ชีวิต "ไก่ป่า".. ที่เคยทำหน้าที่เป็น "นกต่อ"... ณ. วันนี้ถูกเลี้ยงไว้เป็นเพื่อน เพราะมีความน่ารัก ล้นเหลือ กลับมีชีวิตเป็นปกติเช่นไก่ป่าทั่วไป เดินคุ้ยเขี่ยหากินหนอน แมลง ในสวนผลไม้ขนาดเล็กๆ ในรั้วรอบบ้าน

 ไก่เถื่อน”…เพื่อนคู่ป่า.. คู่สวน

เสียงไก่ขันเป็นระยะ ๆ  ..ได้ยินเสียงขันทุกวัน ขันบ่อยๆ วันนี้ชะรอยเดินเสาะหาต้นเสียงซะหน่อย...  ”เจ้าไก่งามเพราะขน” ….กลับชูคอโก่งขันอยู่บนกิ่งต้นมังคุด ใบดกปรกบังตัวไก่ แถมมีอาหารเป็นข้าวเปลือกใส่ถ้วยพร้อมน้ำในถาด ท่าทางจะเป็นที่อยู่มานาน ใช้ต้นไม้เป็น “บ้าน” หรืออย่างไร?? คงเป็น”ไก่ป่า” (ปักษ์ใต้เรียกกันว่า ไก่เถื่อน) .. ที่มีเจ้าของดูแลเป็นแน่แท้


ภาพที่เห็นเป็นความน่ารักในความสัมพันธ์ที่เจ้าไก่น้อยมีต่อเพื่อนมนุษย์  เพราะเจ้าของ (คนงานที่บ้านสวน) ก็เพิ่งได้ไก่มาดูแล และแม้แต่มีใครเดินเข้าใกล้ ไก่น้อยก็จะแสดงอาการตื่น เตลิดไป ซึ่งเป็นปกติของไก่ป่า ถึงแม้อยู่ในป่ากว่าจะได้เห็นก็แว่บไปแว่บมาแฝงตัวไปกับไม้พื้นล่างได้เยี่ยมยอดจริงๆ    แต่นี่ไม่ว่าเจ้าของจะเดินไปไหน  “ไก่ป่า” ตัวนี้ก็จะเดินตามต้อย ๆ ความผูกพันที่แน่นแฟ้นของคนกับไก่ ซึ่งแน่นอนว่า  เป็นความสัมพันธ์ที่ต้องใช้เวลา


ไก่ป่า” (Red Junglefowl, Gallus gallus )..รู้ได้อย่างไรว่าเป็นไก่ป่า? หลายคนบอกได้ว่า “ดูที่แข้งขาจะมีสีออกดำ/เทา/เขียวคล้ำปนๆกัน”... ใช่เลย “ขันที” เป็นไก่ป่า อายุประมาณขวบปีเศษ ก่อนที่จะได้มาอยู่ที่สวนนี้  ทราบว่า “ขันที” ถูกจับมาเลี้ยงดูตั้งแต่เป็นลูกไก่เถื่อน   เป็นไก่เพศผู้ โดยในเบื้องต้นเจ้าของ ต้องการฝึกให้ “ขันที”ทำหน้าที่เสมือน “นกต่อ


เจ้า “ขันที” ถูกกำหนดชะตาชีวิต ตั้งแต่เมื่อเริ่มมีเดือยให้เห็น ระยะแรกฝึกให้เกาะคอนบนต้นไม้ มีพันธนาการด้วยห่วงคล้องที่ขา ขาดอิสระ ไม่ให้ใช้ชีวิตหากินเหมือนไก่ทั่วไป ที่เดินคุ้ยเขี่ยหาอาหารบนดิน เจ้าของจะใช้เสียงซึ่งเลียนเสียงเป็นไก่ตัวเมีย อาจจะใช้อุปกรณ์ (ดังภาพ) หรือเป่าปาก และ “ขันที” ก็จะขันตอบรับ ต่อมาเมื่อฝึกไปนาน ๆ ไม่ว่าเจ้าของจะทำเสียงอย่างไร อะไรๆๆ  ก็พร้อมจะขันเสมอ หรือหากเพียงพูดขอให้ขัน แม้ไม่รู้ว่าสิ่งที่พูดนั้นคืออะไร  ไก่ป่าตัวนี้ก็ขันไม่หยุดจึง เป็นที่มาของชื่อ... “ขันที” 


