การแต่งงานในยุคปัจจุบันเอาสถานการณ์จริงกันเลยนะครับ  เมื่อ ผศ. จามรี  คีรีรัฐนิคม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์  ม. ทักษิณ มาติดต่อให้ยูมิเป็นพิธีกรงานแต่งของลูกสาวท่านคือ พญ. อรณัฐ  คีรีรัฐนิคม  +  นพ. ดาริทธ์  สุวรรณรัตน์  เมื่อเดือนที่แล้วและรับปากท่านอาจารย์ไป


  เริ่มต้นวันนี้( 23 ธ.ค. 55 เป็นวันแต่งงาน ) ด้วยการเดินทางออกจากบ้านพักในเมืองหาดใหญ่เวลาประมาณ  6  โมงเช้า  เดินทางถึงโรงแรม บีพี  สมิหลา  บีช ในเวลาใกล้  7 โมงเช้าได้เข้าไปยังตัวโรงแรมและถามถึงห้องจัดงานคือห้องเฟื่องฟ้า  เข้าไปภายในห้องดูความเรียบร้อยออกมายังไม่เห็นเจ้างานรอสักพักจึงได้ทักทายกับเพื่อนคณาจารย์ที่รู้จัก  เวลา 07. 15 น. ผมเริ่มจับไมล์ทำหน้าที่พิธีกรเชิญแขกผู้มีเกียรติ์ที่มาร่วมงานรับประทานอาหารว่างที่หน้าห้องพิธี  และญาติฝ่ายเจ้าสาวเตรียมต้อนรับขันหมากเจ้าบ่าวจะมาโดยจัดคนมารับพานดังนี้


1. พานขันบอก
2. พานขันหมากเอก
3.พานขันหมากโท
4. พานขันหมากตรี
5. พานขันหมากสินสอด
6. พานธูปเทียนแพ
7. พานไก่หมู
8. พานดอกไม้
9. พานกล้วยอ้อยมะพร้าว
10. พานขนมมงคล

เมื่อขันหมากเจ้าบ่าวมาถึงห้องพิธี  เวลา 08.19 น.  หลังจากมวลญาติทักทายกันแล้ว


เจ้าบ่าวก็เดินทางไปรับเจ้าสาวโดยมีประตูเงินประตูทองกั้นต้องตอบและจ่ายค่าผ่านประตูจนไปถึงห้องเจ้าสาวและเชิญเจ้าสาวมายังห้องพิธี  เมื่อเจ้าบ่าวและเจ้าสาวกลับมายังห้องพิธีแล้วญาติผู้ใหญ่ปะพรมน้ำพระพุทธมนต์หน้าประตูทางเข้า  ในระหว่างนี้บรรดามวลญาตินั่งกันพร้อมแล้วที่ห้องพิธี  เมื่อใกล้ถึงเวลา 08.39 น. พิธีกรเชิญประธานและคุณพ่อคุณแม่ของเจ้าบ่าวและเจ้าสาวขึ้นไปบนเวทีที่ทำพิธี  แล้วขอเชิญเจ้าบ่าวและเจ้าสาวขึ้นไปกราบไหว้ท่านประธานในพิธีไหว้คุณพ่อคุณแม่หลังจากนั้น  พิธีกรขอไมล์ให้เจ้าบ่าวเพื่อกล่าวขอเจ้าสาวจากคุณพ่อคุณแม่ของเจ้าสาว  และยื่นไมล์ให้คุณพ่อคุณแม่เจ้าสาวจะว่ายังไง  จะยกให้หรือไม่  รอลุ้น 

 เมื่อยกให้แล้ว  แขกผู้มีเกียรติร่วมปรบมือแสดงความชื่นชมยินดีในวันมงคลสมรส  ต่อไปก็มอบสินสอดทองหมั้นทำพิธีหมั้นแสดงทรัพย์สินทั้งหมดพร้อมสิ่งของที่ญาติทั้งสองฝ่ายจะมอบให้แด่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวต่อหน้าแขกผู้มีเกียรติ์ทั้งหลาย และมีพิธีสวมแหวนหมั้นแล้วในเวลา  08.39 น. ต่อจากนั้นก็รับฟังโอวาทจากท่านประธานในพิธีและโอวาทของคุณพ่อคุณแม่ทั้งสองคนของคู่บ่าวสาวนั้น


