GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

2 Hands

เป็นความรู้สึกที่แทบจะไม่ต้องคิดเลย

     เป็นภาพที่เก็บไว้ในเครื่องนานมากแล้ว จนจำไม่ได้เสียด้วยซ้ำว่าได้มาอย่างไร จากที่ไหน แต่ภาพนี้ผมนำมาถามน้องทีมงานจาก รพ.ท่านหนึ่ง (ไม่ยอมให้เปิดเผยชื่อแน๊ะ) ว่า... “เห็นภาพแล้วคิดอะไรบ้าง”

คำตอบคือ...
“ความรู้สึกครั้งแรกที่เห็น อุ่นใจ
ควมคิดที่เกิดขึ้น เรารู้สึกปลอดภัย
แล้วก้อเกิดความมั่นใจขึ้น
เป็นความรู้สึกที่แทบจะไม่ต้องคิดเลย
และคิดว่าทุกคนต้องการความรู้สึกนี้”

ผมตอบว่า...
(ค่อยมาตอบ...ขอไปทำงานก่อน)

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 50890
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 14
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (14)

เห็นแล้วรู้ว่า

ไปด้วยความมั่นใจ  และปลอดภัย

คุณพี่ thawat

     ขอบคุณมากครับ ที่ได้มาเยี่ยมเยียน ผมนะมีตัวเนื้อบันทึกที่จะ Update เพิ่มเติมด้วย รอติดตามต่อนะครับ

  • เป็นภาพที่ดีค่ะ 
  • คิดได้หลายแนวนะคะ
  • เด็กอาจช่วยเหลือผู้ใหญ่ได้ ผู้ใหญ่ก็ช่วยเหลือเด็กได้
  • เพียงรับรู้ ตั้งใจดี และลงมือทำ ก็ดีมากแล้วค่ะ 
บรรยายไม่ถูกค่ะว่ารู้สึกเช่นไร...แต่นึกถึงฝ่ามือและนิ้วมือใหญ่ ๆ ของใครบางคนที่คอยทำให้เราอบอุ่นใจอยู่เสมอ ๆ แม้แค่การยื่นมาให้จับกุมแค่นิ้วเดียว แต่มันกลับกุมมือกุมใจเราไว้ทั้งดวง "มั่นคง ปลอดภัย อบอุ่นใจ เหลือเกิน" 

คุณพี่ Bright Lily

     ขอบคุณนะครับ คิดได้เยอะจริง ๆ ครับ อย่าลืมกลับมาอ่านเฉลย ที่ผมเขียนไว้แล้วและจะตีพิมพ์อีกครั้งนะครับ

อาจารย์น้อง Vij

     (ยิ้ม ๆ) นึกไม่ออกเลยว่า หากมื่อใหญ่ ๆ มือนั้น (ตามรูป) ยื่นให้เจ้าเด็กน้อยจับมากกว่า 1 นิ้ว เจ้าหนูจะจับได้ถนัดไหม
     บางครั้งการยื่นให้แต่พอเหมาะก็จะทำให้พอดีนะ ให้มากไป คนรับอาจจะอึดอัด กลายเป็นไม่มั่นคง หรือจะให้น้อยไป ก็เหมือนไม่เต็มใจให้ การให้ก็ต้องพิจารณาผู้รับด้วย น่าจะดีนะครับ
     ปล.ไม่ได้ชวนให้เครียด แต่ คห.ที่ให้มามันพาไปครับ

 ขอฝากคำ..