<div style="text-align: center;"></div>
<h4> ก่อนหน้านี้เมื่อแวะไปเยี่ยม ก็จะพบขันที” เดินไปมาเฉกเช่นไก่ทั่วไป นั่นเป็นเพราะเจ้าของเอาลงมาจากคอน และหากค่ำแล้วเจ้าของลืม..  “ขันที” ก็จะกระโดดขึ้นไปต้นไม้หลบนอนตามกิ่งที่ไม่สูงนักมีใบไม้ปรกทึบ แทบจะมองไม่เห็นตัว จนกว่าเช้าวันใหม่จึงจะออกมาให้เห็น  ชีวิตของ “ขันที” ไม่เคยรู้จักภัยคุกคาม มีเพียงเจ้าของดูแลระวังภัยให้ หากไม่เอาลงมาจากคอน ก็จะอยู่บนต้นไม้กิ่งสูง ๆเช่นนั้น   </h4><h4>
</h4><h4> ประจักษ์พยานว่าครั้งหนึ่งเกือบเอาชีวิตไม่รอด เมื่อหมาและไก่ไม่เป็นอยากจะผูกมิตรกัน ทันทีที่เจ้าโทน (รอทไวเลอร์) เห็นไก่  ก็วิ่งไล่อย่างสนุกสนาน ไก่ร้องตกใจ สุดท้ายต้องอาศัยกรรมการช่วยห้าม หลังจากนั้น ”ขันที” ได้เรียนรู้ทักษะชีวิต  ครั้งนั้นเสียขนสวยที่หางไปบางส่วน ….จากนี้ไปก็รู้จักการระวังตัวจากภัยคุกคาม..ด้วยตนเอง..</h4>


วิถีชีวิตการใช้ประโยชน์จาก นกต่อ”ก็คือ หลังจากที่ฝึกได้นานพอแล้ว เมื่อจะใช้งานจะนำเอา ‘นกต่อ” ไปไว้ในป่า..“ขันที” ก็ทำได้เช่นกัน  เพียงแต่เมื่อขันขับขานเสียงออกไป  ก็จะมีเสียงขันตอบโต้ เนื่องจากบริเวณนี้ มีไก่ป่าหลายตัว ถ้าประเภทไม่พอใจเสียง (มักจะเป็นตัวผู้ตัวอื่นๆ) หรือหลงเสียง (คงจะเป็นตัวเมียใกล้ๆกัน) หากเป็นไก่ตัวผู้ที่เข้ามาตามเสียงของ“ขันที”และไม่มีตัวใดยอมลดราวาศอก ก็จะต่อสู้จิกตีคล้าย ๆ ไก่ชน เพื่อการแย่งอาณาเขต (territory) ซึ่งหมายถึงแหล่งอาหารและการปกป้องไก่ตัวเมีย


สียงขัน/ส่งเสียงของไก่สื่อหลายความหมาย  หนึ่งในนั้นก็เพื่อเรียกความสนใจจากไก่ตัวเมีย หากไก่ตัวเมียสนใจเสียงขันของไก่ตัวผู้ที่เป็น “นกต่อ” ... ไก่ก็จะเดินเข้ามาหาตามเสียง ไก่ตัวผู้ก็จะตีปีกและดีใจ เนื่องจาก “นกต่อ” ถูกฝึกเลี้ยงไม่ให้ใกล้ชิดไก่ตัวเมีย   เจ้า “ขันที” ก็เช่นกัน และไก่ตัวเมียที่เดินเข้ามานั้นตามเสียงนั้นก็จะถูกกับดัก (แร้ว) ที่เจ้าของนกต่อนำมาวางไว้ แร้วดัก “นกกวัก”และ ดัก "ไก่ป่า” หรือแม้กระทั่งของ “นกชายเลนอพยพ” ก็มีลักษณะคล้ายกันเพียงแต่ขนาดจะต่างกัน (ในส่วนของนกชายเลนอพยพ..เป็นสิ่งที่เรารณรงค์ในประเด็นอนุรักษ์ มีิกิจกรมร่วมกัน โดยเน้นให้ "นักล่า” เห็นการดำรงชีวิตและสำคัญของนกเหล่านั้น)


<h4> วิถีของนกและคนต่างก็อยู่ร่วมกันมาช้านาน …คนที่อาศัยอยู่กับป่ากับธรรมชาติ ..นักล่า..บอกว่า การดักจับ “นกกวัก” และ “ไก่ป่า” ก็เพื่อเป็น อาหาร หรือ “นกคุ่ม” เพื่อเป็นยา... ทุกชีวิตจะถูกควบคุมโดยธรรมชาติในฐานะ..ผู้ล่า/เหยื่อ..กิน/ถูกกิน..ในแต่ละบริบทไปตามบทบาทและหน้าที่ตามวิถี </h4>

