ขอบคุณสายฝนที่ตกลงมา ซึ่งนอกเหนือจากการนำความชุ่มชื่นมาฝากแล้วยังทำให้ความไม่ได้ดั่งใจกลายเป็นครูสอนให้ฉันไม่ให้ยึดติดกับสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้มากเกินไปและเปิดใจใช้โอกาสที่มีในการเรียนรู้ทักษะอื่น

อีกวันที่ความตั้งใจที่จะได้ส่องดูนกให้เต็มอิ่มต้องเป็นอันหยุดชะงักลงด้วยสายฝนที่โปรยปรายลงมาตั้งแต่เราไปถึงป่าสงวนพื้นที่ชุ่มน้ำสุไหงบุโล เป็นที่รู้กันดีว่าช่วงปลายปีเป็นฤดูที่นำมาซึ่งทั้งฝูงนกและสายฝน แต่เราก็ยังหวังใจว่าในวันที่เราไปดูนก ฝนจะเป็นใจย้ายไปตกที่อื่นก่อน 

"ลองเดินเข้าไปที่กระท่อมบังไพรก่อนไหม เผื่อว่าฝนจะหยุดตกแล้วเราค่อยออกเดิน" ฉันชวนผู้ร่วมทาง และเมื่อไปถึงกระท่อมหลังน้อยที่เรามักมานั่งหลบมุมอยู่อย่างเงียบๆ ในวันหยุดเฝ้าเพื่อรอฝูงนกที่มาอวดโฉมให้ดู จากละอองฝนก็กลายเป็นเม็ดฝนที่เทลงมาแบบไม่ลืมหูลืมตา

เราจัดการกับแซนวิชพร้อมชามะนาวหวานหอมชื่นใจที่ซื้อติดมือมาเป็นอาหารกลางวันจนเสร็จสรรพ การได้นั่งกินมื้อกลางวันอย่างเรียบง่ายท่ามกลางธรรมชาติและสายฝนพรำ ในสมาคมของคนใกล้เป็นบรรยากาศที่ฉันจะไม่ลืม ว่ากันว่าคนเราชอบเสพติดความทุกข์กันเป็นนิสัย และมักจดจำแต่สิ่งที่เลวร้ายที่เกิดขึ้นมากกว่าสิ่งดีดีที่มีอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ฉันจึงตั้งใจเขียนบันทึกนี้เพื่อจดจำเรื่องราวที่สร้างรอยยิ้มให้ตัวเองไว้

ท่ามกลางสายฝนที่กระหน่ำลงมา ฝูงนกอพยพกลุ่มใหญ่บินมาอยู่ที่เกาะเล็กๆ ใกล้กระท่อมที่บังไพรของเราในระยะถ่ายรูปดูนกได้สบาย แต่ด้วยแสงที่ไม่พอเพียง เราจึงได้เพียงแต่ยืนมอง ชื่นชมความแกร่งกล้าของพวกเขาด้วยสายตาและหัวใจ ในขณะที่เราหลบฝนอยู่ใต้หลังคาเหล่านกทั้งหลายยืนอาจหาญท้าเม็ดฝนอย่างสงบนิ่ง คนตัวใหญ่อย่างเราๆ คงไม่มีเพียงครึ่งของความกล้าที่พวกเขามี

เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง ฝนที่ตกลงมาก็เริ่มซาเม็ด เราก็เตรียมเสื้อกันฝนและร่มออกมาเตรียมจะพากันออกไปเดิน และแล้วสายฝนระลอกสองก็กระหน่ำลงมาอีก คราวนี้เสียงฟ้าคำรณคำรามดังก้องไปทั่วพร้อมสายลมที่พัดเอาละอองฝนสาดเข้ามาในที่บังไพรประปราย

เห็นจะต้องติดอยู่ที่นี่อีกนานฉันคิด แต่อย่างน้อยเราก็อยู่ในร่มหลังคาอันแข็งแกร่ง นึกไปถึงคนดูนกอื่นๆ ไม่รู้จะมีใครติดฝนอยู่ในที่บังไพรเล็กๆ บ้าง เพราะฝนที่ตกหนักเช่นนี้เขาคงเปียกปอนกันน่าดูชม กระท่อมเล็กๆ ดูมีคุณค่าขึ้นมามากมายเมื่อฝนตก และในยามที่อากาศสดใสเราคงมองผ่านกระท่อมนี้ไปอย่างไม่ค่อยแยแส คนเราจะรู้คุณค่าของสิ่งธรรมดาๆ ที่มีก็ต่อเมื่อในยามที่เราพบเจอความไม่สบายกายไม่สบายใจทั้งหลายนั่นแหละ

...

...

เราเลือกมุมส่วนตัวแล้วนอนลงบนที่นั่งยาว เอนหลังนอนฟังเสียงฝนกระทบหลังคาเบาบ้างแรงบ้างตามกำลังลม รวมไปถึงเสียงฟ้าครางเป็นระยะๆ รู้สึกผ่อนคลายเหลือเกิน ฉันอยากนอนฟังเสียงฝนกระทบหลังคาแบบนี้ทุกคืนในยามฝนตกเหมือนตอนเป็นเด็ก และก็นานมากแล้วที่ไม่ได้กลิ่นไอดินยามฝนโปรย และนั่นก็เป็นเพราะความด้อยโอกาสของคนเมืองที่ยอมจำนนกับความศิวิไลซ์และฝังตัวอยู่ในป่าคอนกรีต ฉันงีบหลับไปในบรรยากาศนั้นเกือบชั่วโมง กว่าจะมารู้สึกตัวอีกทีฝนก็กำลังจะหยุดตกแต่ท้องฟ้ายังคงมืดครึ้ม และทั่วบริเวณก็อึมครึมเหมือนตอนหัวค่ำยังไงยังงั้น

