ที่สำคัญคือ บาส เป็นกีฬาที่ต้องมีการประสานกันขององคาพยพของกาย ใจ ประสาทมากที่สุด เพราะตาต้องมองห่วง สมองต้องกะระยะ เล็ง กล้ามเนื้อสนองตอบ (ตรงนี้คล้ายกอล์ฟ แต่บาสเข้มข้นกว่า เพราะมีปัจจัยมากกว่า) จึงเป็นการออกกำลังกายประสาท ซึ่งเป็นผลดียิ่งต่อผู้สูงวัย

กีฬาที่ดีต่อสุขภาพคนสูงวัย (และทุกวัย) มากที่สุดในโลก (ใน คห.ผม)..........


คนสูงวัยวันนี้นิยมออกกำลังกายกันมาก (ส่วนออกกำลังใจก็พอมีบ้าง)  ส่วนใหญ่นิยม เดิน วิ่งช้า แอร์โรบิก ไทเกก ชีกง หรืออาศัยเครื่องออกกำลังกายต่างๆ (จักรยาน ยกน้ำหนัก)  แต่วันนี้ผมจะมาแนะการเล่นกีฬา


ชีวิตผมเล่นกีฬามาโชกโชนแทบหมดทุกอย่าง ทำให้ผมเห็นข้อดีข้อด้อยของกีฬาแต่ละประเภทพอควร  โดยเฉพาะ บอล บาส แบต ตะกร้อ เทนนิส กรีฑา (วิ่งเร็ว) ปิงปอง  มวย  ว่ายน้ำ (ส่วนดูนั้นผมยังดูเบสบอล เมกันฟุตบอล ฮอคกี้น้ำแข็ง ยิมนาสติก สกี มวยปล้ำ ...สรุปคือเป็นคนบ้ากีฬา แม้แต่กอล์ฟ ที่ผมแอนตี้ สมัยก่อนก็ดูบ่อยๆ สมัย ชิชี เฮอร์นันเดซ์ ดวลกับอาร์โนลด์ ปาล์มเมอร์  บิล ครอสบี แจค นิคลอส และ อาวุโสอื่นๆ)


 โดยฟุตบอลนั้นผมเล่นถึงขนาดไปแข่งระดับชาติมาแล้ว ที่เหลืออื่นๆ ก็เล่นมากแบบใช้เวลานานเป็นพัน ชม. ไม่ใช่เล่นแบบฉาบฉวย (เวลาผมทำอะไรผมทำแบบให้อย่างน้อยมันเลย treshhold พอได้รู้ว่าหลักการสำคัญมันเป็นอย่างไร จะได้เอามาโม้ได้เนียนหน่อย อิอิ) 


ผมสรุปว่า บาสเกตบอล เป็นกีฬาที่ยอดเยี่ยมที่สุด (ทั้งที่เป็นกีฬาที่ผมแทบไม่เคยเล่นแบบแข่งขัน ยกเว้นครั้งเดียวใน usa ที่แข่งกับพวกนร. นานาชาติ)   มันเป็นกีฬาที่โหดที่สุดที่ต้องการความแข็งแรงทั่วสรรพกาย  แต่ในขณะเดียวกันก็นุ่มที่สุดแม้แต่คนแก่สุดก็เล่นได้แบบ solitaire


เหตุผลคือ เป็นกีฬาที่ออกกำลังกายทุกส่วน ตั้งแต่หัวแม่เท้า ปลายนิ้ว หลัง  จนถึงลำคอ  นอกจากนี้ยังเป็นกีฬาที่เล่นคนเดียวได้  ใช้พื้นที่ไม่มากนัก  ลงทุนไม่มากนัก  ที่สำคัญที่สุดคือได้ออกกำลังระบบประสาท สายตา และระบบผสานกล้ามเนื้อประสาท อย่างดีที่สุด  สรุปว่าไม่มีกีฬาอะไรดีเท่าบาส


ว่ายน้ำที่ว่าออกกำลังกายทุกส่วนนั้น ผมว่าไม่ได้ 1 ใน 10 ของบาส  แถมแพง หนาว เล่นยาก ไม่พัฒนาระบบประสาทนัก   ส่วนบาส คุณสามารถสร้างแป้นหลังบ้าน หรือหน้าโรงรถได้สบายๆ  ถ้าไม่อยากสร้างวันนี้มีขายทั่วไปราคาเริ่มต้นที่ 1000 บาทด้วยซ้ำไป