ถึงทุกดวงใจใน go to know

แทนรักรัดร้อยเสียยิ่งกว่า

ให้รู้ซึ้งค่าคำว่า*รักมั่น*

และ

เกี่ยวก้อยกันไปเป็นนิรันดร์

<font color=#648C00>
บทกวีนิพนธ์
*หน้าต่าง* ร้อยรจนาโดยกวีแก้วคุณเรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์กวีซีไรท์2547ค่ะ


นี่คือโลกสีเทาของเช้าหนึ่ง             
นกของความคำนึงบินถึงไหน
บินไปสู่ภูเขาลำเนาไม้                      
แลเห็นอยู่ไกลไกลสีไอน้ำ

โลกยามเช้าลำเลียงเสียงลมเช้า        
พลิ้วระลอกหยอกเย้าทุกก้าวย่ำ
ผ่านทุ่งนาป่าไร่ไหวลำนำ                 
มาอบร่ำเริงร้องห้องแสงตะวัน

หรือในเธอเผลอหลับกับที่นอน      
สมุดจดบทกลอนยังฟ้อนฝัน
ยังค้างฟ้ารอคอยรูปรอยจันทร์          
หรือตื่นตาแล้วนั่นพลันปล่อยนก

นกของความคำนึงบินถึงไหน           
บินมิถึงซึ่งใดกลับไหวตก
บินมิถึงครี่งใจกลับไหววก                
กลับมาสู่ห้องรกเรือนร้าง

มาสู่ห้องหมองไหม้ไร้ชีวิต                 
บานหน้าต่างปิดมิดทุกทิศข้าง
ลมเฝ้าเคาะจากไปอย่างไหวว้าง        
แดดเฝ้าคอยจนจางกระทั่งพลบ

นกของความคำนึงบินถึงไหน         
ทุกแดนถิ่นบินไปไม่รู้จบ
ฝ่าลมแรงโบยเร้าเงาแดดลบ          
ผ่านคืนงามสงบพบรุ่งเช้า

นกดวงตาผู้ท่องมองลงมอง              
จากโพ้นฟากฟ้ามาคอยเฝ้า
จับในบานหน้าต่างระหว่างเรา        
ระหว่างเยาว์ระหว่างย่านของบ้านเรือน

และเฝ้ามองผองใครในทุ่งข้าว         
เริ่มเก็บเกี่ยวเกรียวกราวละคราวเคลื่อน
ใครขานกู่สู่เช้ามาเหย้าเยือน          
โลกดูเหมือนเคลื่อนคล้อยเพียงน้อยนิด

ฉันย่างก้าวเบาบางพลางตามต้อย     
ขณะเธอกรองร้อยประดอยประดิด
ให้มิห่างเกินไปมิใกล้ชิด                 
ให้เธอได้นึกคิดแม้นิดน้อย

กว่าจะรู้ว่าฉันนั้นตามมา                  
ฉันแสร้งยิ้มมารยาตาละห้อย
ในโมงยามข้ามคืนผู้ตื่นคอย             
พ่อยอมปล่อยฉันลูกคู่ช่วยกู้ปลา

เช่นกับเธอสิ้นสุดหยุดบันทึก            
อิ่มอยู่ในรู้สึกอันโหยหา
แม่เรียกขานเธอเต็มใจไม่รอช้า       
งานบ้านเคยธรรมดากลับล้ำลึก

ฉันเสาะหารอยยิ้มริมหน้าต่าง           
ในทุกทุกเส้นทางอย่างรู้สึก
นกข้าในชีวิตความคิดนึก                 
ได้กู่ก้องร้องกึกลึกและไกล

เห็นฉันไหมในกรอบขอบหน้าต่าง     
สองแขนกางต่างปีกกระพือไหว
มิต้องคอยต้อยตามคอยห้ามใจ           
ต่อทุ่งเช้าเยาว์วัยบินไปแล้ว

*********
</font>
<font color=#F0009C>

ไพล..ระรินน้ำตาอย่างดายเดียว
ด้วยล้ำลึกรู้สึกดิ่งด่ำดื่มด่ำกับทุกบทกวีและ
หนึ่งในหลายบท
*ในชื่อกลับไปเยี่ยมวัยเยาว์*
*กวีนิพนธ์รางวัลซีไรท์ประจำปี 2547*
แม่น้ำรำลึกของกวีแก้วอีกท่าน..
คุณเรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์*
ที่ไพลขอคารวะด้วยศรัทธารักและชื่นชมค่ะ