  ลำดับต่อไปเป็นพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนามีพระสงฆ์  จำนวน  5  รูปมาร่วมเจริญพระพุทธมนต์เพื่อเป็นสิริมงคลในวันแต่งงาน  โดยพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาเริ่มเวลา  09.39 น. เมื่อเจ้าบ่าวเจ้าสาวนั่งในที่จัดให้แล้วได้ฤกษ์เวลาตรงแล้วก็เริ่มพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาดังนี้โดยพิธีกรบอกบทให้คู่บ่าวสาวจุดเทียนธูปบูชาพระรัตนตรัยแบบทางภาคใต้และขอเชิญแขกมาร่วมงานว่าพร้อมกันดังนี้


1.  นะโม  ตัสสะ  ภะคะวะโต  อะระหะโต  สัมมาสัมพุทธัสสะ  ( กล่าว  3 ครั้ง )


2. อะระหัง  สัมมา  สัมพุทฺโธ  ภควา  พระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นพระอรหันต์  บริสุทธ์หมดจดจากกิเลสเครื่องเศร้าหมองทั้งหลาย  ได้ตรัสรู้ถูกถ้วนดีแล้ว  อิเมหิ  สักกาเรหิ


ตัง  ภะคะวันตัง  อะภิปูชะยามิ  ข้าพเจ้าบูชา  ซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น  ด้วยเครื่องสักการะเหล่านี้


  สฺวากขาโต  ภะคะวะตา  ธัมโม  พระธรรมคือศาสนา  อันพระผู้มีพระภาคเจ้า  แสดงไว้ดีแล้ว  อิเมหิ  สักกาเรหิ ตัง  ธัมมัง  อะภิปูชะยามิ  ข้าพเจ้าบูชา  ซึ่งพระธรรมเจ้านั้น
ด้วยเครื่องสักการะเหล่านี้


  สุปฏิปันโน  ภะคะวะโต  สาวะกะสังโฆ  หมู่พระสงฆ์ผู้เชื่อฟังของพระผู้มีพระภาคเจ้า  ปฏิบัติดีแล้ว  อิเมหิ  สักกาเรหิ ตัง  สังฆัง  อะภิปูชะยามิ  ข้าพเจ้าบูชา  ซึ่งหมู่พระสงฆ์เจ้านั้น  ด้วยเครื่องสักการะเหล่านี้


3. ต่อไปอาราธนาศีลห้า ดังนี้


  มะยัง  ภันเต  ติสะระเณนะ  สะหะ  ปัญจะ  สีลานิ  ยาจามะ
ทุติยัมปี  มะยัง  ภันเต  ติสะระเณนะ  สะหะ  ปัญจะ  สีลานิ  ยาจามะ


ตะติยัมปี  มะยัง  ภันเต  ติสะระเณนะ  สะหะ  ปัญจะ  สีลานิ  ยาจามะ


ช่วงนี้ทุกคนรับศีลว่าตามพระคุณเจ้าผู้ให้ศีลเมื่อจบแล้วต่อไปดังนี้


4. อาราธนาพระปริตร ดังนี้


วิปัตติปะฏิ  พาหายะ  สัพพะ  สัมปัตติ  สิทธิยา
สัพพะ  ทุกขะ  วินาสายะ  ปะริตตัง  พรูถะ  มังคะลัง
วิปัตติปะฏิ  พาหายะ  สัพพะ  สัมปัตติ  สิทธิยา
สัพพะ  ภะยะ  วินาสายะ  ปะริตตัง  พรูถะ  มังคะลัง
วิปัตติปะฏิ  พาหายะ  สัพพะ  สัมปัตติ  สิทธิยา
สัพพะ  โรคะ  วินาสายะ  ปะริตตัง  พรูถะ  มังคะลัง