การ”ชูตบ๊าด” นั้นใช้นิ้ว มือ แขน ไหล่ ยังต้องแอ่นหลัง  แต่ยังต้องย่อขา  ยืนบนปลายนิ้วเท้าแบบเขย่ง  ก็ออกกำลังขาเข่าด้วย บางทีต้องกระโดดชูต (jump shot) บางทีต้องวิ่งเข้าไปวางมือ (lay up)  ดังนั้นมันเป็นการออกกำลังกายทั้งตัว ว่าไปแล้ว คอด้วย เพราะคอต้องกระดกด้วยนะ ไม่งั้นรับรองชูตไม่แม่น


สมัยหนุ่มไปเรียนอยู่ usa ผมเลิกเล่นบอล เพราะมันหาสนามเล่นได้ยาก ผมหันมาฝึกเล่นบาสแบบคนเดียว  เล่นทุกเย็นวันละหนึ่งชม.เป็นเวลาสองปี  ทำให้ชูตลูกโทษลง ๘๐% อย่างต่อเนื่อง  ในขณะที่ทีมชาติไทย เฉลี่ยที่ ๗๒% เท่านั้น (ซึ่งถือว่าดีมากเลยนะ ประมาณเท่าๆ กับทีมชาติ usa)  พอเล่นบาสเสร็จกันไปน็อคบอร์ดเทนนิส (คนเดียว) ต่อ อีก หนึ่งชม.  ทำให้ผมเล่นเทนนิสได้ดีพอควร โดยเฉพาะเรื่องบ้าพลัง ตีลูกแรงมากจนเป็นที่เลื่องลือ


ที่สำคัญคือ บาส  เป็นกีฬาที่ต้องมีการประสานกันขององคาพยพของกาย ใจ ประสาทมากที่สุด เพราะตาต้องมองห่วง สมองต้องกะระยะ เล็ง กล้ามเนื้อสนองตอบ (ตรงนี้คล้ายกอล์ฟ แต่บาสเข้มข้นกว่า เพราะมีปัจจัยมากกว่า)  จึงเป็นการออกกำลังกายประสาท  ซึ่งเป็นผลดียิ่งต่อผู้สูงวัย ที่มักเป็นโรคประสาทเสื่อมกันมาก เนื่องจากไม่ค่อยได้ออกกำลังประสาท เพราะได้แต่ตัดกิ่งต้นไม้ เลี้ยงหลานไปวันๆ  อิอิ


แต่วันนี้ ผมคิดกีฬาที่ถูกกว่า ดีกว่าบาสได้แล้ว เล่นคนเดียวก็ได้ด้วย คือ แบตมินตันครับ  แต่เป็นแบตแบบเล่นคนเดียว  สนุกด้วย

คือเราตีแบตขึ้นไปบนฟ้า ให้มันข้ามตาข่ายที่เป็นเชือก (เช่น ราวตากผ้า)  แล้วเราวิ่งไปรับฝั่งตรงข้าม แล้วเราก็ตีกลับมา แล้ววิ่งไปรับ สลับไปมาอยู่แบนี้แหละ 


ลองคิดดูสิครับว่า จะได้ออกกำลังกายกี่ส่วน ต้องคำนวณความแรง ความสุง มุมเงย มุมหัน  สักกี่ตลบ.....กว่าจะตีได้สักสามครั้งโดยลูกไม่ตก   จะเป็นการฝึกการประสานระหว่างกล้ามเนื้อทุกส่วน  และประสาททุกส่วนเป็นอย่างยิ่ง จากนั้นก็เพิ่มอัตราการตีโดยไม่ตกให้มากขึ้นเรื่อยๆ  แบบนี้รับรองไม่มีวันแก่   (ผู้ชายเตะปี๊บดัง ผู้หญิงปี๊บไม่ผุ กังวานเหมือนเดิม อิอิ) 


ถ้าแก่มากขึ้น ชักวิ่งไม่ไหว  ขอแนะให้เล่นแบต แบบสองมือ  มือขวาตีลูกไปทางซ้าย แล้วย้ายไม้ไปมือซ้าย เพื่อตีลูกมาทางขวา แล้วย้ายไม้แบตมามือขวา  ตีกลับไปทางซ้าย  สลับกันไปแบบนี้  ก็ไม่ต้องวิ่งมาก แต่มีการโยกตัว สนุก เป็น dynamic  และฝึกระบบประสาทได้ดีมาก

แก่ยิ่งไปกว่านั้น ขอให้เอาแก้วน้ำเปล่ามาตั้งไว้กับพื้น  เอาลูกแบตมาถือไว้ในมือ  ยืนห่างจากแก้วสัก ๒ เมตร  เอามือขว้างลูกแบตให้ลงแก้ว  ทั้งมือซ้ายและขวา (โห ยากนะ เอาไปเป็นกีฬา โอลิมปิก สว. ได้เลย) 


ขอให้มีประสาทดี จนครบ ๑๒ ศตวรรษกันทุกคนเทอญ


...คนถางทาง (๑๔ พย. ๕๕)