และอยากฝาก
ให้ทุกท่านบนถนนสายฝันสายดอกไม้งาม
ได้ติดตาม
*กลับไปเยี่ยมวัยเยาว์*
ที่ช่างเยาว์ขวัญฝันอันเยี่ยมยอด
ยอดเยี่ยมในรักอันบริสุทธ์ใสในบ้านเกิด..
ให้ฝันได้พริ้งเพริศ
นำมารจนาและสร้างพลังใจ..
</font>

<font color=#A0009C>
ท่ามกลางแสงเทียน
อันพร่างแสงอ่อนโยนเหนือหัวนอน
ในคืน
ที่ฟ้าเทาทึมเครึ้มเมฆฝนพยับ
จันทร์เสี้ยวดวงโศก..ยิ้มหวานเศร้า
มาทายทักโลกและไพล

ริมหน้าต่างเรือนจำปี
หน้าต่างใบไม้ลายดอกแก้ว
หน้าต่างที่เปิดใจดวงนี้ให้หวามไหวหวานงาม
ให้ค้นพบความนวลละมุนละไมจากร่มเรียวไม้
ริมชายคาแห่งรัก
วิมานดินกระท่อมดอกไม้หอมแห่งนี้

ให้คิดถึง..นกไพร
เจ้านกไพรในรวงรังไร่รัก!
คิดถึงอย่างซึ้งสุดใจแล้วค่ะ
คิดถึง..คิดถึง และคิดถึง
และ
จะกลับมาฝากคำคะนึงต่อในค่ำคืนนี้ค่ะ

..................................................................
</font>

<font color=#F0009C>

เจ้านกไพรในใจนวล

นวล..รอนกไพรกลับมาซุกปีกซบใจ นานเนิ่นเกินนับราวชั่วกัปป์กัลป์
ปี..เดือน..วัน ฝันพรายพลัดให้พรากจากมิพบเจอ

วันนี้!..นกไพรนกในใจนวล คืนคอนรอนแรมคืนรังเก่า..
หัวใจนวลพลันสุกใสดั่งดาวประกายพฤกษ์

นกไพรในใจนวลยืนอยู่นั่น!ตรงหน้านวลนี่แล้ว
ใต้ร่มไม้ใต้เงาดาวใต้แสงจันทร์
</font>
<font color=#288C00>
นวลก้าวพลันออกมาจากเงามืดริมชานเรือน
ท่ามกลางแสงจันทร์เพ็ญอาบพร่างร่างนวลละมุนหวาน..

เรียวตาสีสนิมเศร้า ร้าวรานจ้องจับนวลอย่างไม่เชื่อสายตา
ราวกับว่านวลคือนางไพรนางในฝันพลันโผล่มาจากสวรรค์สรวง..

นวลยิ้มรับหวานเศร้า แลเห็นพราวน้ำนัยน์ตาเขาวะวาววับ
เสียงเขาครางราวกับหวนไห้โหยหา ใครสักคน.
</font>
<font color=#8C6400>
และใช่!..เลย
นวลรู้ดี..ไม่ว่ากี่ปีกี่ชาติ รอยพิสวาส
ที่เขาฝากไว้กับนวล มิมีวันจะลาเลือนลอยลับลาล่วง
ดั่งดวงดาวที่จะทอแสงสกาว..
ประดับฟากฟ้ายามราตรีชั่วชีวาชั่วชีวีมิเลือนลับดับดวง...
และ..
นวลก็ซึ้งดีว่าในทุกนาทีแห่งโลกหมุน..
หากเขาดายเดียวไร้ใครเหลียวแลปลอบประโลม
เขาก็จะยังมี..นวลคนนี้ ที่ยินดีจะเคียงข้างมิร้างราแรมไกล
ที่จะเป็นดั่งนางฟ้าดั่งดาวประดับใจส่องนำทางใจให้พ้นมืดมน.
</font>
.<font color=#780038>
นวล..ยังจำรอยรักรอยพิสวาส บาดใจเนิ่นนานปีกับราตรีที่ผ่านลาเลย
เป็นรอยรักรอยใจรอยอดีตที่คิดคราใดก็หวามไหวมิรู้เสื่อมสลายคลายมนต์..

