เมื่อผมได้ดูรายการพันแสงรุ้ง ตอนร่องรอยชนชาติมอญ (ที่สนใจเพราะยายผมเป็นคนมอญ) จากการสงครามพม่ากับมอญ ทำให้คนมอญอพยพเข้ามายังฝั่งไทยมากทีเดียว กระจายอยู่ ๓๐ กว่าจังหวัดทั่วประเทศไทย วัฒนธรรมมอญจึงส่งผลต่อวัฒนธรรมไทยหลายด้านอยู่เหมือนกัน ทั้งเครื่องปั้นดินเผาคนมอญเขาเก่งทีเดียว หรือว่าจะเป็นศิลปะดนตรี
ที่นี้ก็จะกล่าวถึงเพียงเรื่องดนตรีอย่างเดียวแล้วกัน ปัจจุบันจะเห็นว่ามีวงปีพาทย์มอญเล่นกันตามงานศพ ทั้งในต่างจังหวัด ยังมีให้เห็นอยู่มาก หรือวงที่อยู่ใน กทม. ก็คงจะมีอยู่ แต่วงปี่พาทย์ที่เป็นต้นตำรับด้านปี่พาทย์มอญนี้ต้องให้กับสำนักครูรวม ราชบุรี (ผมเองมีโอกาสไปกินข้าวบ้านท่านมาครั้งนึง ภูมิใจมาก) ทีกล่าวขานกันแบบทีเล่นทีจริงว่าท่านแบกเครื่องดนตรีมาจากฝั่งมอญกันเลยทีเดียว
ดนตรีไทยกับมอญมีความใกล้เคียงกันเช่นระนาดเอก ทุ้ม แต่ก็มีส่วนที่ต่างกัน เช่น ฆ้องวง ตะโพน ปี่ ของไทยกับมอญจะไม่เหมือนกัน แถมของมอญมีเปิงมางซึ่งเป็นเครื่องดนตรีระดับน้องๆพระเอกเลยทีเดียว คนตีเปิงเก่งๆ สาวมองแหละว่างั้นเถอะ เสียงสำเนียงจากเครื่องดนตรีของไทยและมอญ ต่างบ่งบอกความเป็นไทยและมอญ ได้อย่างมีมนขลัง สำเนียงทางมอญที่ผมเคยสัมผัสส่วนใหญ่จะออกแนวโศกเศร้า เช่น เพลงนางหงส์ จำวัด จำบ้าน ฯลฯ เพลงมอญจึงมักจะเล่นในงานศพดังที่เราเห็น ที่มีฆ้องวงแบบแนวดิ่งติดไฟกระพิบแว็บๆๆ นั่นแหละ
ส่วนปี่พาทย์ไทยนั้นผมค่อนข้างชอบนะ มีหลายสไตล์ทีเดียว โหมโรง เช้า-เย็น เป็นเพลงเริ่มต้นของงานต่างๆ งานที่เน้นความขลัง เอาฤกษ์ เอาชัย ก็มีเพลงมหาฤกษ์ มหาชัย (ทางไทยก็มีนะครับฟังดูขลังและเพราะมาก หรือทางฝรั่งดนตรีไทยก็ยังเล่นได้) หรือว่าจะเป็นงานบุญอื่นๆที่จะใช้สำเนียงกลางๆ ค่อนไปทางสนุกสนาน ก็จะมีเพลงเรื่องนานาเพลงให้เลือกเล่น หรือเพลงตลาด หรือเพลงเถาว์ทั่วไปก็ได้ หรือแม้กระทั่งตอนพระฉันก็ยังมีเพลงฉิ่งพระฉัน ซึ่งเพราะและยาวมาก อาจารย์เคยพูดแบบหยอกล้อกับกลุ่มเด็กๆว่า ให้พระฉันซัก ๓ จาน แล้วไปขี้ ออกมาจากส้วม ก็ยังไม่จบหรอก ฮ่าๆๆๆ ^__^
เพลงเรื่อง กับเพลงฉิ่งพระฉัน ถือเป็นเพลงมีระดับไม่ใช่เพลงตลาดหรือเพลงเถาว์ทั่วไป ครูสำนักต่างๆมักจะต่อให้เด็กๆเอาไว้เล่น เวลามีงานบุญ เอาไว้โชว์เชิงอวดกันได้ วงเด็กๆวงไหนเล่นเพลงเรื่องได้ถือว่าเท่มาก ผู้ใหญ่เขาจะชื่นชมไปถึงครูผู้ต่อให้เลย เช่นเพลงเรื่องสร้อยสน พระรามเดินดง มอญแปลง หรือ สารถี ผมชอบมาก
