เพราะเทคโนโลยีสารสนเทศที่ก้าวหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้ง ห้องสมุดและบรรณารักษ์ควรจะมีการเปลี่ยนแปลงในบทบาทและหน้าที่เช่น

ห้องสมุดในอนาคต ควรเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ ท่องเที่ยวแบบนักอ่าน นักคิด นักเขียน

ขณะท่องเที่ยวภายนอกก็ท่องเที่ยวภายในใจไปด้วย

ท่องเที่ยวข้างนอกให้ความตื่นตาและตื่นใจ

ท่องเที่ยวภายใน การเติบใหญ่ทางจิตวิญญาณจะพรั่งพร้อม

  • ห้องสมุดควรมีมุม เพื่อสุขภาพ และมุม การฝึกฝนพลังชีวิต โดยมีภาพการฝึกโยคะ ชี่กง การฝึกสติในชีวิตประจำวันทั้งแบบเคลื่อนไหวและหยุดนิ่ง และสถานที่พอให้ผู้สนใจลองทำตามได้
  • ห้องสมุดควรมีบทบาทในการส่งเสริมกิจกรรมการแลกเปลี่ยนรู้ โดย มีการสื่อสารสองทาง หรือมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลต่างๆผ่านสื่อเช่นเฟชบุค ทวิตเตอร์  บล็อกโอเคเนชั่นและโกทูโน ฯลฯ เมื่อปรับห้องสมุดไปอย่างไร ก็บอกกล่าวเชิญชวนอย่างเพื่อนบอกเพื่อน ในห้องสมุดที่ดูแลอยู่มีอะไรดีก็บอกกัน เหมือนการจัดรายการชวนชิมอาหารอร่อยจากแหล่งท่องเที่ยว ห้องสมุดก็ทำได้เช่นกัน
  • บรรณารักษ์ควรมีบทบาทเป็นผู้กระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ ตัวบรรณารักษ์เองเมื่อได้ชิมของดีคือความรู้ที่มีรสชาติดี ก็ควรชวนเพื่อนทั้งผองมาลองชิมด้วยกัน
  • เทคโนโลยีการสืบค้นข้อมูลควรเชื่อมไปยังองค์กรที่ให้ข้อมูลหลักเช่นสำนักงานวิจัย ลงมาจนถึงวิธีทำอาหาร แม้กระทั่งการขัดรองเท้า
  • บรรยากาศสิ่งแวดล้อมในห้องสมุดควรเป็นเหมือนเพื่อนจัดสิ่งดีไว้ต้อนรับเพื่อน เป็นทั้งที่พักผ่อนหย่อนใจ ทำกิจกรรมเพื่อสุขภาพได้ในระดับหนึ่ง
  • บรรณารักษ์ควรเป็นผู้ที่คอยช่วยส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนหรือประชาชนทั่วไปที่มาใช้บริการ โดยจัดทำจุลสารราย ๒ เดือน ส่งเสริมให้ผู้มาใช้บริการเป็นนักอ่านและนักเขียน เขาไปท่องเที่ยวที่ไหนมา รู้สึกอย่างไรกับที่นั่นก็ลงจุลสาร ลงเฟชบุคเป็นต้น
  • ห้องสมุดประชาชนกับห้องสมุดโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยควรจะเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรหรือไม่ ห้องสมุดของมหาวิทยาลัยไม่น่าเป็นห่วง แต่ที่กล่าวมาข้างบนเพื่อจะใช้กับห้องสมุดประชาชน และห้องสมุดโรงเรียน หากเป็นไปได้น่าจะมีไปถึงห้องสมุดเอกชน