ไปหาซื้อปุ๋ยน้ำสูตรนี้มาใช้ก็ได้ไม่ว่ากัน ถ้าทำแล้วรู้สึกสบายใจ ซึ่งก็ไม่ต่างกันกับการใช้ปุ๋ยเกร็ดละลายน้ำ 0-52-34 เพียงแต่ว่าเขาขายราคาแพงกว่า....อิอิ บริษัทเขาก็เอาปุ๋ยเกร็ด 0-52-34 ไปละลายน้ำ แล้วเติมโน่น นี่ นิด (เติมจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้) แล้วก็ขายให้เรา 250.-/ลิตร บาท ได้กำไรมากกว่าครึ่งของต้นทุน....ตรึม

1.6 ปลายสัปดาห์ที่ 4 ก้านช่อดอกจะค่อยๆ ยืดยาวขึ้น ระหว่างก้านดอกที่ยืดยาวขึ้นนี้ จะเกิดตาดอกออกมาเป็นระยะๆ ชาวบ้านเรียกว่าระยะ "ยอดสะเดา" (เกษตรกรจะดีใจมาก และชักจะเริ่มอยากให้มีตาดอกออกมาเยอะๆ) ช่วงนี้ให้เกษตรกรหยุดการให้ไว้น้ำก่อน เพราะยอดช่ออาจจะมีใบอ่อนแทรกอยู่ อาจพัฒนากลายเป็นใบได้ ปล่อยให้ช่อดอกยืดยาวขึ้นไปอีกประมาณ 3 นิ้วฟุต จึงเริ่มให้น้ำต่อได้...ค่ะ ดูภาพข้างล่าง


1.7 ภายในสัปดาห์ที่ 5 หลังจากช่อดอกแทงออกมาได้ประมาณ 3 นิ้วฟุต ให้เริ่มให้น้ำให้ดินชุ่มทุกๆ 2-3 วัน (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ถ้าฝนตกก็ไม่ต้องให้น้ำ ถ้าฝนไม่ตกก็ให้น้ำทุกๆ 3 วัน)

1.8 เข้าสู่สัปดาห์ที่ 6 จากนี้ไปก้านช่อดอกจะค่อยๆ แผ่ตัวออก เป็นกิ่งแขนงเล็กๆ และจะออกเป็นตุ่มตาดอกเป็นหัวกลมๆ ซึงเรียกว่าระยะติดตาดอก ก้านจะค่อยๆ ยืดยาวขึ้นโดยไม่มีใบแทรกออกมาอีกเลย ซึ่งอีกไม่นานช่อเหล่านี้จะพัฒนาเข้าสู่ระยะเปิดตาดอก...ต่อไป ช่วงนี้ ถ้าอยากจะยืดช่อดอก ให้ใช้ปุ๋ยน้ำ 5-25-30 อัตราส่วน 1 ลิตร/น้ำ 1000 ลิตร ฉีดพ่นได้..ค่ะ และควรพ่นยาป้องกันแมลงปากดูด และหนอนกินดอกลำไย ที่จะเข้าทำลายช่อดอก อาทิ อิมิดาคลอพิค ฉีดป้องกันไว้ก่อนที่ดอกจะบาน ซึ่งหลังดอกบานแล้วห้ามฉีดพ่นสารเคมีทุกประเภท

ก้านย่อยจะค่อยๆ พัฒนาขึ้น และแตกตาดอกเพิ่มขึ้นทุกๆ ก้าน

ก้านยอดจะยืดตัวขึ้นไปเรื่อยๆ ในขณะที่ก้านย่อยจะยืดตัวไปด้านข้างเช่นเดียวกัน

ถ้าแหงนหน้าดูยอดช่อดอกลำไย จะมองเห็นอย่างภาพนี้แหละ...ค่ะ

ภาพรวมๆ เวลาเรามองต้นลำไยจะเห็นเขาแทงช่อจากปลายยอดเป็นก้านยาวๆ ทั้งทรง พุ่ม..ค่ะ

แต่ดอกลำไยจะยังไม่บาน

รวมระยะเวลาทั้งสิ้นตั้งแต่ราดสารจนออกเป็นก้านดอกตูมๆ (แต่ดอกยังไม่บาน) อยู่รวมเวลาประมาณ 40-45 วัน