ปัจจุบัน สถานการณ์เปลี่ยนไป ขันที” ไม่ต้องทำหน้าที่เป็น "นกต่อ"  และทุกครั้งที่ดีดนิ้ว หรือเสียงพูดคุยหยอกล้อจากเจ้าของ เจ้าไก่น้อยก็จะตอบรับด้วยการขัน “ เอ๊ก อี เอ๊ก เอ๊ก” หรือ “ค๊อคคา ดูเดิล ดู” Cocka-doodle-doo ก็แล้วแต่หูจะเป็นชาวไทย หรือชาวฝรั่งตะวันตก (ของเขานับพยางค์เสียงได้มากกว่าที่เราคุ้นเคย สงสัยไก่ของเขามีเสียงระรัวลูกคอ.. ??) 


นั่นคือ ชีวิตขันที.. ณ. วันนี้ถูกเลี้ยงไว้เป็นเพื่อน เพราะมีความน่ารัก ล้นเหลือ  กลับมีชีวิตเป็นปกติเช่นไก่ป่าทั่วไป เดินคุ้ยเขี่ยหากินในสวนผลไม้ขนาดเล็กๆรอบบ้านสวนพื้นที่ 23 ไร่ ทุกครั้งที่กลับบ้าน สังเกตเห็นว่ามีไก่ป่าหลายฝูงเดินหากินอย่างมีความสุข  มีจำนวนไก่ตัวผู้มากขึ้นเป็นหัวหน้าฝูงท่ามกลางตัวเมียหลายๆๆตัว 


ไก่ตัวผู้หนึ่งตัวทำหน้าที่ดูแลไก่ตัวเมียหลายตัว (polygamy: ที่เขาเปรียบเปรยว่า เจ้าชู้พ่อไก่แจ้?? คงไก่ป่าด้วย!!. ซึ่งตัวเมียบางตัวอาจจะอยู่ในระยะ วางไข่ กกไข่ หรือเลี้ยงดูลูกไก่ ซึ่งต่างมีพ่อจากไก่ตัวผู้ ตัวเดียวกัน  โดยทั่วไปในเวลากลางคืนไก่ตัวผู้จะขึ้นไปเกาะคอนที่สูงกว่า เพื่อสอดส่องในกรณีมีศัตรู ผู้ล่า ก็จะทำหน้าที่ส่งเสียงร้องเตือนแม่และลูกไก่ในบริเวณนั้น


<h4> เสียงร้องขัน… ที่มาจากหลายทิศทางรับฟังได้จากที่บ้านสวน เพราะฝูงไก่แบ่งอาณาเขตพื้นที่หากิน เป็นผลงาน ลูกหลาน “ขันที” ทั้งนั้นในระยะเวลาสามปี  เจ้าของสวนจึงมีเพื่อนๆไก่ป่า  มาคุ้ยเขี่ยหนอนแมลงในพื้นที่สวนมากขึ้น จึงมี ไก่ป่า”คู่สวน” มากขึ้น  สังเกตเห็นว่าในฝูงที่ “ขันที” ยังดูแลอยู่ บางครั้งก็มีไก่ตัวผู้ขนสวยงามอาศัยอยู่ในฝูง แต่ยังมีขนาดเล็กกว่าและดูเหมือนโตไม่เต็มวัย
</h4><h4>
</h4><h4>ก่อนค่ำไก่ทุกตัวที่ภายใต้การดูแลของ “ขันที” จะมารวมตัวกัน เลือกต้นไม้ในสวนหนึ่งต้นเป็นที่ประจำเกาะคอนนอน อาศัยร่วมกัน เป็นประโยชน์เรื่องการระวังภัย ทำให้ชวนคิดว่า กว่าที่ไก่ตัวผู้จะแยกตัวจากพ่อแม่ไปสร้างอาณาบริเวณ (territory) ของตนเองก็คงต้องถึงระยะเวลาหนึ่งที่มีความพร้อม (maturity) …ธรรมชาติมักจะมีเวลาที่เหมาะสมลงตัวในทุกๆเรื่องเสมอ ไม่ต่างกันแม้ในมนุษย์เรา…</h4>
<div style="text-align: center;"></div>

