ชุมชนกสิกรรมวิถี มาบเอื้อง

ตั้งขึ้นโดยความเชื่อเรื่อง "เป็นชุมชนพอเพียงพึ่งตนเองได้ แม้ยามเกิดภัยพิบัติ"

มีการดำเนินงานในรูปแบบ "สหกรณ์" คือ รวมตัวกันเพื่อประโยชน์ของตนเองและชุมชน ไม่ถือเอากำไรเป็นที่ตั้ง แต่ออมทรัพย์ในรูปของ ดิน น้ำ อากาศ บุญทาน และพัฒนาสู่แนวคิด "บวร" (บ้าน-วัด-โรงเรียน)

มีวัตถุประสงค์ คือ

๑. ฟื้นฟูหลักศีลธรรม ประเพณีที่ดีงาม๒. ส่งเสริมการเรียนรู้ ที่สอดคล้องกับวิถีของชุมชน๓. พึ่งตนเองให้ได้ ด้านปัจจัย ๔  คือ ข้าว ผ้า ยา บ้าน อย่างน้อยครึ่งหนึ่ง ๔. พึ่งตนเองให้ได้ ด้านพลังงาน และน้ำดิ่ม น้ำใช้

โดยร้อยรัดสมาชิกในชุมชนไว้ด้วยหลัก "โซ่ ๓ เส้น" คือ

๑. ทิฐิสามัญตา: เราเชื่อเรื่องการพึ่งตนเอง และปรัชญา "เศรษฐกิจพอเพียง" เชื่อในมหาบุรุษ ๒ ท่าน คือ พระพุทธเจ้า และในหลวง

๒. ศีลสามัญตา: หลักของศีลาจารวัตร ตั้งมั่นในศีลธรรม ห่างไกลอบายมุข

๓. วิสาสาปารมญาติ: ความคุ้นเคยเป็นญาติอย่างยิ่ง หมั่นประชุมเป็นเนืองนิตย์ ปรึกษาปัญหาและยุติในที่ประชุม

๔. นานาสังวาส: ยอมรับในความเชื่อเกี่ยวกับศาสนา หรือสิ่งเหนือธรรมชาติ ว่าแตกต่างกันได้

กติกาการอยู่ร่วมกัน

๑. ห้ามสุราและอบายมุข ภายในชุมชน

๒. มาประชุมเป็นเนืองนิตย์ อย่างน้อยเดือนละ ๑ ครั้ง

๓. ทำแผนการจัดการพื้นที่ของตน และห้ามปล่อยรกร้างว่างเปล่า

๔. หากไม่มาประชุมเลยใน ๒ เดือน ให้ตักเตือน ๓ เดือน ให้พิจารณาปลดออกโดยคณะกรรมการ ยกเว้นมีเหตุจำเป็นหรือได้ขอกับที่ประชุมแล้ว

๖. การเข้ารับเป็นสมาชิกใหม่

๖.๑ ต้องผ่านหลักสูตรเศรษฐกิจพอเพียงจากมาบเอื้อง อย่างน้อย ๑ หลักสูตร ไม่น้อยกว่า ๓ วัน

๖.๒ ให้มาร่วมประชุมก่อน อย่างน้อย ๓ ครั้ง (ประชุมสามัญ ๒ ครั้ง วิสามัญ ๑ ครั้ง)

๖.๓ เชื่อว่าไม่สร้างปัญหาให้แก่หมู่กลุ่มหรือชุมชน ในอนาคต

๗. ให้ปลูกป่า (๓ อย่างเพื่อประโยชน์ ๔ อย่าง) อย่างน้อย ๓๐ เปอร์เซนต์ ในที่ดินของตน

๘. การออกจากสมาชิก ให้ขายที่ดินคืนแก่สหกรณ์ในราคาทุน สิ่งก่อนสร้างให้หักค่าเสื่อมราคา

๙. สิทธิในการครอบครองใช้ประโยชน์ ให้ตกทอดแก่ทายาทได้