ครูนกเปิดอ่านบันทึกการเรียนรู้ในClassStartของเด็กๆ ชั้นม.๕ พบว่า สาวน้อยคนหนึ่งได้บันทึกเกี่ยวกับประเด็น"การมีระเบียบวินัยในตนเอง"  ซึ่งครูนกมักจะใช้เวลาช่วงต้นคาบ  กลางคาบ หรือท้ายคาบพูดคุยกับเด็กๆ เสมอตามเหตุบ้านการณ์เมือง อย่างกรณีที่เด็กคนนี้เล่าและสะท้อนมุมมองเป็นเหตุการณ์ล่าสุดของพวกเรา
         กิจกรรมหน้าเสาธงของเด็กๆ ในช่วงวันฝนตก จะต้องเข้าแถวชั้นเรียนที่เรียนในคาบแรก โดยครูที่ดูแลจะเป็นครูที่สอนวิชาแรกซึ่งเป็นประเพณีปฏิบัติมายาวนานสำหรับโรงเรียนของเรา
           ในช่วงสัปดาห์นี้ครูนกเฝ้าสังเกตพฤติกรรมการเข้าแถวในช่วงท้องฟ้าโปรยปรายด้วยสายฝนว่า  ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนเนื่องจากรุ่นพี่มักจะไม่เข้าแถว นั่งทำกิจกรรมต่างๆ ในห้องเรียน ขณะที่ครูนกมองไปที่บริเวณหน้าเสาธง พบครูเวรประจำวันยื่นกางร่มพร้อมกับนักเรียนที่ต้องทำหน้าที่เชิญธงชาติก็ใช้ร่มอย่างมานะพยายาม และเสียสละอย่างสัมผัสได้  ครูนกจึงเริ่มปฏิบัติการด้วยตนเองที่คิดว่าครูคนหนึ่งทำได้เริ่มจาก
            วันพฤหัสบดีครูนกไม่มีการสอนในคาบแรกเลยไปยืนที่ระเบียงพบว่า ห้องเรียนถัดจากห้องพักครูวิทยาศาสตร์คือนักเรียนชั้นม.๖/๒(ศิษย์เก่าที่เคยร่ำเรียนเคมีกันมาตอนม.๕) ครูนกเลยพูดคุยเชิงขอร้องว่า "ลูกช่วยเข้าแถวให้เรียบร้อยเพื่อเป็นตัวอย่างให้กับน้องๆ ห้องอื่น" ปรากฏว่าเด็กๆ จัดให้ด้วยความเต็มใจ ผลคือ ห้องที่เหลือเกิดระเบียบวินัยเหมือนเล่นเกมโดมิโน ขณะชั้น ๔ เงียบทำให้เสียงอื่นๆ ที่ปรากฏว่า ยังมีชั้นที่ดัง ครูนกมองภาพเพื่อนครูที่ยื่นดำเนินกิจกรรมท่ามกลางสายฝนทำให้มีกำลังใจที่จะช่วยกระชับระเบียบวินัยที่คุณครูคนดังกล่าวพูดกระตุ้นให้นักเรียน "เข้าแถวอย่างเป็นระเบียบ และฟังข่าวสารต่างๆของโรงเรียนอย่างมีสมาธิ" ชั้น ๓ ลงไปพบห้อง ๕/๑ ซึ่งเข้าแถวบางส่วนและบางส่วนอยู่ในห้องเรียน เด็กๆเลยคนเห็นครูนกก็เริ่มปรับตัว  จากนั้นเดินไปจัดระเบียบอีกห้องซึ่งไม่ยอมเข้าแถวเลยสักคน แต่อีกสองห้องที่เหลือมีเพื่อนครูคอยกำกับดูแลอยู่แล้ว ส่วนชั้น ๒ ต้องจัดระเบียบสังคมกันใหม่เลย สรุปครูนกยิ่งเดินยิ่งต้องกระชับพื้นที่ระเบียบวินัย
             วันศุกร์ในคาบแรกครูนกต้องสอน ม.๕/๑ จึงลงไปดูแลเด็กๆ พบว่า เหตุการณ์ซ้ำรอยกับวันพฤหัสบดี ทำให้ก่อนจะลงมือสอนตั้งคำถามว่า "วันนี้จะให้ครูพูดเรื่องอะไรก่อน"  สีหน้าของเด็กหลายๆคนรับรู้เข้าใจสถานการณ์  กับอีกบางคนสีหน้ายังไม่เข้าใจสถานการณ์เพราะความที่ไม่เคยใส่ใจกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวเอง  ครูนกก็เริ่มเห็นเด็กๆ ส่งสัญญาณกัน ครูนกจึงบอกเหตุผลที่ต้องพูดคุยเรื่องนี้อย่างเป็นทางการเพราะเด็กๆ ยังไม่เข้าใจว่าทำไมต้องปฏิบัติตามกรอบ กติกาของสังคม  ครูนกพยายามชี้ประเด็นให้เห็นว่า ระเบียบต่างๆ ในโรงเรียนไม่ใช่เพื่อวางไว้ให้เด็กๆ ไม่มีความสุข แต่จุดประสงค์คือต้องการฝึกการเคารพกฏ กติกา มารยาท และความอดทน ซึ่งต้องอาศัยระยะเวลาในช่วงวัยเด็กเป็อื่นช่วงบ่มเพาะ ทั้งนี้ต่อไปสังคมที่เด็กต้องกลายเป็นผู้ใหญ่จะได้มีการอดทน  การเคารพสิทธิผู้อื่น  การมีมารยาทรู้จักกาลเทศะ และการรู้จักเป็นผู้นำ และผู้ตามที่สำคัญทุกคนต้องรู้จักหน้าที่  ครูนกได้ชี้ให้เห็นการทำหน้าที่ของครูเวร  และเพื่อนๆที่ต้องไปปฏิบัติหน้าที่เชิญธงชาติท่ามกลางสายฝนซึ่งต้องถือว่าทำหน้าที่อย่างครบถ้วนเป็นแบบอย่างที่ดี  แล้วพวกเราที่อยู่บนอาคารเรียนก็ต้องทำหน้าที่เป็นผู้ตามและผู้ฟังที่ดี
              สำหรับครูนกการสอนเนื้อหาและการทดลองเคมีไม่ใช่เรื่องยากด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมาหลายปี แต่ที่ยากและท้าทายตนเองเรื่อยๆ คือ การสอนทักษะชีวิตที่จะนำสถานการณ์มาใช้ประโยชน์ในการพูดคุยอย่างมีเหตุและมีผลให้เด็กๆ เข้าใจถึงแก่นเรื่องราวที่เกิดขึ้นซึ่งเป็นสิ่งที่ครูเองยังคงเป็นนักเรียนรู้