บ่ายวันนี้ฉันมีโอกาสได้พบปะกับพี่อาจารย์ที่เคารพนับถือท่านหนึ่งโดยบังเอิญที่ร้านอาหารพันพรรณ ในวัดสวนดอก ฉันรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้พูดคุยกับท่าน บทสนทนาของเราพูดได้คุยไปถึงคนรู้จักอีกคนหนึ่งซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่เรื่องราวที่ฉันสนใจมากเท่าใด แต่ด้วยความที่ไม่ทันยั้งคิดฉันจึงปล่อยบทสนทนาดำเนินต่อไป สักพักพี่อาจารย์ก็มีคนรู้จักเข้ามาทักและคุยกันแล้วท่านก็ขอตัวจากไปทำธุระของท่านต่อ เมื่อท่านจากไปแล้วฉันจึงนึกได้ว่ามีคำถามอีกมากมายหลายคำถามที่ฉันยังไม่ได้ถาม หลายเรื่องที่ไม่ได้คุย นึกเสียดายโอกาสที่มีที่ใช้คุยถึงเรื่องราวที่ไม่จำเป็นเสีย นั่นก็เพราะฉันไม่ได้เตรียมใจให้พร้อมรับโอกาสดีดีนั้น
บ่อยครั้งที่เราปล่อยให้โอกาสดีดีของชีวิตผ่านไปเพราะใช้เวลาที่มีใส่ใจกับสิ่งที่ไม่สำคัญและด้วยความไม่ตื่นรู้ในทุกขณะ ตอนนั่งรถกลับบ้านฉันนึกถึงเรื่องราวของโอกาสที่ได้อ่านมา....

ในสมัยเมื่อห้องสมุดอเล็กซานเดรียที่ยิ่งใหญ่ในอียิปต์ถูกเผาลงด้วยน้ำมือของจูเลียต ซีซาร์ อย่างไม่ตั้งใจ ในตอนนั้นมีเพียงหนังสือเล่มเดียวที่ถูกเก็บรักษาไว้ได้ แต่มันเป็นหนังสือที่ไม่มีมูลค่ามากมายใดที่ชายยากจนคนหนึ่งซึ่งอ่านหนังสือได้เพียงเล็กน้อยซื้อมาในราคาถูก หนังสือนั้นไม่มีจุดเด่นใดมากมาย แต่ในหนังสือนั้นมีเรื่องราวที่เขียนไว้ว่า "เคล็ดลับของหินดำ"
หินดำในที่นี้คือหินวิเศษที่สามารถเปลี่ยนโลหะทั่วไปให้เป็นทองคำบริสุทธิ์ได้ หนังสือเล่มนั้นบอกว่าหินดำนั้นอยู่ปะปนกับก้อนหินทั่วไปและมีลักษณะที่เหมือนกัน แต่ทว่าความต่างอันแสนพิเศษนั้นก็คือหินวิเศษนั้นจะมีรู้สึกอุ่นเมื่อจับต้องในขณะที่หินอื่นๆ นั้นจะรู้สึกเย็น
เมื่อรู้ดังนั้นชายคนนั้นจึงขายสิ่งของเล็กน้อยที่มีเพื่อซื้อสิ่งของที่จำเป็นแล้วไปตั้งหลักปักฐานอยู่ที่ชายทะเลเพื่อค้นหาหินวิเศษนั้น เขารู้ดีว่าหากเขาจับก้อนหินธรรมดาที่เย็นมือขึ้นมาและทิ้งมันลงไปเหมือนเดิม เขาอาจจับก้อนหินเดิมขึ้นมาอีกหลายๆ ครั้ง ดังนั้นเมื่อเขาจับก้อนหินเย็นๆ ขึ้นมาเขาจะขว้างมันลงไปในทะเล เขาทำอย่างนั้นทั้งวันแต่ก็ยังไม่พบหินวิเศษ แต่เขาก็ทำอย่างนั้นเรื่อยไป จับก้อนหินขึ้นมา รู้สึกเย็น เขวี้ยงมันลงทะเล จับก้อนใหม่ขึ้นมา ทิ้งลงทะเล ครั้งแล้วครั้งเล่า
