พี่หมู (พี่สุดสวาท อมฤตกุล) จาก รพ.ป่าพะยอม ได้มาด้อม ๆ มอง ๆ ที่ห้องทำงานผมหลายวันมาแล้ว เพื่อขอให้ไปช่วยเป็นวิทยากรกระบวนการ ตามโครงการพัฒนาศักยภาพชมรมและหมู่บ้านสร้างสุขภาพ ของ อ.ป่าพะยอม ที่จะจัดเวทีขึ้นในวันที่ 20 ก.ย.49 ณ ห้องประชุม ม.ทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง งานนี้ผมชักชวนคุณอำนวยมือใหม่ไปร่วมเรียนรู้ด้วยคือ พี่ไพ หรือพี่ไพลิน ฆังครัตน์ พี่จากกลุ่มงานเดียวกับผม

     พอพูดคุยกันในรายละเอียดก็พบว่าเป็นการเน้นที่การ Empowerment แก่เครือข่ายซึ่งล้วนมีการเดินเรื่องเพื่อพัฒนาสุขภาพอย่างต่อเนื่องกันอยู่แล้ว จำนวน 161 คน ซึ่งประกอบด้วย แกนนำ อบต. ผู้อำนวยการสถานศึกษา คณะกรรมการดำเนินงานสร้างสุขภาพของ อ.ป่าพะยอม อสม. แกนนำชมรมสร้างสุขภาพ และแกนนำผู้สูงอายุ สังเกตจากจำนวนที่มากมายเช่นนี้ ก็เป็นโจทย์ใหญ่เอาการสำหรับผม โดยเฉพาะหลากหลายเครือข่ายเช่นนี้ แต่ด้วยลักษณะของสถานที่จัดการประชุม ที่ผมรู้จักดี จะช่วยให้จำนวนคนที่มากเหล่านี้ จัดการได้ไม่ยากนัก เหตุหนึ่งคือสถานที่เป็นที่ที่เงียบ ขลัง ห้องประชุมกว้างใหญ่ เก็บเสียง และไม่อื้ออึง ระบบสื่อใช้การได้ดีมีความเป็นมืออาชีพ เป็นต้น

     แต่ที่ผมต้องเตรียมตัวรับคือการมาไม่พร้อมกันของกลุ่มเป้าหมาย จากประสบการณ์แล้วกรณีอย่างนี้จะเกิดได้บ่อยมาก ก็คิดว่าจะให้คนที่มาทีหลังได้กระจายเข้ากลุ่มแบบเงียบ ๆ ในสัดส่วนที่แบ่งเท่า ๆ กัน โดยให้ทีมผู้จัดเป็นคนจัดการในส่วนนี้ให้ การตรึงคนให้อยู่ตลอดก็เป็นเรื่องที่กังวลพอสมควร ในส่วนนี้คาดว่าประสบการณ์และลูกเล่นพี่หมู และพี่ไพ จะเอาอยู่ ได้อย่างสบาย ๆ อยู่แล้ว เมื่อวาน (18 ก.ย. 2549) ไปติดตามประเมินผลและเก็ยรวบรวมข้อมูลงานวิจัยฯ CUP ป่าพะยอมก็ได้ซักซ้อมกับพี่หมูอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ

     ในแต่ละช่วงเวลาจะมีกิจกรรมโดยเริ่มจากช่วงเช้าหากพิธีการใด ๆ เสร็จสิ้นลงแล้ว ก็จะให้ทุกคนได้เปิดใจ โดยการเขียนสิ่งที่อยากชม หรือสิ่งที่ภูมิใจที่สุด แต่ไม่เคยได้บอกใครเลย เมื่อนึกถึงคนที่ตัวเองรักมากที่สุด ลงในกระดาษไว้ จากนั้นให้พลิกอีกด้านหนึ่งแล้วเขียนสิ่งที่อยากขอโทษมากที่สุด แต่ไม่เคยได้พูด เมื่อนึกถึงคนที่เรารักมากที่สุดลงในกระดาษแผ่นเดียวกัน จากนั้นจะสุ่มออกมานำเสนอสัก 4-5 คน โดยเริ่มจากการสมัครใจก่อน วิธีการนี้ผมได้เรียนรู้มาจากเวทีทำ Mapping เครือข่ายครอบครัวเข้มแข็ง จว.พัทลุง ที่ผมได้ร่วมเป็นวิทยากรด้วยเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

     จากนั้นจะนำชม VCD “เสียงกู่จากครูใหญ่” พร้อม ๆ กับเบรกอาหารว่างและเครื่องดื่มไปด้วย เมื่อชมเสร็จแล้วก็จะให้แบ่งกลุ่มเพื่อถอดบทเรียนที่ได้จากการดูหนัง เป็น 5-7  กลุ่ม ตามความเหมาะสม แล้วแต่ละกลุ่มกลับมาเล่าสิ่งที่ถอดบทเรียนได้ในภาพรวมของกลุ่ม พร้อมสะท้อนสิ่งที่จะนำมาปรับใช้ในพื้นที่ตัวเองออกมา

     ช่วงบ่าย จะนำเข้ากิจกรรมสันทนาการก่อนแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ 3 กลุ่ม ตามกล่มอายุ สูงวัย วัยกลางคน และวัยหนุ่มสาว โดยให้แต่ละกลุ่มไปสะท้อนภาพสิ่งดี ๆ ที่เคยมี/มีอยู่/อยากเห็น สำหรับการพัฒนาสุขภาพในอดีต (กลุ่มสูงวัย) ปัจจุบัน (วัยกลางคน) และภาพฝันแห่งอนาคต (วัยหนุ่มสาว) ก่อนนำกลับมาบอกเล่าและนำเสนอในภาพรวมของเวทีใหญ่ พร้อมให้เติมเต็ม ซักถาม และแลกเปลี่ยนกันอย่างอิสระ เมื่อได้เวลาอันสมควร ก่อนเบรกช่วงบ่ายก็ให้โจทย์อีกครั้งสำหรับกลุ่มเดิม ด้วยการตกผลึกขั้นสุดท้าย “ฅนป่าพะยอม จะพัฒนาสุขภาพสู่สุขภาวะกันเองได้อย่างไรบ้าง” ก่อนนำมารวมกันที่เวทีใหญ่อีกครั้ง

     จากนั้นจะได้เวลาก่อร่างสร้างเป็น “สมัชชาพัฒนาสุขภาพชุมชนฅนป่ายอม” ซึ่งตรงนี้ทางทีมผู้จัดจะได้ใช้เวทีช่วยกันเลือกตัวแทนมาเดินเรื่องต่อ ซึ่งจะมีผู้นำฯ เลขาฯ และผู้กระสานงานจากแต่ละ Node พื้นที่/ประเด็น ของอำเภอป่าพะยอม แกนนำเหล่านี้จะได้รับหลักการจากประเด็น “คนป่าพะยอม จะพัฒนาสุขภาพสู่สุขภาวะกันเองได้อย่างไรบ้าง” ไปใช้สานเรื่องและเดินต่อในอนาคต