ไม่น่าเชื่อว่าฝรั่งนั้นพิถีพิถันกว่าไทยเราสิบเท่าในเรื่องอาหารการกิน เช่น เวลาเราเข้าไปกินเสต็กในร้าน แม้จะเป็นร้านชั้นล่างๆ เขาจะใส่ใจถามเราว่า จะเอามันฝรั่งแบบไหน เผา ทอด หรือ บด .....ส่วนไทยเราเวลาไปกินข้าวแม้ในภัตตาคารหรู มันไม่เคยถามเราสักคำว่าชอบข้าวแบบไหน ขาว หรือ กล้อง แข็งหรือนิ่ม มะลิ หรือ ขาวตาแห้ง เจ้าของร้านเขาชอบแบบไหนเราก็ต้องกินแบบนั้น
ยิ่งเสต็กยิ่งแล้วใหญ่ ภ.ไทยไม่เคยถามเราว่าจะเอาสุกดิบขนาดไหน แต่ฝรั่งถามเราหมด
แม้แต่ผักนึ่งที่จะกินกับสเต็ก ฝรั่งก็ถาม ส่วนใหญ่ผมเลือก บร็อคคอลลี่ และหน่อไม้ฝรั่ง หาไม่ก็ฮาร์วาร์ดบีท อาร์ติโฉก แครอท สปริงบีน ส่วนไทยมันมีแต่แครอท ถั่วฝักยาวเป็นหลัก ห้ามขออะไรนอกไปจากนี้
น้ำสลัดไทยมันก็ยัดเยียดให้เราตามที่มันชอบ ข้นขาวหวานแสบไส้เหมือนกันหมด ส่วนฝรั่งถามหมดว่าจะเลือกอะไร มีให้เลือกสิบอย่างอีกต่างหาก (ตั้งแต่หรั่งเศส อิตาเลียน เมกัน รัสเซีย ยันกรีก แต่ที่ผมชอบมากที่สุดคือ เธาแซนด์ และ บลูชีส)
อาหารเช้าฝรั่่่่่่่่่่งก็ถามเราว่าไข่จะทอดแบบไหน ซันนี้อัพหรือดาวน์ หนมปังจะเอาโรล หรือ บัน อิงลิชมัฟฟิน หรือ โทสต์ ซุปแบบไหน กาแฟแบบไหน เขาใส่ใจมากจริงๆ ต้องการให้ถูกใจเรา
ตอนจ่ายเงิน ไทยเราก็เสียมารยาท ยืนกดดันรอรับทิป ส่วนฝรั่งเขาวางบิลแล้วเดินหนีไป ไม่มากดดันเราหรอกว่าจะให้ทิปเท่าไหร่
เมื่อก่อนเคยคิดว่าคนไทยพิถีพิถันเรื่องอาหารและบริการ แต่วันนี้คิดใหม่แล้ว
...คนถางทาง (๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๕)
เวลากินสเต็กในบ้านเราผมจะสั่งข้าวเปล่าหนึ่งจานด้วยเสมอครับ ผมมองว่ามันคือหมูย่างครับ แต่หลายวันก่อนไปกินสเต็กที่ร้านฝรั่งตกยาก (เลยมาเปิดร้านอาหารที่สงขลา) รู้สึกว่าได้ความเป็นสเต็กมากขึ้นและความเป็นหมูย่างน้อยลงครับ
ทำให้นึกถึงโรงอาหารที่ UMBC มีช่องอาหารจีนด้วย เขาตักข้าวสวยใส่หลุม วางขนมปังให้หนึ่งชิ้น แล้วถามว่าอีกสองหลุมจะเอาอะไรตามในถาดที่เรียงกันในตู้ ผมดูยังไงก็ไม่ใช่อาหารเอเซีย อ้อ... คนขายเป็นคนผิวดำอีกต่างหากครับ
อืมม... เขียนๆ แล้วชักอยากกิน orange chicken หรือ General Tso's beef "อาหารฝรั่ง" อย่างนี้หากินในเอเซียไม่ได้ (ฮา)
orange chicken ประมาณว่าไก่ทอดเป็นชิ้่นๆ แล้วราดด้วยซอสเหนียว สีส้ม ใช่ไหมครับ ผมเองก็ทานบ่อย ตอนทำงานนาสา .....อาหารกลาวันประจำของผมคือ