หมายเหตุ : การยืดช่อดอก

การยืดช่อดอกมีจุดประสงค์ต้องการปริมาณก้านที่มีช่อตุ่มดอกปริมาณเยอะ ถ้าเกษตรกรต้องการยืดช่อดอก ให้ทำตั้งแต่อยู่ในช่วงระยะนี้

คำแนะนำ :

ลำไยราดสารฯ ปีแรก ไม่แนะนำให้ทำการยืดช่อดอก เพราะจะทำให้ผลผลิตมีคุณภาพลดลง

การยืดช่อดอกลำไย จะทำให้ระยะเวลาของการเก็บลำไย กระเถิบออกไปจากกำหนดเดิม

ใบลำไยซึ่งทำหน้าที่ผลิตอาหาร มีอายุสภาพจำกัด ดังนั้นหากใบลำไยต้องทำหน้าที่หาเลี้ยงก้าน และดอก ที่เพิ่มขึ้น จะทำให้เกษตรกรเสียเวลา เปลืองปุ๋ย และท้ายสุดใบลำไยจะหมดสภาพในดูแลลูกลำไยที่เหลืออยู่ ทำให้เกษตรกรจะได้ลูกลำไยที่ด้อยคุณภาพ....ค่ะ

2. ระยะการเปิดตาดอก

2.1 ลำไยจะค่อยๆ ทะยอยเริ่มเปิดตาดอก โดยมีการพัฒนาการจากตุ่มตาดอก ถึงขั้นเปิดตาดอก โดยลำไยจะเริ่มบานจากโคนช่อดอกก่อน และบานจากดอกที่อยู่ล่างสุดไปจรดปลายยอด

ภาพต้นลำไยที่มีช่อดอกลำไยที่ตูมเต็มที่ พร้อมที่ดอกจะบาน

ช่อดอกมีดอกตูมเต็มก้านช่อแยก

ดอกลำไยจะเริ่มบานจากดอกที่อยู่โคนก้านแยกก่อน แล้วค่อยบานไปจนปลายก้านช่อดอก

ดอกลำไยค่อยๆ บานจากดอกที่อยู่โคนสุด ไปสู่ปลายยอด


2.2 เมื่อดอกลำไยบานจะเผยให้เห็นดอกตัวผู้ หรือดอกตัวเมีย

ดอกตัวผู้ : จะมีเกสรเป็นรูปก้านแทงยาวๆ อยู่หลายก้านรอบๆ ดอก ส่วนปลายจะมีหัวกลมๆ ภาพรวมจะดูเหมือนมงกุฎพระราชา

ดอกตัวเมีย : จะมีเกสรเป็นรูปก้านแท่งยาวๆ ส่วนปลายจะมีหัวกลมๆ เพียง 1 หัว ภายในช่อดอกลำไยช่อเดียวกัน จะมีทั้งดอกเกสรตัวผู้ และตัวเมีย อยู่สลับไปมา

ดอกตัวผู้จะมีรูปร่างคล้ายมงกุฎพระราชา

ดอกตัวเมียจะมีก้านเกสรเพียงก้านเดียวอยู่กลางดอก

3. ระยะดอกบาน ช่วงนี้ดอกลำไยจะหอมมาก จนผึ้ง ชันโรง และแมลงผสมเกสรชนิดต่างๆ จะมาดูดน้ำหวาน และช่วยผสมเกสรให้กับลำไยของเกษตรกร



ดังนั้นในช่วงระยะเวลาที่ดอกลำไยเริ่มบานนี้ ให้พึงปฏิบัติดังต่อไปนี้

3.1 ห้ามเกษตรกรฉีดพ่นยาฆ่าแมลงทุกชนิด เพราะจะไปฆ่า หรือไล่แมลงที่จะมาผสมเกสรให้

3.2 ห้ามพ่นยาฆ่าหญ้าทุกประเภท...เด็ดขาด (แต่ถ้าจำเป็นต้องกำจัดหญ้า ให้ใช้เครื่องตัดหญ้าเท่านั้น)