เมื่อพระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์ไปถึงก่อนจะขึ้นบท อเสวนาจะพาลานัง


พิธีกรให้คู่บ่าวสาวจุดเทียนน้ำพระพุทธมนต์  และก่อนจะขึ้นบทพาหุงก็เชิญคู่บ่าวสาวตักบาตร  เมื่อพระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์จบแล้ว  พิธีกรนำบูชาข้าวพระและคำถวายสังฆทานดังนี้


   นะโม  ตัสสะ  ภะคะวะโต  อะระหะโต  สัมมาสัมพุทธัสสะ  ( กล่าว  3 ครั้ง )


อิมัง  สูปะพยัญชะนะสัมปันนัง  สาลีนัง  โภชะนัง  อุทะกัง  วะรัง  พุทธัสสะ  ปูเชมะ


ต่อไปเป็นการถวายสังฆทาน  ว่าตามดังนี้


อิมานิ  มะยัง  ภันเต  ภัตตานิ  สะปะริวารานิ  ภิกขุสังฆัสสะ  โอโนชะยามะ  สาธุ  โน


ภันเต  ภิกขุสังโฆ  อิมานิ  ภัตตานิ  สะปะริวารานิ  ปะฏิคคัณหาตุ  อัมหากัง  ทีฆะรัตตัง  หิตายะ  สุขายะ


ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ  ข้าพเจ้าทั้งหลาย  ขอน้อมถวาย  ซึ่งภัตตาหาร  กับทั้งบริวารทั้งหลายเหล่านี้  แด่พระสงฆ์  ขอพระสงฆ์จงรับ ซึ่งภัตตาหารกับของบริวารเหล่านี้  เพื่อประโยชน์  เพื่อความสุขแก่ข้าพระเจ้าทั้งหลายตลอดกาลนาน...เทอญ.


พระสงฆ์กล่าวคำ  สาธุ  แล้วคู่บ่าวสาวถวายของสังฆทาน
ลำดับต่อไปเป็นการรับพรและกล่าวคำลาพระสงฆ์ดังนี้


อะระหังสัมมาสัมพุทโธภะคะวา  พุทธังภะคะวันตัง  อะภิปูสะยามิ
สฺวากขาโตภะคะวะตาธัมโม  ธัมมังนะมัสสามิ


สุปะฏิปันโนภะคะวะโตสาวะกะสังโฆ  สังฆังนะมามิ.  เป็นอันจบพิธีสงฆ์


ลำดับต่อไปเป็นพิธีไหว้มวลญาติ ๆผู้ใหญ่ และแขกที่มาร่วมงานของคู่บ่าวสาว


ลำดับต่อไปเข้าสู่พิธีรดน้ำสังข์ดังนี้


เมื่อถึงฤกษ์ยามที่กำหนด  พิธีกรขอเชิญคู่บ่าวสาวขึ้นไปยังเวทีที่จัดไว้ขอเรียนเชิญประธานในพิธีขึ้นไปสวมสายมงคลสมรสและรสน้ำสังข์ตามด้วยญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายแล้วขอเชิญแขกทุกท่านร่วมรดน้ำสังข์ตบท้ายด้วยคุณพ่อคุณแม่ของคู่บ่าวสาว


ลำดับต่อไปเชิญร่วมถ่ายรูปกับคู่บ่าวสาวเมื่อเสร็จแล้ว  พิธีกรประกาศเชิญแขกทุกท่านร่วมรับประทานอาหารเที่ยงวันและในโอกาสนี้พิธีกรอวยพรทุกท่านที่มาร่วมงานให้มีความสุขความเจริญและกล่าวคำสวัสดีจบการทำหน้าที่พิธีกรด้วยคำกล่าวว่า  ขอท่านทั้งสอง  อยู่ครองสมานดุจดังสายธารไหลรินเรื่อยไป...