ข้าวตับไ่ก่ (เอาข้าวมาใ่ส่จาน ตับไก่ทอดสาดลงไป ราดน้ำเกรวี่ ) สลัดผลไม้ cottage cheese salad (ชีสขาวเป็นเม็ดๆ เหมือนดินสอพอง) corn bread (ขนมปังทำจากแป้งข้าวโพด ไม่ค่อยหร่อย แ่ต่แน่ท้องดี) hush puppy (ข้าวโพดปั้นทอด) ข้าวโพดผัดเนย Dirty rice (ข้าวนึ่งผสมแบบเปรอะๆ มีข้าวขาว ข้าวwide rice ถั่ว มะเขือเทศ)
Grilled half chicken (วันที่หิวมากๆ)
roasted baby potatoes Chef's salad (เป็นกาละมัง)
ถั่ว snap bean อบเนย และเบคอน บรอคคอลลี่นึ่ง (มีเท่านี้จริงๆ แต่หอมอร่อยมาก เขานึ่งได้เก่งจริง)
mashed potatoe (มันฝรั่งบด อบกับเนย) มันฝรั่งเผา (่ผ่าซีกแล้วยัดครีมเปรี้ยวลงไป) bacon sandwich (ชอบอะไรที่แห้งๆ)
rice chow mien (ข้าวราด จับฉ่าย)
ซุบต่าง ๆ ของโปรดคือ New england clam chowder (มีหอย ผัก และมะเขือเทศ ในน้ำข้น) และ french cream soup ลาซังย่า Quiche อ่อมเล็ด (ไม่ใช่แกงอ่อมนะ)
ช่วงคริสต์มัส ทำทำงานเก่าผม เขามักมีเมนูเอาใจแขก เช่น ไก่งวง Roasted Cornish hen (ไก่เล็ก) Fish fillet beef stew
วันนี้ไม่รู้เป็นไร คิดถึง โรงอาหารนาสามากๆ ที่เคยกินมาเป็นสิบปี .........มันอร่อยมาก สะอาด ราคาถูกอีกต่างหาก ส่วนโรงอาหารไทยเรา แม้รสถูกปากเราแท้ๆ แต่กลับไม่ค่อยอร่อย เพราะทำกันแบบไร้มาตรฐาน แถมสกป. ก็ยิ่งทำให้ความอยากอาหารลดลงได้มาก
Older Thai foods were/(some still are) really medicines - rudimentary but sustaining. Now Thai foods are/may be really "junk" - loaded with sugar, fat, salt and msg (and preservatives and chemicals).
Food need to be "nutritious/healthy/real" food again. The art of cooking Thai food is dying. While the art of making junk food is growing.
The life and health of Thais are at great risk by this "food corruption" (substitute "good" with "bad/cheap/bulk" ingredients, packaged in plastic, on display for months,...)
Sigh!
จริงครับท่าน sr มันหนีไปไหนไม่ได้เสียด้วย ผมเนี่ยโชคดีที่ sensitive ต่อสารพิษมาก ร้านไหนใส่เคมี ชูรส ผมจะรู้ทันที เพราะออกอาการเร็วมาก ทำให้ผมไม่กลับไปกินอีกเลย
วันนี้บ่อยครั้งผมซื้อผักจาก ม. (อ้างว่าไม่มีสาร) มาหั่นใส่โจ๊กถุงกินกันตาย โจ๊กบางยี่ห้อ ดีกว่ายี่ห้อื่นมากๆ ผมกินแล้วรู้ได้ทันที (ไม่ใช่อร่อยกว่านะครับ แต่สารพิษน้อยกว่า)