อยากกราบหัวใจเธอกับ"ศรีทนได้" ตอนที่ 3 (เป็นมะเร็งเต้านม)


 

สำหรับป้าศรีแล้ว ด้วยหัวใจที่เข้มแข็ง และ การอุทิศตัวที่จะเป็นจิตอาสาในการดูแลผู้อื่น นั้้น ทำให้ป้าศรีผ่านอุปสรรค จากสังคมรอบข้าง  สังคมเริ่มยอมรับมากขึ้น แต่กระทั้นกว่าจะมาถึงวันนี้ป้าศรีต้องใช้ความอดทน เกือบ 10 ปี ซึ่งต้องยอมรับว่าป้าจิตใจเข้มแข็งมาก  
        ชีวิตที่ดูเหมือนจะราบรื่น  เริ่ม เป็นที่ยอมรับของคนในสังคม  และ เพื่อนกลุ่ม ผู้ติดเชื้อนั้น ป้าศรีจะเป็นที่เคารพของทุกคนทีเดียว  แต่กระนั้นป้าศรีก็ไม่เคยที่จะร้องขอความเห็นใจจากใคร  กับความรู้ที่จบแค่เพียงชั้น ป. 4  ป้าศรียึดอาชีพ  ซักรีดในหมู่บ้าน  ได้เงินเดื่อนหนึ่งไม่กี่พันบาท  แต่ป้าศรีก็ยังแบ่งเวลาในการที่จะทำกุศลด้วยการ เข้าวัด ฟังธรรม  การมาดูแลกลุ่มผู้ป่วยที่มารับการรักษาที่ โรงพยาบาล  มิขาด
        เมื่อสัก  1 ปีกว่า ก่อนนี้ เหมือนกรรมอะไรมาซ้ำเติมก็ไม่รู้ ป้าศรีรู้สึกเจ็บบริเวณเต้านม มาตรวจ พบมีก้อนที่เต้านม แพทย์ ผ่าเอาชิ้นเนื้อไปตรวจผลปรากฏว่า ป้าศรี เป็นมะเร็งเต้านม   ตอนที่รู้ข่าวครั้งแรกชลัญตกใจมาก  อะไรกันอีกนี่ โรคเดียวไม่พอ  ยังอุตสาห์ มีอีกโรค แต่ละอย่างแหม!  ร้ายๆ ทั้งนั้น  แต่ด้วยจิตใจอันเข้มแข็ง  ป้าศรีไม่ได้ร้องตีโพยตีพาย  ก้มหน้ารับชะตากรรมที่จะเกิดขึ้นกับตัวเอง อย่างกล้าหาญ  หลังจากผ่าก้อนออกแล้ว  ป้าศรีก็ได้รับเคมีบำบัดต่อ   จากโรคเดิมที่ย่ำแย่อยู่แล้ว  นั้นการให้เคมีบำบัดแต่ละครั้งเป็นไปด้วยความยากเย็น  เพราะบางครั้งผลการตรวจเลือดนั้น  ไม่สามารถให้เคมีบำบัดได้  กำหนดการต้องเลื่อนออกอีก  ร่างกายซูบผอมลง  ผมก็ร่วงทั้งศีรษะ  ซึ่งป้าศรีนี่เองที่เป็นแรงบันดาลใจให้ชลัญทำวิกผมปลอมให้  และป้าศรี ก็เป็นคนไข้คนแรกที่ชลัญทำให้  
          ตอนนี้ป้าศรีได้เคมีบำบัดครบแล้ว  ผลการรักษานั้นตอบสนองดีต่อเคมีบำบัด  ผมเริ่มงอกแล้ว  ตอนนี้ป้าศรีก็สามารถมาเป็นจิตอาสาดูแลผู้ป่วยกลุ่มผู้ติดเชื้อได้อีก  และก็ยังรับจ้างซักรีดเหมือนเดิม  ยังเคยแซวป้า บอกว่า ไว้ชลัญถูกหวยจะซื้อเครื่องซักผ้าเครื่องใหญ่ๆให้  จะได้รับจ้างได้เงินมากขึ้น  ป้าศรียกมือขึ้นหัวบอกสาธุ ขอให้หมอโจ้ถูกหวยเร็วๆ  ชลัญรู้สึกบาปจัง เพราะไม่เคยซื้อหวยจะถูกได้อย่างไรนี่  ก็เลยกะจะเก็บหอมรอบริบซื้อเตารีดดีๆให้ป้าสักเครื่องพอเป็นกำลังใจ  ส่วนเคื่องซักผ้าเอาไว้ก่อนล่ะกันป้า ชลัญจะลองเสี่ยงซื้อหวยดูเผื่อจะถูกจริงๆ น่ะ
          กุศลอีกอย่างที่ป้าศรีทำคือการรักษาศิล  ปัจจุบันหันมากินเจ  งดการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต  ชลัญล่ะอายป้าจัง ชลัญได้แค่มังสะวิรัต  ป้าศรีก็พยายามชวนนะ แต่ชลัญกลัวบาปน่ะ  
         อย่างนี้จะไม่ให้ชลัญกราบหัวใจป้าได้อย่างไร  แม้ชีวิตที่เต็มไปด้วยทุกข์ทางกาย  แต่ป้าไม่เคยที่จะให้มันส่งผลกระทบมาถึงใจได้  ยังอุตสาห์เผื่อแผ่ความหวังดีในการเป็นจิตอาสาดูแลผู้อื่นอีก  ทั้งฐานะก็ไม่ได้ร่ำรวยบางครั้งป้าก็ยังแบ่งปันให้เพื่อในกลุ่มที่ประสบปัญหา
        ผิดกับนักการเมืองชั่วๆบางคน ฐานะการเป็นอยู่ เรียกว่าทั้งชาติก็กินไม่หมด  ยังอุตสาห์กินบ้านกินเมืองได้อีก  อยากจับมากราบป้าศรีจริง
 
 
       ชลัญธร   ตรียมณีรัตน์
 
 
หมายเลขบันทึก: 506883เขียนเมื่อ 26 ตุลาคม 2012 20:40 น. ()แก้ไขเมื่อ 13 ธันวาคม 2012 18:41 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกันจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (6)

สองประโยคสุดท้าย ขอเพิ่มแผ่เมตตาให้เขาไปเถอะนะครับ.....  (กำลัง promote การแผ่เมตตาอยู่ครับ 555) 

ป้าศรีปัจจุบันนี้หายดีหรือยังครับ ..:)

ขอบคุณท่านBlank แหม!ก็พยายามแผ่เมตตาอยู่หรอก  แต่คันปากชะมัด  ส่วนป้าศรีน่ะ  ยังไม่หายสักโรค  แต่ป้าสู้เต็มที่ กำลังใจดีมาก ค่ะ

  • ชื่นชมทั้งป้าศรี และคุณชลัญธรผู้เล่าเรื่องป้าศรีค่ะ
  • ขอให้คุณงามความดีที่ป้าศรีทำมาและกำลังใจอันดีเยี่ยม เป็นปัจจัยหนุนนำให้ป้าศรีสามารถเอาชนะอุปสรรคทั้งปวงนะคะ

ตามเข้ามาเชียร์และส่งแรงใจให้ป้าศรีนะคะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี