โอกาสของผู้ด้อยโอกาส

วันนี้น้อยนำหลักฐานการสมัครเรียน กศน.มาให้คุณมะเดื่อเพื่อจะเข้าเรียนต่อ กศน.ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นในภาคเรียนนี้ ซึ่งคุณมะเดื่อจะนำหลักฐานต่าง ๆ นี้ส่งให้กับครู กศน.(ตัวจริง)ต่อไปในสัปดาห์หน้า
วันนี้คุณมะเดื่อจึงได้มีเวลาคุยกับน้อยพอสมควร อายุจริง ๆ ของน้อยคือ 18 ปี แต่การผิดพลาดในการแจ้งเกิด จึงทำให้อายุคลาดเคลื่อน อายุจึงน้อยลงไป 2 - 3 ปี น้อยเล่าให้ฟังถึงสภาพครอบครัวของเธอว่า ทุกวันนี้ เธออยู่กับลูก พ่อ น้องชาย และหลานชายที่เป็นลูกของพี่สาวต่างแม่ซึ่งทำงานอยู่ กทม.ไม่มีเวลาเลี้ยงลูกจึงเอามาให้พ่อของเธอเลี้ยง ซึ่งตอนนี้เรียนชั้น ป.1 อีกคนหนึ่ง ส่วนแม่ไปอยู่ที่บางสะพาน แม่ไม่ค่อยได้มาบ้าน เพราะมาทีไรก็ทะเลาะกับพ่อเป็นประจำ พ่อก็สุขภาพไม่ดี และตาพิการข้างหนึ่ง ทำงานไม่ไหว ส่วนน้องชายก็เที่ยวเตร่ ไม่ค่อยทำงาน เธอเองก็ยังไม่ได้ทำงานอะไรเป็นเรื่องเป็นราว พี่สาวของเธอ ( พี่สาวคนละแม่ ) ส่งเงินมาให้หลานก็ไม่มากนัก นาน ๆ ส่งมาสักครั้ง ๆ ละสี่ซ้าห้าร้อยบาท .... เรื่องครอบครัวของน้อยนี้ คุณมะเดื่อก็พอทราบมาบ้างแล้ว
คุณมะเดื่อจึงแนะนำน้อยว่าให้สมัครเรียนก่อน แล้วให้ไปสมัครงานที่โรงงานสับปะรด จะได้มีงานทำ ส่วนลูกก็ให้พ่อเป็นคนดูแล เพราะ ลูกก็สองขวบกว่าแล้ว ไม่ต้องป้อนนมแล้ว น้อยก็ตกลง และดูว่าเธอมีความหวังในชีวิตมากขึ้น
น้อยบอกว่า ยามที่เธอเครียด เธอทุกข์ใจ ไม่สามารถจะปรึกษาใครได้ เธอต้องเก็บไว้ปวดหัวคนเดียว จะปรึกษาพ่อ พ่อก็ไม่ฟัง ปรึกษาแม่ก็ไม่ยอมรับรู้ แถมยังดุด่าเธอเสมอ ไม่มีใครเข้าใจเธอ ไม่มีใครแนะนำเธอได้เลย...........
คุณมะเดื่อจึงบอกว่า " ยังมีครูอีกคนนะที่ยังรักและหวังดีกับเธออย่างจริงใจ หากไม่รู้จะปรึกษาใครก็บอกครูได้ แต่เธอต้องเข้มแข็ง และมานะอดทน และไม่ทำตัวอย่างไร้คุณค่า สิ่งใดดี หรือไม่ดี ก็ย่อมรู้แล้ว ต้องทำให้ตัวเองมีคุณค่าให้มากที่สุด อย่าให้ใครดูถูกได้ คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกทางเดินชีวิตได้นะ ครูรักและห่วงใยเธอเสมอ เพราะเธอคือ.....ลูกศิษย์ของครู"
นี่แหละจุดหนึ่งที่วัยรุ่นไทยต้องสูญเสียโอกาสดี ๆ ในชีวิตไปเพราะความล้มเหลวของสถาบันครอบครัวที่ไม่สามารถให้ความรัก ความเข้าใจ ความอบอุ่นแก่พวกเขาได้ ทำให้พวกเขารู้สึกว่าขาดที่พึ่ง จึงหันไปหาความรัก ความอบอุ่น หาที่พึ่ง หรือคนที่คิดว่าเข้าใจพวกเขาที่อยู่นอกบ้าน และในที่สุด หลายต่อหลายคนก็อยู่ในสภาพเช่นเดียวกับ.....น้อย...!
วันนี้น้อยไม่ได้กินข้าวกลางวัน เพราะเงินที่ติดตัวอยู่ไม่ถึง 100 บาท หมดไปกับค่าถ่ายรูปเพื่อสมัครเรียน หลานชายของน้อยวิ่งมาขอเงินน้อยเอาไปซื้อขนม แต่น้อยไม่มีให้ คุณมะเดื่อเองก็มีติดกระเป๋าอยู่สิบกว่าบาท ( เรื่องจริง อิ อิ...เพราะไปโรงเรียนไม่ต้องใช้จ่ายอะไร ) จึงให้น้อยเอาไปซื้อขนมให้หลานกิน......เฮ้อ.... ! ละครชีวิตจริงแท้...
ร่วมบริจาคเงินสมทบทุนสร้าง ศพด.ได้ตามลิ้งค์นี้จ้ะ
http://www.gotoknow.org/classified/ads/3462
.......................................................................................................
เธอคือ.....ลูกศิษย์ของครู .... ดีจัง...ความเป็นครู....ยิ่งใหญ่...ที่หนึ่งเลยนะคะ .... คุณมะเดื่อ สบานดีนะคะ
สวัสดีจ้ะพี่หมอเปิ้น
คุณมะเดื่อสบายดีจ้ะ ขอบคุณจ้ะ
...ชีวิต..ยอกย้อน.ยับ เยิน..จริงๆ..เจ้าค่ะ..(ย้อน..มองดู..ตัวเอง..เคยนั่งอยู่กับพ่อ..เฝ้าบ้าน..สองคนพ่อลูกไม่มีกะตังค์เลยในกระเป๋า..แม่ก้อ..ไปเที่ยวงานกาชาดกะลูกๆที่ตัวรับผิดชอบ..)..เราลูกพ่อ..อ้ะะๆๆ..อิจฉา..(จิงๆ..มีตั้งสิบบาท..เฮ..)..ยายธี
หวัดดีจ้ะคุณศิลา
คุณมะเดื่อก็หวังว่า น้อยคงมีความพยายาม อดทน และมุ่งมั่นที่จะเดินไปบนทางชีวิตใหม่ของเธอจนถึงเส้นชัยจ้ะ ขอบคุณแทนน้อยด้วยนะจ๊ะ
หวัดดีจ้ะยายธีที่รัก
บางครั้งเรื่องราวหนัก ๆ ในชีวิตที่ผ่านมาก็เป็นเสมือนบันไดให้เราได้ขึ้นไปยืนบนจุดที่สูงสุดของชีวิตได้นะจ๊ะ เมื่อมองย้อนกลับไป ก็อดที่จะขอบคุณอุปสรรคหลายหลากที่ช่วยส่งให้เราขึ้นไปอยู่ตรงจุดนั้นไม่ได้นะจ๊ะยายธี ขอบคุณจ้ะ
เนื้อหา + เพลง เข้ากั๊นเข้ากันค่ะ คุณมะเดื่อ
ใช่จ้ะคุณระพี
เพลงอมตะเขาคงเขียนจากความเป็นจริง
-สวัสดีครับคุณมะเดื่อ..
-น่าเห็นใจ"...วันนี้น้อยไม่ได้กินข้าวกลางวัน เพราะเงินที่ติดตัวอยู่ไม่ถึง 100 บาท หมดไปกับค่าถ่ายรูปเพื่อสมัครเรียน.."
-ขอบคุณครับ
สวัสดีจ้ะคุณเพชร
เป็นชีวิตจริง ๆ ที่คงมีอีกมากในสังคมไทย ๆ นี้จ้ะ เพียงแต่เราไม่ได้รับรู้ ขอบคุณมาก ๆ นะจ๊ะที่มาทักทายกัน