ข้าวและน้ำจากเมล็ดฟักทองเยื่อกลางผลเพื่อสุขภาพ

ได้ไปแวะชมบันทึก แกงฟักทองกระดูกหมู อร่อยๆ ของคุณอักขณิช ก็นึกเสียดายเยื่อกลางผลที่โดนทิ้งไป หลายๆบ้านก็คงทิ้งไป เมื่อก่อนทำอาหารก็ใช้เฉพาะเนื้อ เยื่อกลางผลกับเมล็ดทิ้งหมดเช่นกัน นานๆจะเก็บเมล็ดที่แก่ไว้ คั่วกรอบ หรือให้เพื่อนที่ชอบนำไปคั่วบ้าง เมื่อทราบสรรพคุณ เดี๋ยวนี้ใช้ส่วนเนื้อทำอาหาร ก็จะเก็บ เยื่อกลางผล และเมล็ดไว้ทำน้ำดื่ม หรือหุงข้าว ได้เขียนบันทึก การทำน้ำฟักทอง บำรุงสายตา ฯ และ น้ำมันมะพร้าวเยื่อกลางผลและเมล็ดฟักทอง  ว่างๆเชิญแวะชมได้นะคะ สำหรับบันทึกนี้ นำทำน้ำและหุงข้าวด้วยเยื่อกลางผลและเมล็ดมาฝากค่ะ

 

         เยื่อกลางผลและเมล็ดฟักทอง

 

 

เยื่อกลางผลและเมล็ดฟักทอง

 

 

ถ้าเราปั่นเพื่อใช้หุงข้าวปั่นสดๆที่แกะออกมาจากกลางผลได้เลย ปั่นให้ละเอียดแล้วกรองเพื่อนำส่วนที่ไม่ละเอียดออก ก่อนนำไปใส่ในหม้อหุงข้าว  กรณีไม่มีเครื่องปั่น นำมาตำให้ละเอียดแล้วตักใส่ภาชนะเติมน้ำเท่าปริมาณที่จะใช้หุงข้าวแล้วกรองด้วยกระชอนหรือผ้าข้าวบาง

 

 

น้ำเยื่อกลางผลและเมล็ดที่ปั่นกรองเทใส่ข้าวที่ซาวน้ำแล้ว ใส่น้ำเท่าที่เราหุงข้าวทุกครั้ง

 

 

 ข้าวสุกตามปกติ แต่เราได้สารอาหารที่มีประโยชน์มากขี้น ยิ่งถ้าใช้ข้าวขาวขัดสีจนขาวมากเราแทบไม่ได้สารอาหารที่มีประโยชน์จากเมล็ดข้าว เมื่อเราเพิ่มเยื่อกลางผลและเมล็ดฟักทองหรือสมุนไพรอื่นๆลงไปจะทำให้ข้าวมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่างเพราะว่า สมุนไพรแต่ละชนิดที่เราผสมเป็นน้ำก่อนหุงข้าวนั้นมีสรรพคุณประโยชน์หลายอย่างที่ดีต่อสุขภาพร่างกาย

 

 

ข้าวหากเราใช้ข้าวกล้องสีต่างๆเมล็ดข้าวสุกก็จะไม่ค่อยสวย หากเป็นข้าวสารข้าวขัดสี สีก็จะสวย แต่จะสวยหรือไม่สวย ก็ไม่น่าจะมองมาก ขอให้มีประโยชน์ก็ใช้ได้นะคะ

 

 