คืนที่ฟ้าเบื้องบน..เป็นพยานใจ
พ่อแม่ญาติมิตรพี่น้องรู้เห็นเป็นใจยินดีปรีดาพากัน
หลั่งน้ำสังข์..สวมมงคลคู่สู่สองดวงใจ
ให้คล้องสายใจสายใยรักรวมเป็นหนึ่งเดียว..ชั่วกาลนานนิรันดร์
คืนที่ฟ้าปรานี..คืนที่ฟ้าแสนหวานแสนงาม
ให้นกไพรซุกซบกับอ้อมอกอ้อมใจอ้อมตักตราบชั่วกาล
ในคืนหวานในคืนเพ็ญเด่นดวงอย่างเช่นค่ำคืนนี้..
</font>
<font color=#3C8C00>
ณ..คืนนั้นที่เขาคนดีเป่าขลุ่ยเพลงเดือนเพ็ญ
พร่ำพลอดออดอ้อนพะเน้าพะนอรัก
เคล้าไปกับหวานซึ้งของโมกกอ
กับหอมละออของดงดอกราตรีริมชานเรือน
กับลำดวนดงส่งกลิ่นหอมฟุ้งกำจาย
กับพรายพระจันทร์หวานหยาดสายไล้โลมร่างงาม
กับเงาไม้ล้อลมระริกไหว
กับกอไผ่ซัดส่ายซอนเซาะซอกแซก
แหวกหวานหว่านมนต์ดนตรีธรรมชาติ
</font>
<font color=#B45000>
เสียงดุเหว่าแว่วมาพาให้หัวใจละมุน
เขาคนดี..ค่อยๆคลึงเคล้าเล้าโลมละมุนจูบแผ่วริมเรียวแก้มปากคอคิ้วคาง
อย่างแสนรักแสนหวงยอดดวงใจที่เขาคอยพร่ำเพ้อรำพัน
อยากกกกอดทั้งวันมีผันแปรร่างห่างเจ้านวลหอมหอมแม่จอมขวัญจอมใจ
</font>
<font color=#50004C>
ท่ามกลางดาวพราย ดวงดอกไม้เริ่มขยายกลีบละออ
รอน้ำค้างพร่างรับอุษาสาง
แสงจันทราทอทอดลอดผ่านม่านใบไม้ลายดอกแก้ว..
มุ้งม่านพลิ้วไหว แสงตะเกียงริบหรี่ส่องรำไร สู่ร่างนวลละออ งามล้ำ
เขาเฝ้าแต่พร่ำบรรเลงบทเพลงรัก
ตราบจนอุษาฟ้าสางจนอรุณเรื่อราง..สว่างหอมน้ำค้างไพรน้ำค้างรัก
</font>

<font color=#8C0088>
เป็นความรัก..ความงดงาม หมดจดใจ จากเนื้อนวล นวลเนื้อ นวลใจ
นวลนางกลางไพร ที่พิลาสพิไลพิสุทธิ์ผุดผ่อง
ดั่งน้ำค้างไพรกลางกลีบเกสรดอกไม้แห่งรัก
ภักดีพลีพร้อมหลอมรวมร่างใจและจิตวิญญาณ
ที่ผ่านเพาะเพียรบ่มอดทนการรู้ค่ารักค่ารอ
อย่างหญิงดีมีค่า ให้สมกับคำล้ำค่าคำว่ากุลสตรีไทย
ที่เกิดมากับพงไพร ฟ้าใส ดาวสวย
ในชนบทงาม ที่รักแล้วต้องรู้รอวันหวานด้วยการรักษาร่างรักษารักภักดี
ให้ผ่านพิธีวิวาห์สืบทอดรักษาวัฒนธรรมไทยวัฒนธรรมรัก
จักธำรงงามดำรงอยู่รู้ค่ารักหนักแน่นมั่นคง
รู้สัตย์ซื่อถือตรงในชายเดียวหญิงเดียว...
</font>
<font color=#3C7800>
*******
และไม่นานกับวันปีผันผ่านกับกาลเวลาแห่งคืนหวานหอม
ใครจะรู้..
ชะตา ฟ้า ดิน นรกฤาสวรรค์พลันดลบันดาล..