3.3 ไม่ควรฉีดพ่นน้ำ ยาบำรุง หรือให้ปุ๋ยทุกประเภททางใบ เพราะจะทำให้ดอกลำไยร่วงได้

3.4 ถ้าอยากให้น้ำ ปุ๋ย หรือธาตุอาหารเสริม สามารถให้ทางดินเท่านั้น

3.5 ให้เกษตรกร รดน้ำบริเวณใต้ทรงพุ่ม และรอบๆ ทรงพุ่ม ให้ดินมีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ ทุกๆ 2-3 วัน

หมายเหตุ :

ถ้าต้องการกำจัดหญ้า และแมลงรบกวน ให้เกษตรกรดำเนินการพ่นยาป้องกันกำจัดหนอนเจาะขั้วดอกลำไย และพ่นยาฆ่าหญ้าเสียก่อนที่ดอกลำไยจะบาน 1-2 สัปดาห์เป็นอย่างน้อย (และควรใช้ตั้งแต่ระยะลำไยยังเป็นใบอ่อน และก้านดอกลำไยยังมีขนาดยาวไม่เกิน 3 นิ้วฟุต

ส่นเรื่องของดอกเกสรตัวใดบานก่อน บามหลัง หรือบานมาก หรือบานน้อยกว่ากัน หรือดอกลำไยสมบูรณ์เพศ จะยังไม่กล่าวถึงในบทนี้ แต่จะพูดในบท สรีรวิทยาการเจริญเติบโต และพัฒนาการของลำไย...ค่ะ

4. ระยะการผสมเกสร ช่วงนี้เป็นช่วงสำคัญอีกช่วงหนี่งที่เกษตรกรต้องพึงใส่ใจ จะปล่อยตามธรรมชาตินักก็ไม่ค่อยจะดี เพราะเดี๋ยวนี้ธรรมชาติถูกทำลายไปเยอะ

ในระยะที่ดอกลำไยกำลังเริ่มบาน ดอกจะส่งกลิ่นหอมของน้ำหวานออกไปชักชวนให้แมลงที่ต้องการเกสร และน้ำหวานให้มาตอม จะเป็นช่วงที่เกิดการผสมเกสรตัวผู้ และเกสรตัวเมีย ส่วนมากจะเป็นผึ้ง และชันโรง (ผึ้งจิ๋ว)

ว่าไปแล้ว เกษตรกรที่มองการไกล จะทำการหาผึ้ง หรือชันโรง มาเลี้ยงเตรียมการไว้ล่วงหน้าก่อน เพราะการจะหวังพึ่งพาธรรมชาติคงจะลำบาก ถ้าเกิดกรณีที่มีจำนวนแมลงมาผสมเกสรน้อยมาก เกษตรกรก็ควรหาเช่าผึ้งมาให้ช่วยผสมเกสรแทน

ปัจจุบันผึ้ง และชันโรง ถูกยากำจัดแมลงทำลายไปเป็นจำนวนมาก อีกทั้งเกษตรกรที่ไม่มีความเข้าใจก็พ่นยาป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืชหลากหลายยี่ห้อที่บริษัทยาโฆษณาขายกัน กลิ่นตกค้างของยากำจัดแมลงเหล่านี้ทำให้แมลงผสมเกสรดังกล่าวไม่กล้าเข้ามาในสวนของท่าน อาจทำให้ท่านเสียโอกาสในการผสมเกสรไป การติดลูกลำไยก็จะน้อยตามไปด้วย

ยุ้ยอยู่จันทบุรีเลยไปหาความรู้เกี่ยวกับผึ้ง และชันโรง เพื่อความเข้าใจในการดูแลพวกเขาที่มาช่วยผสมเกสร และได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการเลี้ยง การดูแล และได้มีโอกาสรู้จักกับลุงๆ ป้าๆ พี่ๆ ชาวเกษตรกรทั้งชาวสวน และเกษตรกรกลุ่มผู้เลี้ยงผึ้งจากทั่วประเทศไทย ที่มาเข้ารับการอบรมฯ ซึ่งเกษตรกรกลุ่มเลี้ยงผึ้งเขาก็ให้บริการเช่าผึ้งเพื่อมาผสมเกสรในสวนผลไม้ด้วย...ค่ะ

