เรื่องของลูกสาว :

สอบได้ที่หนึ่ง  แต่วิ่งได้ที่สุดท้าย







          “คุณพ่อขา! หนูมีข่าวดีและข่าวร้ายจะแจ้งให้คุณพ่อทราบค่ะ คุณพ่ออยากข่าวไหนก่อนเอ่ย?”  น้องเพียงพอถามผมขึ้น หลังจากเลิกจากโรงเรียนมาเมื่อตอนเย็นของเมื่อวานนี้

          “อยากรู้ข่าวดีก่อนจ๊ะ  ไหนบอกมาซิว่าข่าวดีคืออะไร?” ผมถามเธอขึ้นด้วยความอยากรู้

          “ข่าวดี ก็คือ วันนี้คุณครูประกาศผลการเรียนเทอมที่หนึ่งอย่างเป็นทางการ ปรากฏว่าหนูสอบได้ที่หนึ่งค่ะ” เธอบอกด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส่และมีความสุข

          “ยอดเยี่ยมมากๆ เลยลูก  แล้วหนูรู้สึกอย่างไรบ้าง? ดีใจและภูมิใจไหม?” ผมถามเธออีก

          “ดีใจและภูมิใจมากๆ เลยค่ะ  ที่สอบได้ที่หนึ่ง  แล้วคุณพ่อรู้สึกอย่างไรบ้างละค่ะ?”

          “พ่อก็รู้สึกดีใจและภูมิใจในตัวของหนูมากๆ เลยละจ๊ะ หนูทำให้พ่อแม่และครอบครัวของเรามีความรู้มากๆ เลยละจ๊ะ”

          “แล้วคุณพ่อกับคุณแม่จะมีรางวัลให้หนูหรือเปล่าค่ะ?”  เธอถามแบบได้ทีขี่แพะไล่

          “คิดไว้แล้วเชียว ว่าต้องมีการทวงรางวัลแน่นอนเลย  คิคิคิ ....มีซิจ๊ะ  พ่อคุยกับคุณแม่ไว้แล้วน่ะ  อาทิตย์หน้าคุณแม่จะซื้อของขวัญมามอบให้หนูจ๊ะ"

          “หนูอยากได้ไอโฟน 5 จังเลยค่ะ”

          “โห!  เพิ่งอยู่ปอหนึ่งเอง  เอาแท๊บแล็ตก่อนละกัน  เดี๋ยวรัฐบาลก็มอบให้หนูแล้วละจ๊ะ”  ผมตอบบ่ายเบี่ยงเธอไป

          “อืม! ก็ได้ค่ะ”

          “แล้วข่าวร้ายของหนูล่ะ คืออะไร?” ผมถามเธอบ้าง

          “อ๋อ! ข่าวร้าย ก็คือ วันนี้คุณครูสอนวิชาพละให้นักเรียนทุกคนวิ่งแข่งขันกัน ปรากฏว่าหนูวิ่งได้อันดับสุดท้ายค่ะ จากทั้งหมด 26 คน” เธอบอกแบบยิ้มๆ

          “แล้วหนูรู้สึกอย่างไรบ้าง? เสียใจหรือเปล่าลูก?” ผมถามเธอ

          “รู้สึกเฉยๆ ค่ะ ไม่รู้สึกเสียใจอะไรเลย เพราะหนูรู้ตัวเองดีว่าหนูอ้วนมาก เวลาวิ่งก็เลยช้ากว่าคนอื่นๆ แต่หนูก็รู้สึกดีใจนะค่ะ ที่หนูสามารถวิ่งไปถึงเส้นชัยเหมือนกับคนอื่นๆ”  เธอบอก

          “ดีแล้วจ๊ะ ที่หนูคิดแบบนี้”

          “สมัยเด็กๆ คุณพ่อเคยสอบได้ที่หนึ่งหรือวิ่งชนะคนอื่นบ้างหรือเปล่าค่ะ?” เธอถามผมขึ้นด้วยความสนใจ

          “พ่อไม่เคยสอบได้ที่หนึ่งเลยลูก อย่างดีที่สุดก็แค่ได้อันดับที่หกจ๊ะ  ส่วนการวิ่งแข่งขันพ่อก็เข้าเส้นชัยเป็นคนสุดท้ายตลอด เพราะพ่อเป็นคนที่ตัวเล็กกว่าเพื่อนจ๊ะ เลยวิ่งสู้เขาไม่ได้เลยสักที”

          “แสดงว่าหนูดีกว่าคุณพ่อนะซิค่ะ?”

          “ใช่แล้วจ๊ะ  หนูทำได้ดีและยอดเยี่ยมกว่าพ่อมากเลยจ๊ะ พ่อภูมิใจในตัวของหนูมากๆ เลยนะจ๊ะ”

          “ค่ะ  หนูก็ดีใจและภูมิใจมากๆ เลยค่ะ ที่ได้เกิดมาเป็นลูกของคุณพ่อกับคุณแม่ทั้งสองท่าน”

          “ไหนมานี่ซิ พ่อขอกอดและขอหอมแก้มหน่อย”

          พูดจบ น้องเพียงพอก็เดินเข้ามากอดผมไว้แน่น ผมก้มลงหอมที่หน้าผากของเธอ จากนั้นก็กอดเธอและเอามือลูบผมของเธอเบาๆ ด้วยความรักและความห่วงใย

          เมื่อวานนี้ จึงเป็นอีกวันหนึ่งที่ผมและครอบครัวรู้สึกมีความสุขและเบิกบานใจอย่างที่สุด