หัวใจลูกผู้ชายคนดีคนแกร่งคนเก่งคนกล้าเกินกว่าใคร
จำต้องเลือกตัดสินใจลาจากด้วยเงื่อนไข งานดีเงินงาม
สู่เมืองแสงสีศิวิไลซ์ สู่ความซับซ้อนใจสับสนอลวนอลเวงแห่งเมืองลวง
เมืองแห่งแสงสี ที่ต้องสู้ที่มีทั้งคนดีคนชั่ว
คละเคล้าเกลือกกลั้วกันทั่วไปทุกสังคมเมืองใหญ่..
</font>
<font color=#A07800>
แสงสีที่เขาเคยเกลียดชัง..
นกไพรจำจากรวงรักแห่งรัก รอนแรม
ไร้ร้าง อ้างว้างเปลี่ยวเหงาดายเดียว
ทิ้งนวล..ราวข้าวรอเคียวเกี่ยวเก็บกับแม่พ่อที่ท้องทุ่งรวงทอง
นองน้ำตารอรอและรอ...

เพื่อรัก เพื่อความหวัง เพื่อพลังใจ..จะมีเงินกลับมาพลิกฟื้นผืนดิน
หมดหนี้สิ้นหมดภาระผูกพัน..หน้าที่ทางใจ ...
เยี่ยงคำว่าลูกผู้ชายหัวใจไพรไม่ทิ้งชาติเชื้อทรนง..
ที่พร้อมพลียินดีเสียสละให้ผู้เป็นที่รักดั่งดวงใจ
ที่ฝากความรักความฝันความหวังไว้ที่เขาแต่เพียงผู้เดียว!</font>
<font color=#F00074>
นกไพร..ใจอ่อนล้า ร่างกายผ่ายผอมตรอมตรมใจ
ในกรุงกรง...หลงทำงานให้ลืมวันลืมคืนเหมือนอยากหลับมิรู้ตื่น
ฝืนเผชิญฝันร้ายฝันเศร้าดายเดียวเปลี่ยวเหงาลำพัง..
********
กระทั่งวันนี้...
วันที่นกไพร ตัดสินใจคืนคอน
จบละครโลกบทโศกสะเทือนใจ
ฝากสอนใจฝากตำนานคนสู้มิรู้ถอย
คอยเวลาด้วยความอดทนเพียรพยายาม..
รอเวลากลับสู่เรือนชานรวงรังแห่งรัก
สู่อ้อมตักอ้อมใจอ้อมกอดยอดดวงใจ
แม่พ่อและนวลละออนางใจเพียงหนึ่งเดียวในชีวี..
</font>
<font color=#788C00>

นกไพร..ดำรงร่างทำหน้าที่แห่งหัวใจลูกผู้ชายได้อย่าสมภาคภูมิ
บนเวทีแห่งเกียรติยศ หวังฝากผลงานงามปรากฏเกียรติเกริกไกร
รับรางวัลใหญ่บนเวทีระดับชาติ จากพรสวรรค์บวกพรแสวง
สู่เส้นทางงามเส้นทางสายฝันด้วยความขยันอดทนเพาะเพียรบ่ม
ด้วยเลือดรักนักสู้เป็นดั่งตำนานใจตำนานไพรไปชั่วกาล..
</font>
<font color=#F0009C>
และ
นกไพรได้ปิดฉากชีวิตอันยิ่งใหญ่อย่างงดงามตระการตาตระการใจ
ฝากชื่อลือค่าไว้กับผืนดิน ฝากร้อยรจนาบทถวิลเป็นธรรมทาน
หว่านโปรยสู่ดวงใจผองชนผู้ทุกข์ทนยากผู้สิ้นไร้หวัง

