GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

"ปริญญาชน"

"ปริญญาชน" VS "ปัญญาชน" ใคร...ที่ท่านเลือกเป็น ?

ปริญญาชนเป็น "สถานะ" แต่ปัญญาชนเป็น "สภาวะ"
ปริญญาชนเป็นการบอก "ป้ายยี่ห้อ" แต่ปัญญาชาเป็นการบอก "สาระ"
บัณฑิต (ที่ไม่ใช่ Bandit) ทุกคนจึงต้องตัดสินใจ"เลือก"และถามตนเองว่า
"ท่านอยากได้ป้าย หรืออยากได้สาระ"
"ท่านอยากได้สถานะ หรืออยากได้สภาวะ"

..หากบัณฑิตทุกคนสามารถก้าวข้ามจากปริญญาชน ไปสู่ความเป็นปัญญาชน อนาคตของชาติคงจะมีแสงเรืองรองอีกครั้ง...

ไปเถิด ไปเป็นปัญญาชน อย่าเป็นเพียงปริญญาชนเลย ไปเถิดแล้วจะทำให้สิ่งที่ทั้งสังคมรอคอยนั้นเกิดขึ้นจริง...
 

เครดิต : Nap

ฉันจึงมาหาความหมาย (ที่แท้จริง)

ฉันเยาว์ ฉันเขลา ฉันทึ่ง
ฉันจึงมาหาความหมาย
ฉันหวังเก็บอะไรไปมากมาย
สุดท้ายให้กระดาษฉันแผ่นเดียว

หลายคนคงเคยได้อ่านบทกวีที่มีชื่อเสียงของวิทยากร เชียงกูลบทนี้กันมาแล้ว หากตั้งคำถามขึ้นมาว่า การที่เข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัย 4 ปี เราได้กระดาษเพียงแผ่นเดียวรึเปล่า คำตอบที่ได้จากผู้ที่เคยเข้ามาหาความหมายคงจะแตกต่างกันไปตามมุมมองของแต่ละคน ซึ่งนั่นไม่ใช่สิ่งผิดที่คนเราจะคิดต่างกัน แต่สำหรับผู้ที่กำลังก้าวเข้ามาค้นหาความหมาย ณ ที่แห่งนี้ คงจะต้องเริ่มค้นคำตอบแล้วว่า สิ่งที่ได้จากมหาวิทยาลัยจะเป็นเพียงแค่กระดาษแผ่นเดียวหรือไม่ คำตอบที่ได้จะต้องใช้ระยะเวลาค้นหาถึง 4 ปี แต่ก่อนที่จะเริ่มค้นหาคำตอบนี้ อยากให้เราได้เข้าใจความหมายของมหาวิทยาลัยในอีกแง่มุมหนึ่งก่อนเพื่อเป็นแนวทางให้เราได้ค้นหาความหมายที่แท้จริง

มหาวิทยาลัยในความคิดของหลายๆคนมันก็คล้ายๆกับโรงเรียนที่เราเพิ่งจบมานี่แหละแต่มันก็มีข้อแตกต่างกันอยู่หลายอย่าง แต่ความแตกต่างที่ชัดเจน คือ ความอิสระที่มีมากขึ้นกว่าเดิม แต่ความอิสระนี้ก็ไม่ได้ดีเสมอไปสำหรับคนที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ว่ามาที่นี่เพื่ออะไร แต่มันก็เป็นประโยชน์อย่างมหาศาลสำหรับคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ต้องการมาค้นหาคำว่าประสบการณ์ต่างคนก็ต่างความคิดไป แต่ข้าพเจ้าไม่อยากให้ใครๆยึดติดอยู่กับสิ่งใดๆอยู่อย่างเดียว พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ว่าทางสายกลางเป็นหนทางที่ประเสริฐที่สุด ซึ่งข้าพเจ้าก็เห็นด้วย แต่ว่าทางสายกลางนี่มันก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องอยู่กลางตรงตามกรอบที่ใครเขาตั้งไว้ ทางสายกลางนี้อาจจะชิดไปทางซ้ายนิดเบนไปทางขวาหน่อยก็ไม่เป็นไรเพราะแต่ละคนมีความถนัดไม่เหมือนกัน

