เรื่องเล่าจากบ้านแม่ตาด:
การมาเยือนของ...นกปากห่าง
จากสภาพอากาศที่หนาวเย็นทำให้มีนกหลายชนิดอพยพหนีหนาวเข้ามาพักอาศัยและหากินอยู่ในพื้นที่ของหมู่บ้านแม่ตาดและหมู่บ้านใกล้เคียง เช่น นกเป็ดน้ำ นกกระเรียน นกกระยาง และ "นกปากห่าง" เป็นต้น โดยนกที่มีจำนวนมากที่สุดก็คือ "นกปากห่าง" ซึ่งมีอยู่ประมาณ 200 ตัวด้วยกัน
การมาเยือนของนกอพยพเหล่านี้มีให้ทุกๆ ปี โดยเกิดขึ้นเฉพาะในช่วงฤดูหนาวเท่านั้น และที่นกอพยพเลือกที่จะเข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่ของหมู่บ้านแม่ตาด ก็เนื่องจากที่นี่มีอาหารการกินและน้ำท่าที่อุดมสมบูรณ์ และผู้คนที่นี่ก็มีความเป็นมิตร ไม่คิดจะทำร้ายพวกมันแต่อย่างใด
ปีนี้เป็นปีที่มี "นกปากห่าง" อพยพหนีหนาวเข้ามาอยู่ในพื้นที่ของหมู่บ้านแม่ตาดมากเป็นพิเศษกว่าทุกๆ ปีที่ผ่านมา ซึ่งการมาเยือนของนกปากห่างนั้น มีทั้งข้อดีและข้อเสียนะครับ
ข้อดี....ก็คือ นอกจากนกปากห่างจะชอบกินปูและปลาแล้ว ก็ยังชอบกินหอยชนิดต่างๆ อีกด้วย โดยเฉพาะหอยเชอรี่ โดยนกปากห่างจะช่วยเก็บกินหอยเชอร์รี่ตามทุ่งนา ทำให้หอยเชอรี่ซึ่งเป็นศัตรูของต้นข้าวหมดไป ชาวนาไม่ต้องใช้ยาปราบศัตรูพืช ไม่ต้องเสียเงินซื้อยามาฆ่าหอยเชอรี่ ช่วยลดต้นทุนการผลิตในส่วนนี้ได้เยอะเลยทีเดียว แถมยังไม่ทำให้มีสารเคมีตกค้างในนาอีกต่างหาก
แต่ข้อเสีย...ก็คือ นกปากห่างอาจจะเป็นพาหะนำเชื้อโรคต่างๆ เข้ามาในพื้นที่ และเวลามันเดินหาอาหารในทุ่งนา มันจะเดินเหยียบย่ำต้นข้าวในนาด้วย ทำให้ต้นข้าวในนาล้มและเก็บเกี่ยวยากขึ้น
ในส่วนของผมเองนั้น นกปากห่างทำให้ผมได้รับผลกระทบเต็มๆ เลย เพราะว่าผมได้เลี้ยงปลาไว้ในบ่อกลางนาของน้องสาว( ดร.ปริมจิรา ทัดบุบผา) โดยนำปลานิลและปลาอื่นๆ ไปปล่อยไว้ประมาณ 5,000 ตัว แต่ช่วงนี้นกปากห่างพากันไปหากินที่บ่อปลาที่ผมเลี้ยงไว้คราวละหลายสิบตัว เวลาผมไปให้อาหารปลาทีไร นกปากห่างก็จะพากันบินขึ้นจากบ่อปลาพรึ่บพรั่บเต็มไปหมด
ที่ผ่านมา ผมเป็นแกนนำนักอนุรักษ์ที่คอยรณรงค์และประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านช่วยกันดูแลนกอพยพ คอยบอกกล่าวไม่ให้ชาวบ้านเข้าไปขับไล่หรือทำร้ายมัน ซึ่งชาวบ้านก็เชื่อฟังและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีนะครับ
แต่ทำไปทำมา นกปากห่างเองต่างหากที่กลับตอบแทนผมได้อย่างเจ็บแสบที่สุด ด้วยการพากันไปทำมาหากินอยู่ที่บ่อเลี้ยงปลาของผมเสียเลย โดยที่ผมไม่สามารถทำอะไรได้เลย (เนื่องจากผมดันมาเป็นแกนนำนักอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของตำบลเสียด้วย)
งานนี้ เซ็งเป็ด เอ๊ย! เซ็งนกปากห่างจริงๆ เลยละครับ พี่น้องงงงงงงง 555






สวัสดีครับ ป้าวิ
ไอดิน-กลิ่นไม้
* เมตตาธรรมค้ำจุนโลกนะครับ
** บ่อที่เลี้ยงปลากว้างประมาณ 2 งาน น้ำในบ่อลึกเกือบ 2 เมตร คิดว่าปลาที่เลี้ยงเอาไว้คงจะเหลือรอดอยู่เยอะพอสมควรนะครับ 555
สวัสดีครับ คุณ
คุณมะเดื่อ
*ไม่แน่ใจเหมือนกันครับว่านกปากห่างจะกลัวหุ่นไล่กาหรือเปล่า
** น้ำในบ่อปลาค่อนข้างลึกพอสมควร คิดว่าปลาคงจะรอดเยอะพอสมควรนะครับ....แบ่งๆ กันกินครับ ระหว่างนกกับคน 555
อิ อิ...ไม่กล้ากลืนน้ำลายตัวเอง
วันก่อน คนขับรถตู้ที่ผมเหมาออกพื้นที่ แนะนำเทคนิคการเลี้ยงปลาให้ผมว่า ให้เอาฟางข้าวมัดเป็นมัดๆ แล้วทิ้งให้จมลงในหนองปลาหรือบ่อปลา แกบอกผมว่า ทิ้งไว้ไม่นาน ฟางจมนำ้จะเป็นแหล่งเพาะพืชนำ้อย่างดี จุกลายเป็นแหล่งอาหารอย่างดี แบบนี้อาจจะช่วยให้ปลาปรับตัวเปลี่ยนแหล่งหากิน มีชีวิตรอดได้ ... ฮา
สวัสดีครับ คุณหมอ
ทพญ.ธิรัมภา
ได้ทีขี่พญานาค(จากหนองคาย)ไล่เลยนะครับ คุณหมอ! 555
สวัสดีครับ อาจารย์
ฤทธิไกร มหาสารคาม
ที่ผ่านมาผมก็ใช้วิธีเอาฟางให้ปลานิลกินตลอดนะครับ เพราะว่าปลานิลเป็นปลากินพืช
มีทั้งฟางมัดและไม่ได้มัดนะครับ ซึ่งปลาก็ชอบมากเลยครับ ประหยัดค่าใช้จ่ายได้เยอะเลยทีเดียว
แต่เรื่อง "นกปากห่าง" เนี่ย ได้แต่คอยไล่มันไปนะครับ ทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้เลยจริงๆ 555
..........
ข้างโรงพยาบาลเป็นทุ่งนาหลายสิบไร่
ตอนนี้หลังเกี่ยวข้าว เห็นนกปากห่างมากันเยอะเลย คงมาเก็บกินเม็ดข้าวร่วง
สวัสดีครับ คุณหมอ
ทิมดาบ
เดาไม่ออกเลยจริงๆ ครับ ว่าคุณหมอจะเม้นท์ว่ายังไงบ้าง? 555
สวัสดีครับ คุณ
sha-รพ.แก่งคอย จังหวัดสระบุรี
นกปากห่างไม่กินเมล็ดข้าวนะครับ
ที่เห็นคงกำลังพากันกินหอย ปู หรือปลา ที่อยู่ตามทุ่งนานะครับ