ศูนย์ส่งเสริม และพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดจันทบุรี (ผึ้ง)

อบรมฟรี มีอาหารว่าง และกลางวันเลี้ยงผู้เข้ารับการอบรมฯ ฟรี...ด้วยค่ะ

ยุ้ยเป็นคนที่อายุน้อยที่สุดในการอบรมฯ ในครั้งนี้เลยค่ะ

ที่ศูนย์เขาจัดอบรมฯ ให้ความรู้แบบเจาะลึกในเรื่องผึ้ง และวิธีการเลี้ยงเลยค่ะ

เมื่อเราสามารถหาผึ้ง หรือชันโรงมาได้แล้ว อย่าลืม...นะคะ ระยะผสมเกสรห้ามพ่นยากำจัดแมลงทุกชนิดแล้วก็ถ้าคิดจะทำสวนลำไยต่อ ควรไปศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับผึ้ง และชันโรง จะได้เข้าใจ และไม่กลัวพวกเขาอีกต่อไป แรกๆ ยุ้ยกลัวผึ้งต่อย...ค่ะ ไม่กล้าเลี้ยง แต่หลังจากการไปอบรมการเลี้ยงผึ้ง และชันโรง ทำให้รู้จักนิสัย และไม่กลัวเขาอีกเลย

สัปดาห์ถัดมาจากการอบรมการเลี้ยงผึ้ง ที่ศูนย์เขาจัดให้การอบรมฯ เรื่องชันโรง ยุ้ยก็ไปเข้าอบรมฯ ต่อค่ะ

เขามีภาคปฏิบัติด้วยนะคะ ในภาพยุ้ยกำลังฝึกการแยกรังชันโรงเพื่อการขยายพันธุ์

พอทำเสร็จ เขาก็ให้เรานำกลับไปทีสวนลำไยของเรา เพื่อการเพาะเลี้ยง และขยายพันธุ์ต่อไป....ค่ะ

นอกเหนือจากอบรมฯ ในหลักสูตรแล้ว ยุ้ยทราบว่ามีศููนย์ของอาสาสมัครเกษตรที่เกี่ยวข้องกับชันโรง

จึงหาเวลาว่างไปหาความรู้เพิ่มเติม เพื่อหาโอกาสนำความรู้ที่ได้ กลับมาพัฒนาสวนลำไย...ค่ะ

ในภาพข้างบนเป็นโรงเรือนเพื่อการเลี้ยง และขยายพันธุ์ชันโรงของคุณวิสิทธิ์ ธนูอาจ

เจ้าของศูนย์ฯ ที่เห็นๆ อยู่นั้น...อะค่ะ

นอกจากสวนผลไม้ จะได้ประโยชน์จากชันโรงในการผสมเกสรแล้ว
และการเพาะเลี้ยงชันโรงก็เป็นอาชีพเสริมระหว่างรอฤดูกาลทำลำไยได้....ค่ะ

เกษตรกรสามารถแยกรังเพาะเลี้ยงชันโรง และจำหน่ายต่อให้กับชาวสวนอื่นๆ
ได้ราคากล่องละ 800.- ถึง 1,000.- บาทเลย...นะคะ


ปัจจุบันนี้ ที่สวนลำไยของยุ้ยก็เลี้ยงผึ้งโพรงไว้เพื่อการผสมเกสร จำนวนหลายรัง

ในภาพเป็นลังของผึ้ง

ประเภท "ผึ้งพันธุ์" แต่ยุ้ยนำเอาลังมาประยุกต์ใช้เลี้ยง "ผึ้งโพรง" แทน...ค่ะ

การเลี้ยงผึ้ง และชันโรง จะช่วยให้การผสมเกสร เพื่อการติดลูกลำไยดีขึ้นค่ะ

บล็อกเต็มค่ะ อ่านต่อบทความอื่นๆ นะคะ