เยื่อและเมล็ดฟักทอง หากเรานำมาทำน้ำดื่ม ต้องต้มให้สุกก่อนนำไปปั่น เมื่อเรานำเนื้อไปทำอาหาร แต่ยังไม่ว่างปั่นยังไม่อยากดิ่ม ก็นำเยื่อและเมล็ดแช่เย็นไว้ก่อน หรือต้มให้สุกแล้วแช่เย็นก็ได้ ค่อยนำมาปั่นดื่มวันต่อมาก็ได้นะคะ  จะใส่เกลือหรือน้ำตาลให้มีรสชาติอร่อยขึ้นแล้วแต่ผู้ทำ จะเพิ่มเนื้อฟักทองลงไปบ้างก็ได้เช่นกัน เมื่อปั่นเสร็จแล้ว กรองด้วยกระชอนหรือผ้าขาวบาง นำใส่แก้วถ้ามีมากใส่ขวดแช่เย็น ไว้ดื่มได้ทั้งวัน

 

 

 

น้ำฟักทองสีเหลืองอ่อนหรือเหลืองเข้ม อยู่ที่เยื่อเมล็ดฟักทองของแต่ละพันธุ์ที่เรานำมาทำอาหาร

 

 

 

สรรพคุณประโยชน์ของฟักทองมีประโยชน์ดังนี้

 

 " ฟักทอง"

 

ชื่ออื่นๆ       น้ำเต้า ฟักเขียว  มะน้ำแก้ว มะฟักแก้ว  หมักอื้อ  หมักฟักเหลือง

สารสำคัญที่พบ      สารเบต้า-แคโรทีน ,วิตามินเอ ,แป้ง, ฟอสฟอรัส ,แคลเซียม ,เหล็ก ,

                           สาร CUCURBITINE

 

สรรพคุณ    

            

ราก      ดับพิษไข้   ถอนพิษไข้    บำรุงกำลัง แก้กามตายด้าน   แก้เสมหะ แก้ริดสีดวง

เมล็ด      รสมัน   ขับพยาธิ ขับปัสสาวะ บำรุงร่างกาย  บำรุงไต  ลดความดันโลหิตสูง

เยื่อกลางผล     รสหวานมัน    พอกแก้ฟกช้ำ  แก้ปวดอักเสบ

น้ำมันจากเมล็ด     รสหวานมัน    บำรุงประสาท

เนื้อในผล        บำรุงสายตา พอกแก้แผลไฟไหม้  ขับพยาธิ         

 

วิธีใช้รักษาโรค

 

 1. วิธีใช้     นำเมล็ดฟักทอง มากินเป็นของว่าง

ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา:ต้านเชื้อแบคทีเรีย ต้านเชื้อรา ต้านมะเร็ง ขับปัสสาวะ

 ลดบวม  รักษาแผลในกระเพราะอาหาร 

 

2. วิธีใช้ เมล็ดแห้ง

    นำเมล็ดฟักทองมาคั่ว และลอกเปลือกออก รับประทานแต่เนื้อในเมล็ดป้องกันนิ่วในกระเพราะปัสสาวะ ช่วยลดอาการบวม ปัสสาวะคั่งในต่อมลูกหมากโต 

 

3. วิธีใช้ ผล  ช่วยบำรุงสายตา

    นำฟักทองมาปรุงอาหาร เช่น การผัดไข่ แกงเลียง ฯลฯ

 

เมล็ดฟักทอง  ลดไขมันในเลือดได้

 

ค.ศ. 2006    ประเทศฝรั่งเศส      

ค.ศ. 2008   ประเทศตูนีเซีย      

ค.ศ. 2006   ประเทศจีน

ค.ศ. 2006  ประเทศอินเดีย ทดลอง 2 ครั้ง ลดความดันโลหิตสูง และลดไขมันในเลือด

ค.ศ.1997  และ ค.ศ 2007 ประเทศซาอุดิอาระเบีย

 

ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ 

 สมุนไพรลดความดันโลหิต121 ชนิด , สมุนไพรลดไขมัน 140 ชนิด , สมุนไพรวัยทอง รวบรวมเรียบเรียง โดยเภสัชกรหญิง จุไรรัตน์  เกิดดอนแฝก  เภสัชกร 8 วช.  ศูนย์ บริการสาธารณสุข 53 ทุ่งสองห้อง   กทม. 

 

  ด้วยความปรารถนาดี  กานดา  แสนมณี