คนที่เข้ามาเพื่อหวังว่าจะได้รับเกรดดีๆ ได้เกียรตินิยม จึงตัดสินใจที่จะเดินทางสายซ้าย มุ่งที่จะเรียนๆๆอย่างเดียว เพราะการทำกิจกรรม การออกกำลังกาย การออกไปเที่ยวกับเพื่อน อาจทำให้ความมุ่งหวังไม่เป็นผลสำเร็จ เมื่อ 4 ปีผ่านไปแล้วยังไม่ได้อย่างที่ตั้งใจไว้มันก็หมายความว่าคุณไม่ได้อะไรเลย แต่ถ้าโชคดีเป็นไปตามที่คุณคาดหมาย ข้าพเจ้าก็อยากถามคุณ คุณจะตอบข้าพเจ้าได้ไหม ว่าทางไปที่อื่นที่ไม่ใช่ห้องสมุดอยู่ทางไหน รอบๆมหาวิทยาลัยมีอะไรบ้าง ตอนนี้บ้านเมืองเราเป็นอย่างไร ในโทรศัพท์มีเบอร์เพื่อนอยู่กี่คน มีรุ่นน้องรุ่นพี่รู้จักเรามากเท่าไหร่ คุณลองกลับไปคิดดูว่าคุณจะได้อะไรบ้างนอกจากเกรดอันสวยหรู มหาวิทยาลัยมีเนื้อที่กี่สิบกี่ร้อยไร่ คุณได้เข้าไปเหยียบสักกี่ตารางเมตรทั้งๆที่ก็จ่ายค่าเทอมเท่ากับคนอื่น แต่ทำไมถึงได้ใช้เนื้อไม่คุ้มเท่าเขา

ส่วนคนที่เลือกทางสายขวาหวังมาสนุกอย่างเดียว ขอเอาเพื่อนเยอะไว้ก่อน ทำนู้นทำนี่เพื่อที่จะได้ชื่อว่าเป็นนักกิจกรรม หรือคนที่เที่ยวๆๆๆ เรื่องแฟนคือที่ 1 นี่ก็ยิ่งหนักใหญ่เพราะเขาจะไม่ได้อะไรกลับไปเลยสักอย่างนอกจากประสบการณ์ความสนุก รุ่นพี่บางคนเคยพูดว่าคนที่ทำกิจกรรมมักจะได้งานง่ายกว่าคนที่เรียนเก่ง เรื่องนี้ก็ไม่ได้เถียง แต่ข้าพเจ้ามีความเห็นว่ามันก็อาจจะไม่จริงเสมอไป คุณลองคิดดูแล้วกัน บริษัทที่จะรับคนเข้าทำงานอย่างแรกที่เขาจะดูคือเกรดของคุณ หลังจากนั้นจึงมาดูว่าคุณได้ทำกิจกรรมอะไรที่เอื้อต่อการทำงานได้บ้าง บางบริษัทเขาจะกำหนดเลยว่าเกรดเท่านี้ขึ้นไปจึงจะรับ หรือหากเขาไม่ได้บอกเกณฑ์ให้รู้ แต่จงรู้ไว้เถิดว่าหากมีคนสมัครเยอะ อย่างแรกที่เขาจะทำคือดูเกรดแล้วคัดคนที่เกรดไม่ถึงออกไปก่อน แล้วอย่างนี้เราจะเอาโอกาสที่ไหนไปเสนอเขาว่าเราเคยทำอะไรมาบ้าง...จริงไหม

ใครหลายคนเกิดคำถามขึ้นมาแล้วว่า สรุปแล้วจะให้ทำยังกันแน่ ก็อย่างที่ข้าพเจ้าบอกไว้ในตอนต้นแล้วว่า เลือกทางที่สายกลางเป็นดีที่สุด แล้วถามใจตัวเองดูว่าเอนไปทางสายหรือขวาดี เราจึงจะมีความสุขที่สุด เพราะมหาวิทยาลัยนั้นมีอะไรมากมายให้น้องค้นหา สถานที่แห่งนี้ได้คำนวณแล้วว่า ในเวลา 4 ปีเป็นระยะเวลาเหมาะสมที่นิสิตจะได้เรียนรู้ทั้งในและนอกตำราอย่างครบถ้วน มหาวิทยาลัยมีอะไรมากมายให้เรียนรู้ ขึ้นอยู่กับว่าคุณเลือกที่จะทำหรือไม่

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): ปริญญาชน
หมายเลขบันทึก: 50885
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 4
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (4)

 

อ่านแล้ว ขนลุก เลยค่ะ ...

เป็นอะไรที่ตรงกับชีวิตจริงดี

ชอบกลอนนี้มาก

ฉันเยาว์ ฉันเขลา ฉันทึ่ง
ฉันจึงมาหาความหมาย
ฉันหวังเก็บอะไรไปมากมาย
สุดท้ายให้กระดาษฉันแผ่นเดียว

.. มีสาระมากค่ะ

เข้าใจนำเรื่องนี้ มาเล่าสู่กันฟังนะครับ ให้ข้อคิดการเปรียบเทียบ ระหว่าง ปริญญาชน กับ ปัญญาชนได้ดี

หวังว่า ผู้อ่าน ที่อยู่ในวัย จะไม่หลงไปในปริญญาชน นะครับ

เป็นแนวคิดที่ดีมากสำหรับทุกคนในสังคม ทำให้คิดมากกว่าที่เห็น มองไปให้ไกลๆเพื่อประโยชน์ของตัวเองและส่วนรวม
โอ...มีความรู้ขึ้นเยอะเรย  ให้แนวคิดไรมากมายเรยอ่า