เมื่อวานโทรคุยกับพ่อคำเดื่อง ภาษี เรื่องการหาแนวร่วมในการทำงานพัฒนาชาติ
ผ่านระบบการศึกษาและบัณฑิตคืนถิ่น
ที่ใครๆก็เห็นด้วยและอยากทำ
แต่พอไปถามว่าใครจะช่วยอะไรได้บ้าง
ก็ได้ความว่า “ไม่มีใครมีเวลา” เหลือแต่ความสนใจ และความต้องการที่จะทำ
ซึ่งเมื่อวิเคราะห์ดูแล้ว
ดูเสมือนว่าคนเหล่านี้ได้ “ขายเวลาและชีวิต” ของตัวเองล่วงหน้าไปหมดแล้ว
ที่ทำให้ไม่เหลือเวลาให้กับความคิด
ความฝัน และความถูกต้อง ที่ชีวิตของตนเองควรจะทำในสังคมอย่างมีคุณค่าที่แท้จริง
ที่เป็นปัญหาทับซ้อน อยู่บนปัญหาการพัฒนา
และแก้ไขปัญหาของชาติ
ขณะเดียวกัน ผมบังเอิญไปเปิดสมุดบันทึกเก่าๆ
เกี่ยวกับ “เวลา”
ก็พบข้อความกินใจที่เกี่ยวกับ “เวลา” ในหลายมุมมอง
โดยเน้นว่าสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตเรา
คือ “เวลา”
ที่เราควรอยู่กับปัจจุบัน และทำปัจจุบันให้ดีที่สุด
ที่เมื่อมองย้อนกลับไป เพื่อทำความเข้าใจของชีวิต “แนวร่วม” ในการพัฒนาเหล่านั้น
น่าเสียดาย
และน่าสงสาร
ที่ “เขาได้ขายเวลาในปัจจุบันให้กับระบบทุนไปหมดแล้ว”
เช่น
การซื้อของเงินผ่อน
สร้างภาระหนี้สิน
หรือ
กำลังทำงานเพื่อหวังผลตอบแทนที่มีข้อตกลงไว้แล้วเป็นรายเดือน
ที่จองใช้เวลาในปัจจุบันไปหมด
ไม่มีเวลาเหลือที่จะทำอะไรต่างจากที่กำหนดไว้อีกแล้ว
และก็จะเป็นอย่างนี้ตลอดทั้งชีวิตของเขา
หรืออย่างน้อยก็ 60 ปี และตลอด 24 ชั่วโมง
ยิ่งมีอายุการงาน
ตำแหน่ง และเงินรายได้สูงขึ้น การเขม็งเกลียวของข้อตกลงก็จะมากและแน่นหนาขึ้น จนแทบกระดิกตัวไม่ได้
เหมือนตัวหมากรุก ที่แม้จะเป็น "ขุน" ที่ใหญ่ที่สุดบนกระดาน ก็เดินเองไม่ได้ และจะถูกกินก็ไม่ได้
จนอาจสรุปได้ว่า
“ชีวิตและเวลา ถูกขายล่วงหน้าไปหมดแล้ว อย่างมากก็เหลือแต่ความต้องการ”
ที่ไม่มีเวลาเหลือจะมาทำ
ที่ทำให้เสมือนหนึ่ง
มีเปลือกไข่แบบหนามากๆ ปิดกั้นไม่ให้ชีวิตที่มีอยู่พัฒนาต่อไปได้
คงต้องดิ้นตายอยู่ในเปลือกไข่นั้นเอง
และนำไปสู่ข้อคิดที่ว่า
“ถ้าไม่เปลี่ยนวิธีคิด แม้แต่ชีวิตก็ไม่มีทางได้เป็นของตัวเอง”
และคนเหล่านี้ ก็กลายเป็น
“คนจน” ที่แท้จริง คือไม่มีชีวิต และไม่มีเวลา เป็น “ของตนเอง”
ที่ใช้อยู่ทุกวันนี้ มีแต่
“เวลาของคนอื่น” “ชีวิตของคนอื่น” “ความฝันของคนอื่น” (ของใคร ก็ไม่มีใครรู้)
ในบันทึกเล่มเก่าของผม
ยังมีคำ ที่ชี้ชัดและกินใจ ว่า
“คนรวย ก็แค่มีเงินและทรัพย์สินเป็นของตนเอง แต่คนมั่งมี หรือ มั่งคั่ง คือ คนมีเวลาให้กับตัวเอง”
เมื่อเราไม่มีเวลาให้กับตัวเอง
เราจะสร้างความสำเร็จให้กับตัวเองได้อย่างไร เพราะ
“ความสำเร็จและความล้มเหลว
แบ่งด้วยเส้นเล็กๆบางๆของคำว่า มี/ไม่มี เวลา”เท่านั้นเอง
