จำได้ว่าสมัยเรียนมัธยมปลายคุณครูเคยให้เเต่งร่ายยาวส่งซึ่งนับว่าเป็นบทประพันธ์ที่บังคับฉันทลักษณ์น้อยที่สุดแล้วในตอนนั้น วันนี้ไปค้นแฟ้มเก่าๆดูเผอิญไปเจอวิธีการเเต่งร่ายยาวพอดีช่วงพักจากการทำการบ้านเลยลองนั่งเเต่งเล่นๆดูจึงรู้ว่าบรรพบุรุษไทยเรานี้ช่างรู้จักคิดสร้างสรรค์ภาษาให้ดูมีคุณค่า ควรค่าเเก่การจดจำและอนุรักษ์เสียจริงก่อนอื่นเราลองมาทำความรู้จักกับร่ายยาวกันก่อนนะคะ

ขอบคุณแผนผังจาก  http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2 

 ลักษณะการแต่ง  ร่ายยาวไม่กำหนดจำนวนคำ หรือวรรคแน่นอน จะใช้คำมากเท่าไรก็ได้ แต่ไม่ควรน้อยกว่า 5 คำ การสัมผัสจะให้คำสุดท้ายของวรรคต้นสัมผัสคำใดคำหนึ่งของวรรคต่อๆไปโดยไม่กำหนดว่าจะเป็นคำไหนแต่อย่าให้อยู่ใกล้ชิดกับคำสุดท้าย  ส่วนเอกโทก็ไม่บังคับ ร่ายยาวนี้ใช้แต่งเทศน์ หรือบทสวดที่ต้องว่าเป็นทำนอง เช่น เทศน์มหาชาติ เทศน์ธรรมวัตร  

"พลังชีวิต" ร่ายยาวที่ถูกแต่งโดยพลังนักสู้ตัวน้อยๆที่ต้องจากบ้านนามาสู้ชีวิตท่ามกลางสังคมอันกว้างใหญ่ เเต่ไม่คิดจะท้อแท้ที่จะสู้ทุกอย่างเพื่อความฝันตราบใดที่ดวงอาทิตย์ยังส่องเเสง

        ท้องทุ่งอันเบิกกว้างรวงข้าวต่างชูช่อสวยไสว  ฝูงนกวิหคไปเกาะไม้ใหญ่ช่างงดงาม  นกแก้วแจ้วเสียงร้องตามมาพร้อมไก่ขับขาน  เช้าตรู่เเสนเบิกบานอาทิตย์ผ่านขอบฟ้าไกล  ทุกชีวิตในโลกนี้ล้วนก้าวเดินสู่วันใหม่  ด้วยใจอันสดใสที่ยิ่งใหญ่แห่งความดี  ผู้มีภาระมากต้องลำบากตรากตรำอย่างเต็มที่  จะกี่วินาทีคงไม่มีวันพักกาย ดังนกในม่านฟ้าที่บินผ่านภูเขาสู่ป่าใหญ่  ต้องบินถลาไปหาเหยื่อให้ลูกน้อยอยู่ในรัง  พวังอันเคว้งคว้างบางครั้งต่างอยากท้อเเต่ต้องสู้เพื่อความหวัง  ครอบครัวเป็นพลังคอยผลักดันให้เราก้าวต่อไป  ครั้นยามอาทิตย์ดับลับขอบฟ้าใจที่เเสนเหนื่อยล้าคงได้พัก  ดังเจ้านกกลับรังรักอันแสนละมุน  ใบไม้ปลิวสบัดสายลมพัดความอบอุ่นด้วยรักที่เจอจุนมีไออุ่นของใจงาม  ในบ้านอันสุขสันต์จากตามฝันทั้งวันเจอเเต่หนามที่ต้องก้าวผ่านไปให้ถึงยังจุดหมาย  กลับสู่บ้านพักกายใจอันเหนื่อยสุดเมื่อยล้า  เก็บพลังไว้ฟันฝ่าในวันใหม่ ในพรุ่งนี้เราจะต้องสู้ต่อไป ด้วยหัวใจอันยิ่งใหญ่นิรันดร

      ถึงจะอยู่ไกลบ้านเเต่ภาพแห่งความสุขจากวิถีธรรมชาติก็ไม่เคยเลือนไปจากดวงใจดวงนี้ ขอเป็นอีกหนึ่งเเรงใจให้กับคนสู้ชีวิตทุกคนนะคะ