จากวันเป็นสัปดาห์แล้วย่างเข้าสู่เดือนที่เขาทำเช่นนั้น และแล้ววันหนึ่งในช่วงกลางวัน เขาเก็บหินก้อนหนึ่งขึ้นมา รู้สึกว่ามันอุ่น แล้วเขาก็โยนก้อนหินลงทะเลก่อนที่จะรู้ตัวว่านั่นคือก้อนหินที่เขาตั้งใจค้นหามานาน หลายเดือนที่ผ่านมาเขาได้สร้างความเคยชินให้ตัวเองที่จะโยนก้อนหินลงสู่ทะเล และถึงแม้เมื่อก้อนหินที่เขาค้นหามาอยู่ในมือ เขาก็โยนทิ้งมันไปเช่นกัน
โอกาสที่มีหากเราไม่มีไหวพริบ ไม่ตื่นตัว ไม่มีสติ เราก็อาจปล่อยโอกาสและสิ่งดีดีในมือให้หลุดไปหรือโยนทิ้งมันไปเหมือนที่ชายคนนั้นโยนก้อนหินวิเศษที่เฝ้าค้นหามานานไป โอกาสบางอย่างอาจมาเยือนครั้งเดียวในชีวิต บางอย่างอาจแวะเวียนมาหลายต่อหลายครั้ง แต่ไม่ว่าจะกี่ครั้งหากเราไม่พร้อมจะรับมัน โอกาสนั้นก็หลุดลอยไปได้เช่นกัน
เคล็ดลับของหินวิเศษคือการมองเห็นโอกาสดีดีที่ผ่านเข้ามาในชีวิตและน้อมรับมันไว้ด้วยความมีสติ ด้วยใจที่พร้อม
ขอให้ทุกท่านเตรียมรับโอกาสดีดีของชีวิตด้วยความตื่นรู้ในทุกวันค่ะ ฉันเองก็จะพยายามเตือนตัวเองไม่ให้พลาดเหมือนวันนี้อีก
ด้วยความนอบน้อม
ปริม ทัดบุปผา
๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๕
ที่มาของเรื่อง เคล็ดลับของหินดำ; http://www.motivationalwellbeing.com/motivational-stories-2.html
สวัสดีครับ คุณปริม สบายดีนะครับ ...อ่านเพลินพร้อมๆไปกับฝึกการตระหนักรู้นะครับ ยากทีเดียว
สวัสดียามเช้าค่ะคุณเพชร
ปริมสบายดีค่ะ หวังว่าคุณเพชรคงสบายดีเช่นกันนะคะ
ขอให้วันนี้เป็นวันดีดีที่มาพร้อมโอกาสดีดีค่ะ
ขอบคุณค่ะ
โอกาสมีอยู่ในทุกที่ทุกสถาน
ผู้มีปัญญาย่อมไขว่คว้าไว้ได้
กล่าวกันว่าอย่างนั้น
สติ ก่อเกิดปัญญา
แต่ในความจริง ผมก็ยากยิ่งกับเรื่องนี้
แต่ก็เพียรพยายามเสมอมา
...
ขอบคุณปรัชญาชีวิตในรุ่งเช้าวันนี้ ครับ
มิปล่อย "โอกาส" อย่างแน่แท้ครับ ;)
ขอบคุณค่ะ อาจารย์ ปริม ทัดบุปผา ที่นำควาคิดดีๆมาแบ่งปันให้อ่าน
ครูทิพย์ก็เหมือนกัน กว่าจะรู้ตัว โอกาสดีๆ นั้นก็หลุดลอยไปครั้งแล้ว ครั้งเล่า เฮ้อ!
ขอบคุณสำหรับข้อคิดดีๆนะครับ
ขอบคุณก้อนหินแห่งสติครับ
มารับข้อคิดดีๆก่อนกล่าวราตรีสวัสดิ์..สุขสงบร่มเย็นใจนะคะ..
สวัสดีค่ะ คุณปริม
.... ความคุ้นชิน....ทำให้เรา ... หลง ละ เลย....อย่างไม่ตั้งใจ...ทิ้ง "โอกาส"...ไป อย่างไม่ตั้งใจ...