ในอีกมุมหนึ่งของการใช้เวลา
แม้บางคนที่อาจมีเวลาให้กับตัวเอง
ก็อาจใช้เวลาอย่างไร้ประโยชน์ โดยใช้ไปเพื่อคิดถึงอดีต แบบที่ “คนแก่” ชอบทำ
ที่มา “ติดกับ” อยู่กับปัญหาของ
นิวรณ์ 5 ที่อธิบายด้วยหลักทางโลก ง่ายๆ ว่า
“เราแก้ไขอดีตไม่ได้
แต่สามารถทำลายอนาคตได้ โดยมาวิตกกังวลกับอดีต ที่ผ่านไปแล้ว”
หรือการใช้เวลาในทางตรงกันข้าม
บางคนก็วิ่งหาแต่หมอดู
ทั้งๆที่เราสามารถสร้างอนาคตได้โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งหมอดู
ภายใต้หลัก
“ความลี้ลับของอนาคตนั้นแทรกอยู่ในกิจกรรมประจำวันที่เราทำทุกวันนั่นเอง”
ที่จะทำให้คำว่า “อายุ”
ของเรามีความหมายมากกว่า จำนวนปีที่ผ่านไป
โดยหลักการที่ว่า
“อายุ วัดกันด้วยผลงานและความสำเร็จ มิได้วัดกันด้วยเข็มนาฬิกา หรือปฏิทิน”
และกลไกที่จะทำให้เราสำเร็จในชีวิตนั้น
ก็คือ
“Time machine” ที่ทุกคนมีอยู่ในตัวที่ยังมีการใช้ต่างกันไปอีก
บางคนใช้ย้อนไปหาอดีต “ทบทวนความจำ”
แต่บางคนใช้เดินทางไปในอนาคตข้างหน้าด้วย “ความฝัน”
และแท้ที่จริง “เวลา” นั้นจะเปลี่ยนคนไม่ได้
ถ้าคนไม่คิดจะเปลี่ยนตัวเอง
แต่ “เวลา” จะเปิดเผยความเป็นตัวตนของคน
ออกมาให้ชัดเจนขึ้น ผ่านการกระทำและผลงานของคนนั้นเท่านั้น
นี่คือ
ประเด็นเกี่ยวกับ “เวลา” ที่เป็นเพียงสิ่งเดียวที่เรามีอย่างจำกัด เอาคืนไม่ได้
ผ่านแล้วผ่านเลย
ดังคำที่ว่า
“คนที่ฆ่าเวลา หรือใช้เวลาไม่คุ้มค่า ก็คนที่กำลังทำลายตัวเอง”
ลองคิดดูนะครับ
ท่านอยู่ในมิติใดของการใช้ชีวิต
และเวลาที่ท่านมี
ตรงประเด็น และ ถูกต้อง หรือยัง
ถ้าถูกต้องแล้ว ก็ควรแก่การพอใจ ว่า “ทำดีที่สุดแล้ว”
ถ้ายังไม่ตรง ไม่ถูกต้อง
รีบแก้ไขทันที เวลาที่เหลือ ที่กำลังจะ “ไร้ค่า” “ไร้ความหมาย”ก็ยังจะมีค่า
และความหมาย
สมกับเกิดมาแล้วชาติหนึ่ง อย่าปล่อยกาลเวลาให้ล่วงเปล่า ปราศจากประโยชน์เลย
สาธุ
สวัสดีค่ะ อาจารย์ ดร.แสวง
เคยได้คุยกับ "แพทย์" ท่านหนึ่ง ที่ทำงาน ... ท่านถามว่า ...ไปออกกำลังกาย บ้างมั้ย... ผู้เขียน ตอบไปว่า " ไม่มีเวลา" คุณหมอ ท่านบอกว่า... เรามี เวลา "ไปรับซอง โบนัสปลายปีมั้ย" ..... ... ผู้เขียน...เข้าใจ สิ่งที่คุณหมอพูด... คือ .... เราไม่ได้ ให้ "ความสำคัญ" กับ "การออกกำลังกาย" .... เราจึงบอกว่า ไม่มีเวลา....... แต่เรา ให้ความสำคัญ กับสิ่ง จำเป็นอื่นๆ มากกว่า.......การออกกำลังกาย....
ขอบพระคุณ บทความ ดีดี
อาจารย์ ดูแลสุขภาพ ด้วยนะคะ
นั่นเป็นการจัดลำดับความสำคัญของเวลาที่ถูกขายไปหมดแล้ว
ประเด็นที่คุยคือ เราจะทำอย่างไรให้เรามีเวลาให้กับตัวเอง ให้เหลือแบบยังไม่ได้ขายให้ใครนะครับ
อาจจะฟังยากนิดหนึ่งครับ