แม่ครับ ผมรักแม่นะคัรบ

เรื่องเล่าประทับใจจากการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย

เรื่อง  “แม่ครับ ผมรักแม่นะครับ”

สมยศ เหลืองศรีสกุล เวชกรรมสังคม

                ครอบครัวของแม่มีลูก 9 คน แม่อายุ 72 ปีแล้ว แม้จะมีอายุมากแล้ว แต่แม่ก็ดูแลสุขภาพเป็นอย่างดี มีคนพูดว่าแม่โชคดีที่มีลูกคอยดูแล แม่ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงมา 10 กว่าปีแล้ว ลูกจะคอยดูแลเรื่องการกินยาของแม่ทุกวัน ตลอดจนการไปพบแพทย์ตามนัด บางวันที่ลูกรีบเร่งไปทำงาน แม่ก็จะคอยเตือนว่า ยังไม่ได้จัดยาให้แม่เลย แสดงว่าแม่ก็ห่วงใยสุขภาพตัวเองเสมอ ครอบครัวเราก็เป็นเช่นคนทำงานทั่วไป เช้าก็ไปทำงานกันหมด ปล่อยให้แม่อยู่บ้านคนเดียว พอบ่ายแม่จะรีบไปตลาด เพื่อซื้อกับข้าวมาเตรียมทำให้ลูกและหลานที่จะกลับจากโรงเรียนได้รับประทานอาหารร้อนๆ และฝีมือของแม่ ทุกๆ เย็น ครอบครัวแม่จะพรั่งพร้อมด้วยลูกๆ หลานๆ พร้อมหน้าพร้อมตา รับประทานอาหารกัน ดูทีวีไป คุยกัน แม้จะมีเรื่องทะเลาะกันมั่ง แต่นี่ก็คือบ้านของคนปกติทั่วไป จนค่ำแล้วก็จะแยกย้ายกลับบ้านแต่ละคน

                แม่เริ่มป่วยหลังจากลื่นล้มหน้าบ้าน หมอบอกว่ากระดูกสันหลังแตกไป 1 ข้อ จึงต้องกินยากระดูกเพิ่มขึ้น ผมรู้สึกว่าแม่เดินแล้วเหมือนขาไม่มีแรง ล้มบ่อย แต่แม่ก็ไม่ปริปากพูด พี่สาวที่เป็นพยาบาลเลยเอาตัวแม่ไปนอนแอดมิทที่ตึกกระดูก แม่เริ่มมีอาการพูดไม่รู้เรื่อง สับสน และไม่รู้สึกตัว จึงได้ส่งตัวไปรับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลพุทธชินราชพิษณุโลก และได้รับการผ่าตัดเพื่อนำเลือดที่ออกในสมองออก หลังผ่าตัดแม่รู้สึกตัวดี มีกำลังใจดี ลูกๆ คอยดูแลตลอด โดยเฉพาะลูกชายคนโปรดที่เป็นหมอฟันอยู่กรุงเทพฯลางานมาคอยดูแล

                เมื่อแม่กลับมารักษาต่อที่โรงพยาบาลพิจิตร โรคหัวใจของแม่กำเริบขึ้น จึงต้องไปนอนอยู่ห้องไอซียู หัวหน้าพยาบาลไอซียูแจ้งว่าแม่อายุมากขนาดนี้และป่วยหลายโรค ทั้งความดันโลหิตสูง เลือดออกในสมอง โรคหัวใจ และไตวายระยะสุดท้าย และยังต้องกินยาละลายลิ่มเลือดอีก ลูกๆ ต้องทำใจไว้ แม่หัวใจหยุดเต้นไป 2 ครั้ง แต่แม่ก็ยังมีความต้องการที่จะอยู่กับลูกๆ แม้ว่าจะเจ็บปวดทรมาน เนื่องจากต้องใส่เครื่องช่วยหายใจตลอด ปัสสาวะก็ต้องคาสายยางไว้ อาหารก็กินไม่ได้ต้องให้ทางสายยาง เป็นนมชนิดพิเศษที่ต้องสั่งซื้อจากกรุงเทพฯ แถมมีอาการท้องเสียเนื่องจากระบบย่อยอาหารไม่ค่อยทำงานแล้ว มีไข้ตลอดเนื่องจากติดเชื้อในกระแสเลือด และปอดอักเสบ