ให้หาญกล้าทายท้าเผชิญโลก
อย่างผู้รู้ตน ผู้รู้รักรู้ธรรมนำมาเกื้อกมลเกื้อโลกละมุน..
</font>
<font color=#6400FF>
ลดเร่าร้อนรุนแรงทุกแห่งหนในโลกหล้า..
ดั่งสายธาราดับแล้งทุกแห่งหนทุกผืนดินพร่างพรม
ห่มด้วยความรักน้ำใจอภัยเมตตากันและกัน
ฉันท์น้องพี่เพื่อนร่วมโลกแบ่งโศกปันสุขรวมโลกนี้เป็นหนึ่งเดียว
....................


<font color=#788C00>
นกไพร..เจ้านกไพร..
น้ำตาปิติ..จากใจดวงงาม  กำลังพร่างสายรินไหล
หอมละเมียดหอมละไมหลอมละลายไปกับรอยจูบดื่มด่ำกับเรียวแก้มนวล!

........................
</font>

 

อยากอ่านเฉลยจังเลยว่าเจ้าตัวคิดอย่างไร

.......... เมื่อ ศ. 22 ก.ย. 2549 @ 14:44 (77144)

 ขอฝากคำ..

ถึงทุกดวงใจใน go to know

แทนรักรัดร้อยเสียยิ่งกว่า

ให้รู้ซึ้งค่าคำว่า*รักมั่น******

*** มาตามเจอคุณที่นี่  คุณหายไปไหนนานนัก

คิดถึงนะคะ ***

  • แล้วเมื่อไหร่จะเฉลยล่ะค่ะ  รออ่านค่ะ

เจ้าของบันทึกยังไม่เฉลยคำตอบ...เลยเข้ามาอีกรอบ แต่รอบนี้มองภาพแล้วนึกถึงละครเรื่อง "คือ...หัตถาครองพิภพ" สองมือที่ยังนุ่มนวลอ่อนโยน สองมือที่คอยให้ความอบอุ่นห่วงใย สองมือที่คอยให้เกาะกุมใจ สองมือที่คอย...

ดูอีกที เหมือน ๆ กับเจ้าเด็กน้อยนั้นจะพามือใหญ่ ๆ วิ่งไปไหนสักแห่งนะคะ แต่นึกอีกทีมือเล็กขนาดนั้นเจ้าเด็กน้อยคงยังวิ่งไม่ได้หรอกค่ะ คงแค่จับกุมให้อบอุ่นแค่นั้นกระมัง

วันนี้ขอเป็นหมอดู มาทำนายอนาคตเจ้าเด็กน้อยคนนี้โตขึ้นต้องเป็นนักกีฑาระดับทีมชาติแน่นอนค่ะ "วิ่งผลัด 4x100" เห็นท่ารับไม้แล้วดูท่าว่าน่าจะวิ่งเร็วจริง ๆ ค่ะ (ยิ้ม ๆ)

พักผ่อนเยอะ ๆ นะคะ คุณพี่ "ชายขอบ" จะได้หายไข้ในเร็ววัน การดูแลสุขภาพและจิตใจเป็นสิ่งสำคัญ เป็นกำลังใจให้เสมอ ๆ ค่ะ

ดูรูปแล้วนึกถึงความอบอุ่น คือ มือที่เกาะกุม พร้อมที่จะนำพาไปในทุกที่ที่วางใจได้ถึงความรัก ความปลอดภัย .....เกี่ยวก้อยร้อยรัก....พิทักษ์โลก

คุณกัญญา อาจารย์น้อง Vij คุณพี่ Bright Lily และทุกท่าน 

     ขออภัยนะครับที่ตอบช้ามาก สัญญาว่าจะมาเฉลยครับ แต่จะบอกว่าคงต้องรอต่อไปอีกสักพักนะ
     อบอุ่นครับ คำเฉลยก็ออกไปในทำนองนั้น แต่จะมากว่านั้นก็คือใครช่วยใคร...กันแน่ครับ

ภาพดีค่ะ ดูแล้วยิ้มได้ ... มีความสุข