ผลสำรวจความคิดเห็นของเอแบ็คโพลล์เมื่อปี ๕๓ พบว่าประชาชนไทยปัจจุบันร้อยละ ๗๖ ยอมรับได้กับรัฐบาลที่ทุจริตขอให้ประเทศชาติรุ่งเรือง ประชาชนกินดีอยู่ดี ตนเองได้ประโยชน์ด้วย โดยมีตัวเลขร้อยละของการยอมรับเรียงตามลำดับดังนี้

กลุ่มคนที่ทำธุรกิจ-ค้าขาย ร้อยละ ๗๙
กลุ่มพนักงานบริษัทเอกชน ร้อยละ ๗๐
กลุ่มนักเรียนนักศึกษา ร้อยละ ๖๗
กลุ่มข้าราชการ ร้อยละ ๖๕

ผ่านไป ๒ ปี อดีตนายกรัฐมนตรี คุณอานันท์ ปันยารชุน ฟันธงว่าคอร์รัปชั่นไทยปีนี้ รุนแรงสุด
“เข้าสู่ยุคกินเมือง !!" (คำกล่าวปิดงาน โปร่งใสยามบ่าย คนไทยไม่โกง
จัดโดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย ร่วมกับสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์) 

นักศึกษาถามว่า ผมเห็นวิธีแก้อย่างไร? 

ผมตอบเท่าที่คิดได้แบบเร็วๆ ว่า 

๑. เริ่มต้นจากตัวเราแต่ละคนเอง เพิ่มคนซื่อสัตย์สุจริตขึ้นในบ้าน(ครอบครัว)และเมือง(สังคม)ได้ ๑ คน ก็ยิ่งใหญ่และมีพลังมากแล้วครับ 

๒. ช่วยกันแสดงความชื่นชมยินดีผู้ดำเนินชีวิตและปฏิบัติหน้าที่การงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เป็นกำลังใจให้เขา

๓. อบรมบ่มเพาะคุณธรรมว่าด้วยความซื่อสัตย์สุจริตแก่ลูกหลานและหรือลูกศิษย์ ผ่านการดำเนินชีวิตที่เป็นแบบอย่าง และเล่าเรื่องตัวอย่างคนซื่อตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้

๔. จากนั้นก็ไม่ส่งเสริมและสนับสนุนการคอรัปชั่นใดๆ ในบ้าน ที่ทำงาน ในชุมชน และสังคม ตามเงื่อนไขที่พอจะทำได้ของแต่ละคน

สุรเชษฐ เวชชพิทักษ์
๑๔ ธ.ค.๕๕