Engagement เป็นเรื่องใหญ่ของมหาวิทยาลัย

บทความของอาจารย์วิจารณ์ พานิช เป็นบทความที่มีคุณค่ากับประเทศไทยเป็นอย่างมาก ท่านได้ค้นคว้าและนำมาเสนอแนะในแนวความคิดของท่าน  ผมเห็นว่าแนวคิดของท่าน ดีและสามารถนำไปปฎิบัติได้ ผมเชื่อว่ามีหน่วยงานหลายแห่งได้มีแนวความคิดคล้ายๆกับของอาจารย์วิจารณ์และมีการดำเนินการไปบ้างแล้ว ทั้งที่เห็นผลเป็นรูปธรรมแล้ว และที่เพิ่งเริ่มดำเนินการ 

ผมมีโอกาสเข้าร่วมสัมมนาและมีโอกาสเข้าร่วมประชุมบ่อยๆ จึงทำให้ทราบว่าประเทศไทยเรามีคนเก่งๆ มีความสามารถและได้ทำงานเพื่อสังคมและประเทศชาติเป็นจำนวนมาก แต่ผลงานของท่านเหล่านี้ไม่ค่อยปรากฎเป็นสื่อ

เมื่อ 2 วันก่อนผมได้เข้าร่วมงานเสวนานวัตกรรม "Globalizing Thailand through Innovation" จัดโดย บัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ร่วมกับ สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย เป็นกิจกรรมที่ดีมากครับ ทำให้ผมมีความหวังกับภาคสถาบันการศึกษา และเห็นว่าเป็นตัวอย่างหนึ่งในมหาวิทยาลัยในด้าน Industry Engagement

ผมเห็นด้วยกับแนวคิดของอาจารย์วิจารณ์ พานิช (บทความด้านล่าง) โดยเฉพาะความเห็นย่อหน้าสุดท้ายของบทความ หวังว่าความคิดดีๆของอาจารย์จะได้รับการนำไปคิดและหาทางปฎิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรมจากผู้บริหารมหาวิทยาลัย หรือจากหน่วยงานที่ดูแลมหาวิทยาลัย ในประเทศไทย

 

บทความอาจารย์ วิจารณ์ พานิช

มหาวิทยาลัยไม่ว่าในประเทศใด มีจุดแข็งและจุดอ่อนอยู่ที่วิชาการ    เรามุ่งสร้างสรรค์วิชาการ  ต้องการสมาธิแน่วแน่อยู่กับการสร้างสรรค์และถ่ายทอดความรู้    ความรู้จริงรู้ลึกรู้เชื่อมโยงคือจุดแข็งของเรา    แต่ความเข้มแข็งทางวิชาการนั้นเองกลายเป็นจุดอ่อน   เพราะเรามุ่งอยู่เฉพาะที่วิชาความรู้ ไม่เชื่อมโยงกับสังคม    มหาวิทยาลัยทั่วโลกจึงมีความเสี่ยงที่ความห่างเหินกับสังคม หรือชีวิตจริงของผู้คน

          ผมเดาว่า นี่คือที่มาของการก่อตั้ง Engagement Australiaซึ่งตั้งขึ้นมาทำหน้าที่ส่งเสริมความเชื่อมโยงระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชน (community engagement)    เป็นองค์กรที่สมาชิกจ่ายค่าสมาชิกรายปี   มีมหาวิทยาลัยออสเตรเลีย ๒๕ แห่งเป็นสมาชิก   จากจำนวนมหาวิทยาลัยทั้งประเทศ ๓๙ แห่ง    

          ลองอ่าน Charter ของ Engagement Australia ที่นี่   จะเห็นว่าเขามีวัตถุประสงค์กว้างขวาง    โดยเฉพาะหลักการของ engagement 9 ข้อที่ระบุไว้    มหาวิทยาลัยไทยน่าจะได้ทำความเข้าใจ และปรับใช้กับสถานการณ์ไทย

          ผมได้บันทึกการค้น อินเทอร์เน็ต ทำความเข้าใจเรื่องความเชื่อมโยงระหว่างมหาวิทยาลัยกับสังคมไว้ในบันทึกชุดเรียนรู้อุดมศึกษาออสเตรเลียตอนที่ ๑ ที่นี่   และเมื่อได้คุยกับ Dr. Diana Whittonแห่ง University of Western Sydneyซึ่งเป็น Chair of the Scholarship Committeeก็รู้สึกว่า Engagement Australia ไม่แข็งแรงนัก   และทำงานเน้น community engagement เป็นหลัก    ผมได้ถามว่า เขา engage กับ industry ได้แค่ไหน   เขาบอกว่า ทางภาคอุตสาหกรรมไม่สนใจ

          ที่มหาวิทยาลัย โวลล็องก็อง เขาพูดเรื่อง community engagement ว่า เขาตีความคำว่า community กว้าง    หมายถึงทั้ง local community, national community, ไปจนถึง global community   เขาจึงมีวิทยาเขตที่นครดูไบ

          อย่างไรก็ตาม ผมมีความเห็นว่า เรื่อง engagement เป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับมหาวิทยาลัย    ที่จะต้องเอาใจใส่สร้างพลัง engagement ในหลายมิติ   ทั้ง student engagement, staff engagement, community engagement, และ industry engagement    แต่ละมหาวิทยาลัยต้องศึกษาตีความคำว่า engagement เอาเอง   เพื่อหาทางใช้พลังของมัน เพื่อการดำรงอยู่อย่างมีคุณค่าของมหาวิทยาลัย

 

 

วิจารณ์ พานิช

๑๑ ก.ย. ๕๕  ปรับปรุง ๒๖ ก.ย. ๕๕