จากที่เขียนบันทึกก่อนไปตัดไหมว่า....กลัวจัง ต้องเรียนกันตามจริงว่า ไม่ได้เจ็บปวดอะไรเลยแม้แต่น้อย หลงกลัวไปได้ ยังดีใจที่มีน้องสาว ไก่ ประกาย ได้โทรมาปลอบใจให้กำลังใจในการพักรักษาตัวจากอุบัติเหตุครั้งนี้ ต้องขอขอบคุณน้องมาก และขอบคุณทุกๆกำลังใจ ที่มอบให้เสมอมา อาจจะเพราะครูอ้อยไม่ค่อยได้เจ็บไข้มากมายเลยกลัวไปมากมาย ขออย่าได้รำคาญเลย บันทึกนี้ก็จะเล่าเหตุการณ์ในการไปตัดไหมเพื่อรักษาตัวในอันดับต่อไป เนื่องจากยังไม่ปิดคดี ดังนั้นการรักษาพยาบาลที่มีค่าใช้จ่ายจะต้องเก็บใบเสร็จรับเงินไว้เบิกด้วย วันนี้ครูอ้อยก็ต้องจ่ายไปก่อน ในตอนเช้าก่อนไปตัดไหมก็พาลูกๆไปกินข้าวขาหมูกับข้าวมันไก่ที่ร้านมีชื่อร้านหนึ่งที่ครูอ้อยไม่รู้มาก่อนเลย เข้าไปนั่งรออาหารมาวางจึงได้รู้ว่า.....ร้านนี้พอสมควร มีการถ่ายภาพดารา ผู้มีชื่อเสียง ที่เข้ามารับประทานอาหาร นำมาใส่กรอบรูปติดฝาร้าน รวมทั้งได้ลงในนิตยสารต่างประเทศหลายรายการ เป็นการประชาสัมพันธ์ร้านเป็นอย่างดี ทำให้ครูอ้อยคิดถึงเวลาที่ทำกิจการต้องทำแบบนี้บ้าง หลังจากที่อิ่มกันแล้ว....ก็ไปนั่งรอหมอ วัดความดันขึ้นเล็กน้อย อาจจะเพราะกลัว หรือเดินมาไกลเลยเหนื่อย เรื่องตลกและเป็นประสบการณ์ในวันนี้คือ.......การคล้องแขนที่ถูกวิธี ตลอดระยะเวลาที่คล้องมา 2สัปดาห์ รับสารภาพว่าใส่คล้องแขนผิดวิธี เจ้าห่วงเล็กๆนั้น สำหรับไว้คล้องนิ้วโป้ง จะได้ไม่ต้องใช้แขนซ้ายพยุงแขนขวาไว้ ตามภาพซ้ายยังทำไม่ถูก ส่วนภาพขวาทำถูกแล้ว จะอายกันทำไม ไม่แขนหักกันบ่อยๆจะได้ทำถูกไปทุกเรื่อง
ไม่เจ็บอย่างที่คิด กลัวใช่มั้ยครับ
สวัสดีปีใหม่ครูอ้อย
ผ่านทุกข์โศกอุบัติเหตุ
ปีใหม่นี้ขอให้พบความโชคดีมีสุข
ขอบคุณค่ะคุณวอญ่า
พรนั้นได้กลับไปยังท่านร้อยเท่าพันเท่านะคะ
ขอบคุณ ร้อง
โอ๋-อโณ มากๆค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ
สามสัก(samsuk) รักษาสุขภาพนะคะ
ขอบคุณมากค่ะ
เมืองน่ารัก รักษาสุขภาพนะคะ