ช่วงเวลา สีสันหนังสือ อุปกรณ์เสริม และสถานที่อ่าน ช่วยให้้เด็กรักการอ่าน

วางทุกงาน อ่านทุกคน

      เมื่อก่อน ผมจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน ตอนเช้า ของทุกๆวัน  ตอนนี้ เปลี่ยนเวลาใหม่ นักเรียนทำเขต พัฒนาสิ่งแวดล้อม ให้เรียบร้อยสวยงาม ประมาณ ๒๐ นาที จากนั้นแปดนาฬิกา เข้าแถวเชิญธงเคารพธงชาติกัน ช่วงนี้เพิ่มคำปฏิญาณตน  เอกลักษณ์โรงเรียน อัตลักษณ์ของนักเรียนและกล่าวคำเทิดทูนผู้มีพระคุณ

        ดังนั้น กิจกรรมอ่านหนังสือตอนเช้าจะหายไป ต้องการให้ครูจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้มากที่สุด มีเวลาอยู่กับเด็กให้มากที่สุด บอกครูว่าหาเวลาว่าง ช่วงไหนก็ได้ ในแต่ละวัน สักวันละ ๑๐ - ๑๕ นาที ให้นักเรียนได้อ่านหนังสือที่เขาชอบ ซึ่งครูก็มักจะเลือกเวลาพักกลางวัน หลังจากรับประทานอาหารแล้ว

         เท่าที่จัดกิจกรรมรักการอ่านมา ๑ ภาคเรียน พบอยู่ ๓ อย่าง อย่างแรก พบว่าหนังสือใหม่ๆ จำนวนเยอะๆ ปกมีสีสันแปลกตานักเรียนทุกชั้นอยากหยิบอ่าน อย่างที่สอง หนังสือใส่กระเช้าของขวัญสวยๆ นักเรียนจะเดินเข้าไปหา เหมือนหาซื้อขนมที่เขาชอบ และอย่างที่สาม สถานที่ที่เราสร้างไว้เป็นที่อ่านหนังสือ สะอาดร่มรื่น ทำให้นักเรียนอ่านหนังสือได้นานๆ

               ความสนใจในการอ่านของนักเรียน ประเมินได้ว่าสูงขึ้น ส่วนพัฒนาการในการอ่าน ประมาณว่าอ่านคล่องขึ้นหรือไม่นั้น ยังต้องรอดูจนถึงสิ้นปีการศึกษา อย่างไรก็ตาม ประเมินบรรยากาศการอ่านคร่าวๆแล้ว ก็ดูคึกคักขึ้นกว่าแต่ก่อน

               ขอขอบคุณที่มาของหนังสืออันหลากหลาย ไหลเป็นสายธาราเข้าสู่โรงเรียนเล็กๆ ทั้งในส่วนของ น้องฝ้าย กลุ่มนักเรียนไทยในสหรัฐ..หนังสือของลูกสาวผู้น่ารักของพี่หมอ ดร.เปิ้ล แห่ง รพ.บ้านลาด และ ของเขตพื้นที่มีงบเหลือจ่ายสิ้นปีงบประมาณ จัดซื้อเป็นหนังสือห้องสมุดให้แก่โรงเรียน ที่มีผลงานด้านกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน รวมทั้งใช้เงินบริจาคส่วนหนึ่งของ ดร.ปริมจิรา ทัดบุปผา หลังจากใช้ในโครงการเกษตรพอเพียงแล้ว มาจัดซื้อสารานุกรมไทย(ฉบับย่อ)

                    ผมลองใหม่ ใช้ช่วงเวลาบ่ายของวันศุกร์ เรียนไปได้ ๑ ชั่วโมง นักเรียนทุกชั้นจะต้องออกมาหน้าห้อง วางทุกงาน จะให้อ่านหนังสือพร้อมกันทุกคน ไม่ต้องมีใครเก็บกวาด หรือ ทำความสะอาดใดๆ จิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อม ณ เวลานี้ ยังไม่ต้อง คว้าหนังสือบันเทิงคดี สารคดี สารานุกรม หรือการ์ตูนก็ได้ ในกระเช้าที่ครูเตรียมไว้ ไปยังจุดที่ตัวเองต้องการ ซึ่งก็มีศาลาท่าน้ำ  เถียงนา และห้องเรียนธรรมชาติ จะอ่านกี่เล่มก็ได้ ขอ ๒ อย่าง คืออย่าฉีกหนังสือ และอย่าคุยกัน

                   ๔๐ นาทีผ่านไป รับรองได้อะไรเยอะแยะ ได้ทั้งสมาธิ ได้อ่านหนังสือที่ชอบกับพี่ น้อง และเพื่อน ได้ทำตามที่ตัวเองสนใจใคร่รู้  และได้เพิ่มประสบการณ์ไม่มากก็น้อย

                   สิ่งที่พบอีกอย่างหนึ่ง และเริ่มพบบ่อยขึ้น คือ แม้ว่าเด็กจะอ่านอย่างทะนุถนอมเพียงใด ก็มักมีเสียงลือเสียงเล่าอ้าง ทุกทีไป
                   "ครูครับ ผมไม่ได้ทำขาดนะครับ หนังสือมันหลุดเอง..."
                    "ครูเข้าใจ..หลุดแบบนี้ แสดงว่าโรงพิมพ์เขาเย็บเล่มมาไม่ดีเอง"
                    ...ขอร้องเถอะครับ สำนักพิมพ์ทั้งหลาย ท่านก็รวยๆกันทั้งนั้น มีตังค์จ้างนักเขียน มีตังค์ซื้อกระดาษ และขายหนังสือเล่มละแพงๆ กรุณาทำหนังสือเพื่อเด็กให้แข็งแรงกว่านี้หน่อย ได้ไหม กราบล่ะ....