แต่อะไรคือสิ่งที่น่าทึ่งดังที่จั่วหัวไว้แล้ว เพลงหน้าพาทย์ทุกเพลงขนาดแค่ทางฆ้อง(ทางหลัก หรือ เมโลดี้) ยังยากเลย มีคู่อะไรแปลกๆ ที่ไม่เหมือนเพลงตลาด มีลูกโยนแปลกๆ ยากแบบไม่คุ้นมือ แต่เพราะมากๆ แถมมีเสียงระนาดดั่งแก้วกระทบกัน บรรเลงเก็บรายละเอียดอีกทีเรียกว่าทางระนาดหรือกลอนระนาดซึ่งโดยอาศัยเมโลดี้ อุปมาดั่งผู้แต่งกลอนโดยมีหัวข้อเรื่องตามทางฆ้องวง ซึ่งกลอนระนาดจากผู้เก่งๆนั้นตี ๑,๐๐๐ ครั้ง ก็ไม่เหมือนกันสักครั้ง เหมือนคนแต่งกลอนสดๆ มีสัมผัส คล้องจองกันอย่างลงตัว ฟังเพลินล่ะป่ะ(ตีผิดยังไม่รู้เลย อิอิ) ซึ่งจะทำได้ต้องใช้ปฏิภาณและประสบการณ์สูง ไหนจะยังมีทางระนาดทุ้มที่แสนจะแหวกแนวอีก โอ้ย มีอีกตรึม อธิบายไม่หมด
ซึ่งเราว่าคนเล่นนี้ต้องปฏิภาณดีระดับหนึ่งแล้ว ลองคิดดูสิว่าคนแต่งเพลงท่านจะปราดเปรื่องเพียงใด รู้ได้อย่างไรว่าตีเสียงนี้ ผสมเสียงนี้ คู่๒ ยัน คู่๘ ลูกโยนต่างๆ รู้ได้อย่างไรว่ามันจะขลัง มีกลิ่นอายของความศักดิ์สิทธิ์ ถึงเพียงนี้ เช่น เพลงสาธุการ เป็นต้น ไพเราะและดูศักดิ์สิทธิ์มาก ยิ่งมีกลิ่นธูปด้วยนี่เป็นอะไรที่ ใช่เลย ขลังมาก ใครไม่เชื่อลองเสิร์ซในยูทูป แล้วเปิด + จุดธูปดูนะ ว่าคุณคิดเหมือนผมไหม และไหนๆ ถ้าใครจะทำตามจริงๆ ก็ไปซื้อดอกไม้มาไหว้พระเสียด้วยเลยก็ได้ เพลงสาธุการเป็นเพลงศักดิ์สิทธิ์ไม่ควรทำเป็นเล่นๆ ศักดิ์สิทธิ์ขนาดว่าต้องจับมือก่อนถึงจะเล่นเพลงนี้ได้น่ะครับ
ในความคิดผมทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่น่าทึ่งและน่าภูมิใจมาก ที่เรามีดนตรีที่บรรพบุรุษเราคิดขึ้นมาเอง ใช้วัสดุเราเอง แถมไม่จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าด้วย (ใช้ไม้แข็งแทนก็ดังสุดกู่แล้ว) สุดท้ายนี้ผมดีใจมากที่ได้เป็นลูกศิษย์อาจารย์สุรินทร์ เจือหอม โรงเรียนคงคาราม ที่คอยต่อเพลงให้ อบรมสั่งสอน ท่านเป่าปี่เก่งมาก (แถมแกก็เป็นลูกศิษย์ครูรวม ราชบุรี ด้วยนะ) วงที่โรงเรียนออกงานเทศมหาชาติทุกปี หลายวัดเลยล่ะ ละแวกอำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี สนุกมาก นอนวัดบ้าง โรงเรียนบ้าง และตัวผมนั้นได้รับหน้าที่เป็นคนทุ้มประจำวง ได้ช่วยพ่อแม่หาสตางค์ไปโรงเรียนในวัยเด็ก เพราะเป็นเด็กที่อยู่ในครอบครัวที่ไม่รวย(หรือจนนั่นเอง) น่าเสียดายที่เพลงเหล่านั้นผมไม่สามารถจดจำได้แล้ว เพราะไม่ได้เล่นดนตรีไทยแบบเอาจริงเป็นเวลานานมาก(เกือบ ๑๐ ปีแล้ว) เนื่องจาก ผมเลือกที่จะเรียนในด้านวิศวกรรมศาสตร์ จนออกไปทำงาน และตอนนี้ก็กลับมาทำงานวิจัย ที่ต้องทุ่มเทเวลามาก....ตอนนี้แค่เพลงตลาดทั่วไปแบบ ลาวดวงเดือนก็ยังไม่แม่นเลย ฮ่าๆๆๆๆ
เขียนยาวหน่อยเพราะมันมือเหลือเกิน
ทัดระวี กวีไทย
๑๙ ธ.ค. ๒๕๕๕
ชอบมาก