                เมื่อแม่ได้ย้ายมาอยู่แผนอายุรกรรมหญิง 2 สิ่งที่ลูกๆ ต้องทำคือการทำอะไรก็ได้ เพื่อให้เราจะได้มาเจอแม่ของเราทุกเช้า เราต้องดูแลแม่ของเราทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อให้แม่สุขสบาย นอกจากนั้นเรายังต้องดูแลกันและกัน เพื่อไม่ให้พี่น้องล้มป่วยไปเพราะความเครียดความทุกข์ระทม ผมและพี่ๆ ได้ไปทำบุญสะเดาะห์เคราะห์ให้แก่แม่ ทั้งปล่อยปลา ปล่อยโค นิมนต์พระมาทำสังฆทานให้แม่ที่เตียง จัดสร้างพระพุทธรูปถวายวัดบึงสีไฟ จัดทำหนังสือสวดมนต์แจกแก่ญาติผู้ป่วยที่ห้องไอซียูและส่งให้ทุกโรงพยาบาลชุมชนในจังหวัดพิจิตร ทุกๆ คืนพวกเราจะร่วมกันสวดมนต์ข้างเตียงเพื่อให้แม่ฟังและสวดตามในใจ เพื่อให้จิตใจของแม่สงบ และจิตใจของลูกๆ ก็สบายคลายความเครียด นอกจากนั้นตัวผมยังได้ลาสิกขาบทเพื่อบวชพระภิกษุ กลางวันมาปฏิบัติดูแลแม่ กลางคืนและเช้าก็ไปปฏิบัติกิจสงฆ์ตามปกติ เพื่อให้อานิสงผลบุญแก่แม่ ผมยอมทำทุกอย่างโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ

                ลูกๆ ผลัดกันอยู่ดูแลแม่ทั้งกลางวันและกลางคืน เราต้องคอยเช็ดตัวลดไข้ให้แม่ตลอด เนื่องจากแม่มีไข้บ่อยมาก แถมมีแผลกดทับที่ก้นกบ ต้องดูแลแผลไม่ให้เปื้อนสกปรกจากการถ่ายอุจจาระเนื่องจากท้องเสียของแม่ ทีมพยาบาลของแผนกอายุรกรรมหญิง 2 ให้การดูแลพยาบาลแม่เป็นอย่างดี ไม่ใช่เพียงเพราะแม่ผมเป็นแม่ของเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลเดียวกัน แต่ทีมพยาบาลได้ปฏิบัติงานอย่างมืออาชีพเหมือนกันทุกๆ เตียง ดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดีทุกๆ เวร ทั้งกลางวันและกลางคืน แม้ว่าอากาศในช่วงนั้นจะร้อนระอุมาก ทีมพยาบาลก็ยิ้มแย้มแจ่มใสพูดจาทักทายกับคนไข้และญาติๆ ด้วยถ้อยคำที่เป็นมิตรไมตรี ให้กำลังใจและให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์แก่ญาติเสมอ

                ในวันสุดท้ายที่แม่จะจากพวกเราไป ปัสสาวะของแม่ไม่ออกมา 2 วันแล้ว เวลา 5 โมงเย็นเป็นเวรผมได้อยู่ดูแลแม่ ผมสังเกตว่าความดันโลหิตของแม่ลดลงเรื่อยๆ และแจ้งกับทีมพยาบาลแล้ว ขอให้แม่จากไปอย่างสงบ ไม่อยากให้แม่เจ็บปวดจากการช่วยปั๊มหัวใจอีกแล้ว ลูกๆ และหลานๆ ทุกคนรีบมาพบแม่เป็นครั้งสุดท้าย เราทุกคนยืนล้อมเตียงแม่ และสวดมนต์ให้แก่แม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แม่ระลึกถึงคุณพระศรีรัตนตรัย และเป็นเครื่องนำทางแม่ไปสู่สุคติ

                แม้ว่าแม่จะจากลูกไปแล้ว แต่เราจากกันแต่เพียงร่างกาย ทุกเช้าผมยังตื่นแต่เช้าเพื่อทำบุญโดยนำอาหารไปใส่บาตรพระ ลูกๆ ทุกคนร่วมกับบริจาคทรัพย์เพื่อซื้อโลงเย็นและซ่อมแซมอาคารต่างๆ ของวัดบึงสีไฟ เราหวังว่าบุญกุศลที่เราสร้างจะส่งผลถึงแม่ ให้แม่ได้ไปสู่สุคติและไปสู่ภพชาติใหม่ที่ดี

                ตลอดเวลา 7 เดือนนับตั้งแต่แม่เริ่มล้มป่วย เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของพวกเรา เป็นเวลาที่ล้ำค่าที่แม่ได้มอบแก่ทุกๆ คน เพื่อลูกจะได้ผลัดกันดูแลและปรนนิบัติแม่เป็นอย่างดีเท่าที่เราจะสามารถจะทำได้ แม้ว่าเราจะเหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้าและอ่อนเพลียสักเพียงใด หัวใจของลูกก็ยังสู้เสมอ เพื่อแม่ของเราคนเดียวเท่านั้น เราได้ตอบแทนค่าน้ำนมของแม่ที่เราได้ดูดดื่มมาแต่ยังเล็กๆ จนเติบโตเจริญก้าวหน้ากันจนทุกวันนี้ แม้ว่าจะได้เพียงเศษเสี้ยวของค่าน้ำนมแม่ แต่เราก็ภูมิใจ ผมอยากจะบอกว่า ผมภูมิใจที่เกิดเป็นลูกแม่ และผมรักแม่นะครับ