สัญชาติญาณดึกดำบรรพ์ของมนุษย์มีหลายอย่าง
แต่ประเภทหนึ่งที่กำลังทำลายมนุษยชาติอย่างแน่นอนในอนาคตอันใกล้นี้คือ "ความอยากรู้อยากเห็นที่ไม่รู้จบ "
ลองนึกทบทวนดูช้าๆ (พยายามควบคุมอคติต่างๆ อย่าให้มาขวางการพิจารณาของท่าน )
กรณีของ" ไฟ ". ดึกดำบรรพ์ ความอยากรู้ทำให้เราพบ "ไฟ " และใช้ประโยชน์อันมหาศาลได้จนเหนือสัตว์อื่นๆ
ยุคกลางเราใช้ไฟเป็นแหล่งพลังงาน ตอบสนองกิเลศความต้องการทั้งด้านบำเรอความสุข และ การทำลายล้าง
ยุคอุตสาหกรรมเราคิดเครื่องจักรไอน้ำ เครื่องยนต์เผาไหม้ภายใน เตาถลุงโลหะขนาดยักษ์ ฯลฯ แต่ในนามของ
"ความริเริ่มสร้างสรร " " ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี " เราหยุดไม่ได้ (หรือไม่เป็น ?)
เราจึงเผาสารพัดเชื้อเพลิง ด้วยความปรีดาต่อผลที่ได้จน มาเรื่องโลกร้อนในทุกวันนี้
กรณีของ " แรงโน้มถ่วง " หลังท่านเซ่อร์ ไอแซค ค้นพบแล้ว เราพัฒนาต่อๆมาจน พบธรรมชาติของแสง พบความกลายสภาพของ
มวลกับพลังงาน จนได้ E = mc2 โดยท่านไอน์ไสตน์ แต่เราหยุดไม่ได้( หรือไม่เป็น ?) จนเลยเถิดเกิด
ฮิโรชิมา นางาซากิ เชอร์โนบิล ท้ายสุดก็ ฟูกูชิมะ. และลูกสุดท้ายของท่าน คิม ณ ปโยงยาง
กรณี " ดาราศาสตร์ " จากกระดานโหร สู่ กล้องของกาลิเลโอ เราค้นพบ " สุริยะยาตร " ดาวเคราะห์ ต่างๆ เนปบูล่านานา
แต่เราหยุดไม่ได้ ( ไม่เป็น ?) เราต้องไปดวงจันทร์ ดาวอังคาร ค้นหาหลุมดำ ( ไว้ออกแบบโต๊ะบิลเลียด?)
ด้วยค่าใช้จ่ายที่เลี้ยงคนอดหยากได้ ทุกทวีป แต่ปล่อยให้ แม่ ..น อดไปซิ
กรณี "คุมกำเนิด ". จากความกลัวที่ว่า เราผลาญเงินเพืี่อไปดวงดาว จนละเลยการผลิตอาหาร ก็จึงเกิด " ลัทธิคุมกำเนิด " ซึ่งแรกๆ
ก็ดูจะเข้าท่าดี แต่ พอถึงจุดที่ควรหยุด (อัตราเกิด 2% ของประชากร ) เรา(โดยเฉพาะไทย ) ก็หยุดไม่ได้
( หรือหยุดไม่เป็น ?) ปล่อยเลยเถิดจนไม่มีคนหนุ่มสาวจะทำงาน ต้องขน พะม่า รามัญ เขมร ลาว โรฮิงยา
มาทำงาน แถมมีผลพลอยได้อีกว่า พอคุมกำเนิดกันคล่อง ก็เลยใช้เครื่องมือนั้นเพิ่ม กำหนัด กันจนทีนท้องทั่วไป
กรณี " เงินตรา " มนุษย์ คิดใช้เป็นสื่อแลกเปลี่ยนค้าขาย ใช้ไปใช้มากลายเป็นสินค้าเสียเอง สามารถใช้ถล่มทลายประเทศโง่ได้อย่าง
สดวกดาย
กรณี " การแพทย์ " แรกคิดค้นก็พอบรรเทาความทุกข์ยากเจ็บปวดเฉพาะหน้า พัฒนากันมาจนรักษากู้ชีวิตที่ยังแข็งแรงอยู่ ให้รอดตาย
เดี๋ยวนี้กลายเป็นอาชีพยื้อยืดความตายของคนที่หมดสภาพจะอยู่ ได้ โดยธรรมชาติ ให้อยู่เป็นมิ่งขวัญ (ความทุกข์?)
ของลูกหลานอีกนานๆ ทั้งที่ นิทราแบบไม่ชาคริตอีกแล้ว
ฯลฯ เป็นต้น
ผมพิจารณาอย่างถ่องแท้มานานแล้วว่ความที่มนุษย์หยุดไม่เป็น ณจุดที่ควรหยุดในแต่ละกรณีดังตัวอย่างข้างต้น. โลกจึงแย่
ยุค ๑๙๖๐ มีภาพยนต์ เรื่องหนึ่งที่พระเอกกล่าวว่า " หยุดโลกให้ที ผมจะลง "
ผม( ผู้เขียน ). อยากจะลงจากโลกแล้วครับ ผู้อ่านท่าใดกรุณา หยุดโลกให้ผมทีเถิดครับ
Happy 2013 krab..