ตัวตนของคนเห็นได้จาก Facebook
นับจากที่โลกนี้กลายเป็นสังคม Online ไปแล้ว ผู้เขียนก็เช่นกัน เข้าไปเป็นสมาชิกในสังคม Online เช่นกัน หรือที่เรียกกันว่า Facebook ในตอนแรก ๆ ก็ไม่ค่อยคิดอะไร แต่ในใจส่วนหนึ่งก็คิดว่า "ก็ดี น่าจะมีประโยชน์ เพราะสามารถใช้ติดต่อสื่อสารซึ่งกันและกันได้" เป็นสังคมอีกแบบหนึ่งของคนรุ่นใหม่...แต่สำหรับผู้เขียน แม้วัยจะย่างเข้า ๕๑ ก็ไม่แพ้เด็กรุ่นใหม่ ๆ เช่นกัน มี Facebook เช่นเดียวกันกับเด็กรุ่นใหม่ ๆ ความคิดในครั้งแรก มีไว้เพื่อติดต่อกับลูก ๆ บางครั้งก็เป็นข้อความที่ครอบครัวเราไม่สะดวกในการคุยกันทางโทรศัพท์ บางเรื่องก็เป็นเรื่องที่อยากบอกให้ลูก ๆ ได้รู้ ได้อ่าน นี่คือ จุดประสงค์แรก...
แต่เมื่อเป็นสมาชิกนาน ๆ เข้า ส่วนใหญ่จะมีการขอเข้ามาเป็นเพื่อน ขอให้ผู้เขียนยอมรับในการเป็นเพื่อน ตามมารยาท เราก็จะไม่ปฏิเสธ Add ก็ Add รับไว้ก่อน จนมีเพื่อนมากมาย บางคนเราก็ไม่รู้จักหรอก แต่บางคนเรารู้จักเพราะรับไว้เพื่อติดต่องาน + ได้รับความรู้ใหม่ ๆ...จนบางครั้งพี่ภัคร (เจ้าตัวโต) บอกว่า...แม่บางครั้งรับ Add ก็ดู ๆ บ้างน่ะ บางคนดี บางคนไม่ดี...สุดท้ายเราก็ต้องมานั่งคัดคนที่จะเข้ามาเป็นเพื่อนของเรา ถ้าดีเราก็ยังคงเป็นเพื่อนต่อ ถ้าไม่ดี เราก็ยกเลิกการเป็นเพื่อน...สาเหตุของการที่ต้องยกเลิกการเป็นเพื่อน เพราะเราสามารถเห็นตัวตนของเขาที่เขียนโพสต์ข้อความที่ไม่สร้างสรรค์ เป็นข้อความลบ ใช้คำพูดที่ไม่พึงประสงค์ ซึ่งตัวเรารับไม่ได้ ออกจากการเป็นเพื่อน เพราะผู้เขียนจะมีจิตที่เป็นมิตรกับทุก ๆ คนอยู่แล้ว แต่เมื่อเห็นหรืออ่านข้อความที่ไม่ค่อยดี ก็อย่ามาเป็นเพื่อนกันอีกเลย ขอคัดคนที่เข้ามาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันดีกว่า ซึ่งเป็นกัลยาณมิตรที่ดีต่อกันดีกว่า...เพราะคนที่จะเข้ามาเป็นมิตรด้วยนั้น ต้องเป็นมิตรกันที่ใจด้วย จึงจะได้ชื่อว่า "มิตรแท้" หรือ "กัลยาณมิตร" ที่ดีจริง ๆ...สำหรับผู้เขียน การเขียน การโพสต์จะมีแต่รูปภาพของเจ้าฟ้าคราม (หลานย่า) ซึ่งให้รู้ถึงพัฒนาการที่เด็กเล็ก ๆ คนหนึ่งในแต่ละวัน แต่ละเดือน มีพัฒนาการเติบโตกันอย่างไร...กับเรื่อง "ธรรมะ" คติที่ใช้ในการสอนใจ สอนคนเพื่อนำมาเป็นหลักในการปฏิบัติต่อชีวิตประจำวันมากกว่า...เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยนำมาใช้กับชีวิตประจำวันกันเลย โดยเฉพาะเด็กรุ่นใหม่ ๆ...มีแต่การใช้ชีวิตที่ประมาท...
