เมื่อปี 2544 คุณหมอพัลลภได้ขอออนุญาตไปเรียนต่อทันตกรรมจัดฟันโดยเป็นการลาไปเดือนละ 1 สัปดาห์ เพื่อเรียนต่อด้านการจัดฟันกับสถาบันเอกชนในกรุงเทพฯ คุณหมอพัลลภเป็นหมอฟันที่มีฝีมือดีมากและอัธยาศัยใจคอดี คนไข้ติดใจกันมาก ผมเองก็เคยถอนฟันคุดกับหมอพัลลภใช้เวลาไม่นาน ไม่รู้สึกเจ็บด้วย ผมก็ได้อนุญาตโดยไม่ได้ให้ลาแต่ให้ไปราชการได้เลยเพียงแต่ไม่ได้ให้เบิกค่าใช้จ่าย มีเจ้าหน้าที่หลายคนทักท้วงว่าให้ไปเรียนพอเรียนจบแล้วมีความรู้ความชำนาญแล้วก็คงจะย้ายหรืออกไปเปิดคลินิกส่วนตัวเพราะเขาไม่ได้เป็นคนในจังหวัดตาก ผมก็เลยให้เหตุผลไปว่าถ้าเราให้เขาก่อน เขาก็คงไม่ทิ้งเรา พอเรียนจบกลับมาเขาก็น่าจะกลับมาช่วยเราจัดบริการด้านนี้ได้ แต่หากเขาจบมาแล้วจะย้ายไปที่อื่นก็ยังถือว่าอยู่เมืองไทยเขาก็ได้บริการคนไทยที่ไม่ว่าจะอยู่จังหวัดไหนก็คนไทยเหมือนกัน แม้จะไม่ใช่อำเภอบ้านตากก็ตาม พอไปเรียนได้ระยะหนึ่งก็ได้เปิดบริการทันตกรรมจัดฟันในโรงพยาบาลบ้านตาก โดยคิดราคาถูกเฉพาะค่าวัสดุเท่านั้น ทำให้ประชาชนในเขตจังหวัดตากสามารถเข้าถึงบริการได้ใกล้ๆเพราะแต่เดิมถ้าจะจัดฟันต้องไปที่จังหวัดพิษณุโลกหรือจังหวัดลำปางซึ่งจะต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงเพราะเป็นคลินิกเอกชนและต้องเสียค่าเดินทางต่างๆอีกค่อนข้างมากเพราะต้องใช้เวลาถึง 2 ชั่วโมงในการเดินทาง  พออีกปีหนึ่งคุณหมอมดส้มและคุณหมออิ่มใจ น้องหมอฟันอีก 2 คนก็ขอไปเรียนแบบเดียวกันอีก ผมก็ให้ไปแบบเดิม ทำให้โรงพยาบาลบ้านตากสามารถเปิดบริการทันตกรรมจัดฟันได้ตั้งแต่ปี 2545 เป็นต้นมา แม้ตอนนี้ทั้งคุณหมอพัลลภและคุณหมออิ่มใจจะลาศึกษาต่อด้านทันตกรรมจัดฟันเต็มเวลาที่จุฬาและเชียงใหม่ แต่ก็กลับมาเปิดให้บริการทันตกรรมจัดฟันในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ทำให้เรายังสามารถจัดบริการได้ต่อเนื่องและอีก 1-2 ปีข้างหน้าทั้งคู่ก็จะจบกลับมาปฏิบัติงานต่อที่โรงพยาบาลบ้านตาก ส่วนคุณหมอมดส้มได้ลาออกไปแต่ก็สามารถเคลียร์คนไข้ได้ครบทุกคนตามที่รับผิดชอบ ตอนนี้โรงพยาบาลบ้านตากมีทันตแพทย์ 2 คน ทำให้ระยะเวลารอคอยคิวนานขึ้นจากเดิมที่มี 3 คน น้องอีกคนก็ให้ลาไปเรียนทันตกรรมสำหรับเด็กและอีกประมาณ 7-8 เดือนก็จะกลับมาปฏิบัติงานต่อที่บ้านตาก ซึ่งในอีก 2 ปีข้างหน้าเราจะมีทันตแพทย์เฉพาะทางให้บริการประชาชนที่ไม่เฉพาะเขตอำเภอบ้านตากเท่านั้นแต่มีมาจากอำเภออื่นๆด้วย ผมมาคิดอีกทีหากเมื่อปี 44 ผมไม่อนุญาตให้น้องๆเขาไปเรียน เราก็คงไม่สามารถเปิดบริการทันตกรรมต่างๆได้มากนัก ซึ่งตอนนี้ถือว่าบริการทันตกรรมก็เป็นอีกบริการหนึ่งที่เชิดหน้าชูตาของโรงพยาบาลบ้านตาก จะเห็นได้ว่าคนกับเครื่องไม้เครื่องมือเป็นสิ่งที่ต้องลงทุนเหมือนกันแต่ต่างกันที่ การลงทุนกับเครื่องมือเครื่องจักรจะเสื่อมสลายตามกาลเวลา แต่การลงทุนกับคนจะมีคุณค่าเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา ดังนั้นที่โรงพยาบาลบ้านตากจึงได้พยายามกระตุ้นส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่ได้ศึกษาต่อทั้งในและนอกเวลาราชการโดยพยายามเอื้ออำนวยให้เขาสามารถเรียนได้สะดวกที่สุด