บทความเรื่องTowards a Cognitive and Neurobiological Model of Motivated Forgettingเขียนโดย  Michael C. Anderson and Ean Huddleston แห่งมหาวิทยาลัย อ็อกซฟอร์ด บอกว่าคนเรามีมายาคติต่อการลืม   มองการลืมเฉพาะด้านลบ   จริงๆ แล้วมันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต หรือเป็นธรรมชาติ   คือมีทั้งคุณและโทษ    ผู้เขียนบอกว่า แรงบันดาลใจมีผลต่อการลืมหรือการจำเรื่องใดเรื่องหนึ่ง

 

          วิชาจิตวิทยาเบื้องต้นบอกเราว่า   มนุษย์เรามีสิ่งที่เรียกว่า “กลไกทางใจ” (mental mechanism)   ที่จะช่วยให้เราเอาชีวิตรอดจากแรงบีบคั้นที่เราทนไม่ไหวสมองมนุษย์เก่งมากที่จะช่วยเอาชีวิตรอดไว้ก่อนด้วยการ “ตัดสายส่ง” เรื่องราวที่เป็นแรงบีบคั้นนั้นสมองจึงไม่ต้องรับรู้สิ่งนั้นอีกต่อไปแม้สิ่งนั้นจะยังดำรงอยู่คือมีก็เหมือนไม่มีสำหรับตัวเรานี่คือคำอธิบายว่าทำไมคนที่มีอุดมการณ์แรงกล้าแตกต่างกันประสบเหตุการณ์เดียวกันจึงเล่าเรื่องนั้นต่างกันราวขาวกับดำเพราะกลไกรับรู้ของเขาเลือกรับรู้เฉพาะส่วนที่ “ถูกใจ” เท่าน้น

 

          แต่บทความนี้สนใจมากกว่าการรับรู้คือสนใจที่ความจำและจริงๆแล้วสนใจด้านตรงช้ามกับความจำคือการลืมมนุษย์เราทำอย่างไรจึงจะลืมประสบการณ์อันขมขื่นปวดร้าวได้

 

          ผมเดาว่าเรื่องนี้เริ่มจากคนที่ชีวิตโชคร้ายมีประสบการณ์ชีวิตตอนเป็นเด็กที่โหดร้ายก่อบาดแผลทางใจที่บาดลึกเป็นแผลเรื้อรังที่เจ้าตัวต้องการลืมต้องการให้บาดแผลนั้นจบสิ้นไปแต่ลืมไม่ลงสักทีนักจิตบำบัดจะช่วยได้อย่างไรมีความรู้อะไรที่จะช่วยนักจิตบำบัด

 

          จึงมีการค้นคว้าหาวิธีลืมสิ่งที่เป็นพิษทางใจโจทย์ทางวิชาการคือTrauma and Cognitive Scienceที่มีการเขียนเป็นหนังสือ  

 

          บทความที่อ้างไว้ตอนต้นบันทึก ยืดยาวและมีรายละเอียดมาก   เกินกำลังที่ผมจะศึกษาโดยละเอียด   แต่พอจะสรุปได้ว่า จิตมนุษย์มีธรรมชาติแสวงหาความสุขความพอใจ   สิ่งใดที่จะมารบกวนความสุขทางใจมนุษย์เราก็จะหาทางลืมมันหรือปิดสวิตช์เส้นทางข้อมูลที่จะมาสู่ห้วงคิดกลไกการลืมจึงน่าจะมีได้หลากหลายกลไก   การปิดเส้นทางไหลของข้อมูลข่าวสารที่รู้ว่าก่อความทุกข์ไปยังกลไกการรับรู้เป็นเพียงกลไกหนึ่ง ในหลากหลายกลไก

 

 

วิจารณ์ พานิช

๒๐ ก.ย. ๕๕