บ่ายวันนี้เป็นเวลาที่น้ำหนุนขึ้นสูงกว่าทุกวันที่ผ่านมา และคงเพราะน้ำฝนที่ตกลงมาเพิ่ม ปลาที่อยู่ในน้ำจึงกระโดดขึ้นมาท้าทายลมและฝนที่ยังคงโปรยปรายอยู่ บ้างก็บอกว่าสาเหตุที่ปลากระโดดนั้นเป็นเพราะการหนีผู้ล่าที่อยู่ในน้ำ บ้างก็ว่าปลากระโดดเพื่อรับออกซิเจนในอากาศยามที่ออกซิเจนในน้ำมีน้อย บ้างก็ว่าปลากระโดดเพื่อกินแมลงที่บินอยู่เหนือน้ำ ทุกครั้งที่เห็นปลากระโดดฉันนึกไปถึงสำนวนไทยที่ว่า ปลากระดี่ได้น้ำ ปลาที่อยู่ในน้ำคงตื่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพของน้ำที่มันอยู่ อาจเป็นเพราะอุณหภูมิ หรือสภาพของน้ำเป็นต้น

"วันนี้คงจับภาพนกได้ลำบาก เราลองถ่ายภาพปลากระโดดกันไหม" คนข้างกายชวน ฉันพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย แต่ทว่ากว่าจะได้รูปปลากระบอกที่กระโดดโผล่พ้นผิวน้ำนั้นไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเพราะนานๆ ทีปลาจึงจะกระโดดสักครั้ง แสง สมาธิ จังหวะจึงต้องพร้อม ตาและใจจะต้องจดจ่ออยู่ที่ผิวน้ำตลอดเวลาและไม่วอกแวก เพราะไม่มีสัญญาณใดที่จะแสดงให้เห็นว่าปลาจะกระโดดเลย

ฉันนึกถึงใจที่มีสมาธิในขณะที่พยายามจับภาพปลากระโดด มันคงไม่ต่างไปจากการยิงธนู ในอินเดียสมัยก่อนจะมีปรมาจารย์ในบางสำนักที่เปิดสอนลูกศิษย์ให้เก่งกาจในศาสตร์นี้ อาจารย์ท่านหนึ่งใช้นกที่ทำจากไม้ตัวเล็กๆ เป็นเป้ายิงและบอกให้ลูกศิษย์เล็งไปที่ดวงตาของนก

ลูกศิษย์คนแรกเดินเข้ามาแล้วยกธนูขึ้นเล็ง อาจารย์ขอให้เขาอธิบายในสิ่งที่เห็น ลูกศิษย์คนนั้นตอบว่า "ผมเห็นต้นไม้ กิ่งไม้ ใบไม้ ท้องฟ้า นกและตาของนก" อาจารย์บอกให้ลูกศิษย์คนนั้นให้หยุดก่อนแล้วออกไปยืนรอข้างๆ

แล้วนักเรียนคนที่สองก็ถูกเรียกเข้ามา เขายกธนูขึ้นเล็งไปที่นก อาจารย์ก็ถามนักเรียนด้วยคำถามเดียวกัน นักเรียนคนที่สองตอบว่า "ผมเห็นแต่ดวงตาของนก" อาจารย์กล่าวกับลูกศิษย์ว่า "ดีมาก...ปล่อยลูกศรได้เลย" แล้วลูกศรก็ตรงดิ่งไปที่ตาของนกจริงๆ 

หากใจไม่จดจ่อกับเป้าหมายเราก็อาจยิงพลาดได้ ถึงแม้มันจะไม่ง่ายนักแต่ก็เป็นทักษะที่เราเรียนรู้ได้ในการทำงานและการดำเนินชีวิต วันนั้นสายตาเราคงมองหาแต่ปลาเหมือนนักเรียนที่มองหาแต่ตานกนั่นหล่ะ

แม้ไม่ได้ไปถ่ายรูปนกดังที่วาดหวังเอาไว้เพราะสายฝนที่กระหน่ำลงมา แต่สายฝนก็มิได้ทำให้บ่ายวันนั้นเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ ฉันได้พักผ่อนอย่างเต็มที่และได้ฝึกการจดจ่อและการมีสมาธิในช่วงที่ถ่ายรูปปลากระโดด เป็นความท้าทายอีกรูปแบบหนึ่ง...

ขอบคุณสายฝนที่ตกลงมา ซึ่งนอกเหนือจากการนำความชุ่มชื่นมาฝากแล้วยังทำให้ความไม่ได้ดั่งใจกลายเป็นครูสอนให้ฉันไม่ให้ยึดติดกับสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้มากเกินไปและเปิดใจใช้โอกาสที่มีในการเรียนรู้ทักษะอื่น

นำภาพที่ได้จากความพร้อมจาก focus และ concentration มาฝากเป็นกำลังใจในการทำงานวันนี้ ไม่ว่าจะทำงานอยู่ที่ไหนๆ ในโลกนี้ ทักษะนี้ใช้ได้ผลเสมอค่ะ

...

...


...

...

...

 

 

ยิ่งรู้จักยิ่งรักเธอ (เปียโน)

http://www.youtube.com/watch?v=TG_1icEPzbk