จากประสบการณ์ที่ได้เข้าไปอ่านใน FB ทำให้เราเห็น เห็นถึงตัวตนของแต่ละคนจริง ๆ ใน FB เพราะถ้าตัวตนของเขาเป็นอย่างไร เขาก็จะทำสิ่งนั้นจริง ๆ ถ้าเขาเป็นคนดี จิตดี เขาก็จะโพสต์ข้อความที่ดี มีความคิดสร้างสรรค์ พัฒนาคน พัฒนางานได้เป็นอย่างดี ถ้าเขามีจิตที่ไม่ค่อยดี เขาคนนั้นก็จะโพสต์ข้อความที่ไม่สร้างสรรค์ ว่าคนโน้น ว่าคนนี้ ก็เพราะว่าเขาเป็นคนแบบนั้นไง เขาถึงได้กระทำแบบนั้น จึงทำให้ผู้เขียนสามารถได้รู้ได้เห็นตัวตนของคนใน Facebook จริง ๆ ซึ่งในอนาคตสามารถใช้เป็นข้อมูลส่วนบุคคลเลยก็ว่าได้ "ว่าตัวตนเขาเป็นเช่นไร...เพราะเขาก็จะโพสต์หรือข้อความนั้น ๆ ลงใน Facebook" เพื่อให้ได้อ่าน ได้รู้...ผู้เขียนคิดว่า พวกเขาเหล่านั้นคงไม่ได้นึกหรอกว่า...มันจะมีผลดี ผลเสียอย่างไรกับตัวของเขา เพราะเขาเป็นคนรุ่นใหม่ อาจคิดว่า นี่คือ...ดินแดนอิสระในด้านความคิดของเขา จะคิด จะเขียน อย่างไรก็ได้...แต่ในมุมมองของผู้เขียน ซึ่งอาจเรียกว่า เป็นคนรุ่นเก่า มีมุมมองที่ต้องการจะบอกให้กับเด็กรุ่นใหม่ ๆ ได้ทราบว่า...นั่นแหล่ะ...Facebook คือ ตัวตนของท่านล่ะ มันจะเป็นหน้าต่างแสดงให้เห็นว่าท่านเป็นคนเช่นไร...มีจิตฝักใฝ่แบบใด...ต่ำ - สูง...เลยเชียวล่ะ...อีกอย่างเรื่องในการพาดพิงว่าใคร ๆ เขาก็ไม่ควรลง เพราะคู่กรณีอาจเอาความในตัวผู้เขียนได้...ถึงแม้จะลบข้อความไปแล้ว แต่ที่ศูนย์ IT ยังมีข้อมูลของท่านที่เขียนพาดพิงเขาอยู่...จึงอยากบอกให้กับเด็กรุ่นใหม่ ๆ ได้รู้ว่า...บ้านเมืองเรายังมีกฎหมายคุ้มครองอยู่...การเขียนก็ควรเขียนในเชิงสร้างสรรค์ พัฒนา ไม่กล่าวร้ายป้ายสีใคร ไม่พูดจาเสียดแทงคนอื่นให้ได้รับความเสียหาย ควรใช้ถ้อยคำที่สุภาพ เพราะที่เห็น ๆ จะใช้ข้อความที่ไม่ค่อยสุภาพกัน...
พี่ภัครเจ้าตัวโตเคยบอกผู้เขียนว่า....แม่!!! ในการสมัครงานบางแห่งเขาจะขอที่อยู่ Facebook ของเราไปน่ะ เขาบอกว่า...จะขอดูว่า "คุณโพสต์ข้อความอะไรขึ้น Facebook บ้าง เพราะเขาต้องการที่จะรู้ตัวตนของคุณว่าคุณเป็นคนเช่นไร???...

เล่น facebook ทุกวันๆๆๆเลยค่ะ ก็เลือกอ่าน ที่เขียนกันดีๆ ฮาๆ ขำๆ บางครั้งเครียดๆก็อ่าน
ใครที่พูดไม่ดี เราไม่ชอบ ก็ลบทิ้งเหมือนกันค่ะ
ตลายเครียดได้นะคะ :-))
เหมือนป้าแดง แต่จะโพส ภาพกิจกรรมการทำงานมาแชร์กัน