ขอบคุณ แง่คิด ให้ใช้ชีวิต อย่างมี "สติ" ตลอดเวลา..... ค่ะ
นอกจาก"สติ"ที่ต้องตื่นรู้อยู่เสมอแล้ว พี่โอ๋ว่ามีเรื่องของ"กรรม"ที่ติดตัวเราแต่ละคนมาด้วยนะคะ เพราะบางครั้งบางเรื่องเราตั้งใจมากมาย แต่ก็ไม่เป็นไปอย่างที่คาดหวัง ไม่สมกับที่เราตั้งใจ เราก็ต้องยอมรับและ"ปล่อยวาง"ให้ได้ด้วย เพราะหลายๆอย่างก็ดูเหมือนมีเส้นทางของมันมาเองแล้ว การที่น้องปริมไม่มีโอกาสได้ถามได้คุยเรื่องที่คิดไว้ในครั้งนี้ อาจจะเป็นการดีก็ได้นะคะ ไม่ใช่การเสียโอกาสอย่างที่คิดเท่านั้น
ชอบมากๆ เป็นเหมือนกันเลย กลับเมืองไทยไม่มีเวลาคุยกันกับคนทุกคน
อีกอย่างมัวแต่ภัยพิบัติ เรื่องอื่นก็เลยไม่ได้พูด
ขออนุญาตเอาบันทึกนี้ส่งไปให้เพื่อนๆด้วยครับ
สวัสดีครับยามบ่ายอ่อนๆ...คุณปริมไปตากแดดอ่อนๆ ที่ไหนครับวันนี้....ส่งสายลมบนตึกสูงไปให้กำลังให้นะครับ...(บนตึกโอกาสส่งก้อนหินมีน้อยมากครับ)...ทานข้าวเที่ยวแล้วนะครับ...
สวัสดีครับ คุณปริม
ขอบคุณบันทึกแห่งสติ...และการตื่นรู้
อ่านเรื่องนี้แล้ว ทำให้นึกถึงปัจฉิมพจน์ของพระพุทธองค์ในวันที่พระองค์จะปรินิพพานซึ่งทรงตรัสเน้นย้ำว่า "สิ่งทั้งหลายหาความจีรังยั่งยืนมิได้ เธอทั้งหลายจงอยู้ด้วยความมีสติเถิด" หลักธรรมจำนวนแปดหมื่นสี่พันข้อ ย่อสรุปแล้วเหลือเพียงคำเดียวสองพยางค์คือคำว่า "สติ" สตินั้นอุปมาแล้วสำคัญเทียบเท่ากับเบรคของรถยนต์ทุกยี่ห้อ เราต้องเตรียมพร้อมตลอดเวลากับการมีสติ เหมือนรถที่จอดอยู่ยังไงก็ถอดเบรคออกทิ้งไม่ได้ เพราะมันต้องพร้อมสำหรับการวิ่งต่อไป ขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมเสริมสร้างสติเพื่อให้เกิดความพร้อมอยู่เสมอจนถึงขั้นที่ว่า "แม้ทุกข์จะมาเยี่ยมเยือน เราก็เป็นเพื่อนกับมันได้"
ขออนุโมทนา ดร.ปริม ที่ช่วยย้ำเตือนให้เพื่อนร่วมโลกได้ตระหนักถึงความสำคัญของการมีสติ
สวัสดีค่ะท่านอาจารย์โสภณ
ขอบคุณค่ะ สำหรับข้อคิดให้เร่งเดินทางสู่ปัญญา
ท่านอาจารย์สบายดีนะคะ
ราตรีสวัสดิ์จากริมน้ำปายค่ะ ;)
สวัสดีค่ะท่านอาจารย์แผ่นดิน
สติ สมาธิ ปัญญา ล้วนแต่ต้องฝึกฝน เป็นกำลังใจให้กันบนหนทางนี้นะคะ
ขอบคุณค่ะ
ราตรีสวัสดิ์ในคืนหนาวค่ะ
สวัสดีค่ะท่านอาจารย์ Wasawat Deemarn,
คงมีโอกาสได้พบท่านอาจารย์หลังกลับจากปายค่ะ ตอนนี้กำลังนั่งรับลมหนาวริมฝั่งแม่น้ำปายเผื่ออาจารย์ค่ะ ;)
คืนนี้ฝันดีนะคะ
สวัสดียามดึกค่ะครูทิพย์
เรายังเริ่มต้นใหม่ได้เสมอนะคะ เป็นกำลังใจให้กันและกันค่ะ
ฝันดีนะคะ
สวัสดีค่ะคุณลุงชาติ
ขอบคุณมากนะคะที่แวะมาอ่านและให้กำลังใจค่ะ
นอนหลับฝันดีนะคะ