สังคมที่เปลี่ยนไป...

สังคมที่เปลี่ยนไป...

               นับตั้งแต่ยุค IT เข้ามาเกี่ยวข้องกับสังคมมนุษย์มากขึ้น จนแทบจะเรียกได้ว่า ทุกวันนี้มีบทบาทสำคัญกับชีวิตมนุษย์ ครอบครัว สังคมของการทำงานมากขึ้น เรียกว่า อาจเป็นปัจจัยที่ ๖,๗ ไปแล้วก็ได้...ทำให้ชีวิตของคนเราต้องปรับเปลี่ยนกับสิ่งที่ต้องเรียนรู้ เช่น จากที่คนเราเคยพบกัน เห็นกันก็ทักทายกัน พูดคุยกัน แต่ก็ต้องกลับนั่งก้มหน้าก้มตา ขุดคุ้ยกับสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่บนหน้าจอของโทรศัพท์ i Pad ฯลฯ มนุษย์ไม่ค่อยได้สนใจผู้คนที่อยู่รอบ ๆ ข้าง มีความเป็นโลกส่วนตัวมากขึ้น ไม่สนใจ ไม่ยุ่ง มีความเป็นโลกของตัวเองค่อนข้างสูง...จึงเห็นได้ว่า อาการแบบนี้ ทำให้สังคมไทยปรับเปลี่ยนไป...ตอนที่ผู้เขียนไปดูงานที่ USA. ผู้เขียนเห็นอาการแบบนี้กับเด็กที่อยู่ที่ USA. ก็มีลักษณะอาการเหมือน ๆ กับเด็กไทยเช่นกัน คือ พวกเขาจะใส่ใจ สนใจกับสิ่งที่อยู่บนหน้าจอของสิ่งที่ผู้เขียนกล่าวมาข้างต้น...ไม่ค่อยได้เห็นเด็ก ๆ อยู่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ จะเห็นก็มีแต่ ๑ คน ๒ คน บ้าง ไม่ค่อยได้เห็นการรวมกลุ่มกันเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ เช่นแต่ก่อน...

               ผู้เขียนยังคิดต่อว่า...ไม่สนใจกับสิ่งต่าง ๆ นั้นได้หรือไม่...บางคนอาจบอกว่า "ได้" บางคนก็อาจบอกว่า "ไม่ได้" แต่ความคิดของผู้เขียนมีความคิดเห็นว่า...สังคมไทยกำลังเปลี่ยนแปลงไป แต่อาการต่าง ๆ เหล่านี้ สำหรับผู้เขียนคิดว่า ก็ควรมีบ้างเพราะปัจจุบันเป็นโลกแห่งการเรียนรู้จริง ๆ เป็นโลกที่เปิดหู เปิดตา สำหรับการเรียนรู้สู่โลกกว้าง แต่การเรียนรู้ต่าง ๆ นั้น ก็ต้องขึ้นอยู่กับวิจารณญาณส่วนบุคคลแล้วล่ะว่า แต่ละคนจะมีวิจารณญานในการเข้าไปศึกษาหาความรู้นั้นได้อย่างไร??? ถ้าไม่เรียนรู้ได้หรือไม่...อาจตอบว่า "ได้" สำหรับคนที่ไม่มีเงินที่จะซื้อหามาเรียนรู้...แต่ความรู้แบบนี้ จะหาซื้อได้สำหรับคนที่มีเงินเท่านั้นที่จะซื้อหามาเพื่อได้ศึกษา เรียนรู้ ไม่เว้นแม้แต่เด็กเล็ก ๆ ที่พ่อ - แม่ ต้องจัดหามาให้เพื่อศึกษา เรียนรู้ด้วยตนเอง...ดูเหมือนจะเป็นโลกแห่งการแข่งขันในเรื่องของการหาความรู้จาก IT เสียจริง ๆ...