ไข่..ของไก่ป่า  คะเนดูว่าน่าจะมีพอควรที่บ้านสวน เพราะสมาชิกแม่ไก่มีหลายตัวในรอบสามปี   จนมีผู้สนใจมาดักซุ่มไก่ป่าแถวรอยต่อชายแดนสวน ต้องแจ้งว่า..กรุณาอย่ารบกวนไก่ ถึงแม้จะเลี้ยงแบบหากินเองตามธรรมชาติก็เป็นไก่ที่เลี้ยงไว้เป็นเพื่อน น้อยครั้งที่จะพบเห็นไข่ของไก่ป่า แต่ก็เจอได้บ้าง ไข่มีขนาดใกล้เคียงกับไข่ไก่บ้าน ปกติไก่ป่ามักจะหาที่วางไข่ได้แนบเนียน พรางตา ไข่ไก่ป่าในบ้านสวนแห่งนี้  จึงสงวนไว้ให้ได้รับการฟักและออกมาใช้ชีวิตตามธรรมชาติ หากินตามป่าที่ควรจะเป็น และนับวันจึงมีจำนวนเพิ่มขึ้น ..ก็คงตายไปบ้างตาม...กฎแห่งธรรมชาติเช่นกัน .. แต่ก็ยังนำมาซึ่งความสุขที่ได้เห็นไก่ป่าฝูงนี้ เดินคุ้ยเขี่ยเลี้ยงลูกตามประสาไก่ป่า..



<h4 style="background-color: rgb(253, 234, 218); color: rgb(118, 146, 60);">ชวนคิดจากเรื่องเล่า</h4>

นึกถึงสมัยที่จากบ้านเกิดเมืองนอนใช้ชีวิตต่างแดนเล่าเรียน การซื้อไข่มาทำอาหารก็เป็นเรื่องปกติ  แต่ที่ต่างไปก็คือ ไข่ไก่ มีหลายประเภท ถ้าระบุว่าเป็น “free range” จะราคาแพงขึ้นมา...อ๋อ...อธิบายได้ว่า ไก่ที่หากินแบบเลี้ยงปล่อยอิสระ ก็จะมีความสุข ไข่ที่ออกมาก็ประกอบด้วยสารที่ดีๆเนื่องจากผลิตจากไก่ที่มีความสุข  “ไข่ไก่..จากแม่ไก่อารมณ์ดี”


ต่างกับไก่ที่เลี้ยงเป็นเชิงธุรกิจ ชนิดที่ต้องการลดต้นทุนและลดการใช้พื้นที่ในโรงเรือน  โดยวิธีนี้เมื่อลูกไก่ที่เริ่มเอาไปเลี้ยงในกรงตับ ก็จะถูกยืนในพื้นที่ขนาดพอดีตัวไก่ ไม่สามารถหัน/หมุนตัว ยกปีกสะพัด พรึ่บพรึ่บ อย่างที่แสดงว่าข้าร่าเริง ไก่มีหน้าที่ยืดคอออกมากินน้ำ กินอาหาร และออกไข่  เมื่ออัตราการให้ไข่น้อยลงก็จะถูกปลดระวาง ชีวิตขั้นสุดท้ายจบด้วยเอาเนื้อไปทำอาหารคน/สัตว์  วิธีเลี้ยงไก่แบบนี้นัยว่า “ไก่เครียด”


ด้วยเหตุนี้ที่นั่นจึง มีองค์กรการกุศลที่สงสารไก่ ขอรับซื้อไก่ที่ปลดระวาง ไปให้ผู้สนใจรักไก่ รับไปเลี้ยงไว้ในเขตบ้าน เป็นสัตว์เลี้ยงและดูแล แบบปล่อยอิสระ (free range) ไก่ก็กลับมาใช้ชีวิตแบบมีความสุข หากินตามชีวิตไก่จริงๆที่ควรจะเป็น กล้ามเนื้อที่จะสะบัดปีกก็คงได้ขยับบ้างคราวนี้ วิ่ง เดินในพื้นที่กว้างกว่า กรงตับ ทำให้ไก่ออกไข่ให้เจ้าของ ถึงแม้ว่าน้อยแต่ก็เป็นที่น่ารัก ในความผูกพัน และได้ชีวิตจริงกลับคืนมาในบั้นปลาย  ผู้ที่เห็นด้วยกับวิธีเลี้ยงไก่ดังกล่าวจึงหันไปสนับสนุน เลี้ยงไก่แบบปล่อยอิสระ ซื้อไข่ประเภทนี้มาบริโภค...มนุษย์เราก็มีทางเลือกหลายแบบ แต่ เอ....แล้วไก่หล่ะ...หนทางแห่งอาหารเพื่อสุขภาพ เพือชีวิต เพื่อจิตวิญญาน บนความพอดี พอเพียง..เหมาะสม คงเป็นสิ่งที่ชวนคิดต่อไป..  .อ่านเพิ่มเติม"ชีวิตขันที"ได้ที่ http://burongtani.oas.psu.ac.th/blog/612


วรรณชไม การถนัด<div>๐๒ธันวาคม ๒๕๕๕

</div>