               แต่ผู้อยู่เบื้องหลัง คือ พ่อ - แม่ ฯลฯ ก็อย่าลืมแล้วกันว่า ท่านทั้งหลายก็ต้องใส่ความรู้ในเรื่องของการใช้ชีวิต หลักธรรมะ การมีชีวิตอยู่บนโลกแห่งความเป็นจริงให้กับเด็ก ๆ เหล่านี้ด้วย มิใช่ปล่อยให้เด็ก ๆ เหล่านี้ หลงอยู่ในวังวนของ IT จนลืมเรื่องความอบอุ่น หลักธรรม คำสั่งสอน โลกของความเป็นจริงว่า ชีวิตมนุษย์จะมีความสุขนั้น อยู่บนพื้นฐานของเรื่องอะไรบ้าง??? เพราะไม่เช่นนั้น จะทำให้เด็กเหล่านี้ เมื่อโตขึ้น จะมีจิตใจขาดความอ่อนโยน หยาบกระด้าง ยิ่งไปอยู่กับสังคมของการทำงานด้วยแล้วล่ะก็ จะทำให้สังคมของการทำงานนั้น ปั่นป่วน วุ่นวาย เพราะขาดความอบอุ่นทางชีวิตครอบครัว วัน ๆ หนึ่ง พ่อ - แม่ ก็คิดว่าเมื่อซื้อเครื่องมือ IT ให้กับลูกแล้วก็ให้เด็กหมกหมุ่นอยู่กับสิ่งนั้น ๆ ทั้งวัน ทั้งคืน...ผู้เขียนคิดว่า "ก็คงไม่ใช่ มันไม่ใช่วิธีการสอนลูกที่ดี"...พ่อ - แม่ ควรมีเวลาให้กับลูก ๆ ได้พูด ได้คุย แบ่งเวลาในการศึกษา ทำข้อตกลงกับลูก ๆ ให้ได้ว่า ควรแบ่งเวลาหรือบริหารจัดการเวลาของตนเองให้พอดีนั้นทำอย่างไร? ซึ่งจะเป็นการสอนให้ลูก ๆ รู้จักบริหารจัดการเวลาของตนเองให้เป็นอีกด้วย...ก่อนที่จะไปบริหารจัดการกับเรื่องอื่น ๆ ได้ เมื่อยามที่ได้โตขึ้น

               มา ณ บัดนี้ ทำให้เห็นถึงสังคมไทยที่เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น ไม่เหมือนกับสังคมไทยในสมัยก่อน ซึ่งใคร ๆ ที่ผ่านมาอ่าน คงนึกว่า "ก็สมัยก่อน มันเป็นสมัยโบราณนี่ มันจึงไม่เหมือนกับสมัยนี้"...ผู้เขียนคงไม่เถียง...แต่จะเถียงท่านต่อว่า..."แล้วก็สมัยนี้มันก็คงไม่เหมือนกับสมัยในอนาคตหรอก เพราะสังคมไทยจะต้องเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา"...ขึ้นอยู่กับที่ว่า เราจะรักษาส่วนที่ดีและเป็นพื้นฐานที่ดีของสังคมไทยเราไว้ได้อย่างไร???...เพราะ IT ไม่ใช่สิ่งเดียวที่จะทำให้สังคมไทยเรามีความรู้ได้ทุกอย่าง...แต่สิ่งที่จะทำให้สังคมเราดีได้ นั่นคือ "พื้นฐานของครอบครัว + จิตใต้สำนึก ของมนุษย์" มากกว่า...เมื่อมีพื้นฐานครอบครัวที่แข็งแรง อบอุ่น สามารถเป็นภูมิคุ้มกันให้กับกับตัวเราเองและสังคมได้แล้ว พอโตขึ้นสิ่งที่เรียกว่า "IT" ก็จะเป็นภูมิคุ้มกันอีกระดับหนึ่งในการได้ศึกษา เรียนรู้ เพิ่มเติม...แล้วจะทำให้สังคมไทยเราแข็งแกร่งมากขึ้น...ขอเพียงแต่...อย่าลืม!!!..."สังคมของครอบครัว" ก็แล้วกัน...



IT สำหรับเด็กสมัยนี้ ปี ๒๕๕๕...



Tablet สำหรับเด็กสมัยนี้...ปี ๒๕๕๕...

มีใครจะรู้บ้างว่า...ในอนาคตสิ่งใดบ้างที่จะขึ้นมาแทนที่กับสิ่งข้างต้นนี้???...เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น...