- ธาตุหมวด 4 (ต่อ)
- สนธิ น
1. ธาตุหมวด 4
ธาตุหมวด 4 ยังไม่จบ หมวดนี้ปกติ ลง ปัจจัย ย (ya) ซึ่งไม่มีเสียงเน้น เสียงเน้นจึงไปตกที่สระต้นธาตุ หรือสระตัวแรกของธาตุ) และยังมีกรณีแจกรูปพิเศษ ต้องจำเป็นตัวๆ ไป ดังกล่าวมาบ้างแล้ว ต่อไปมีกรณีพิเศษเพิ่ม
1) ธาตุหมวด 4 ที่ลงท้ายเสียง อมฺ หรือ อทฺ จะยืดเสียงอะเป็นอา ก่อนลงปัจจัยประจำหมวดธาตุ (ย) เช่น
√ตมฺ ตามฺ => ตามฺ+ย => ตามฺย + ติ = ตามฺยติ
√ภฺรมฺ ภฺรามฺยติ (ธาตุตัวนี้อาจแจกตามหมวด 1 เป็น ภฺรมติ ก็ได้)
√มทฺ มาทฺยติ
√กฺรมฺ กฺรามฺยติ, ธาตุตัวนี้ นักไวยากรณ์อินเดียว่าอยู่หมวด 4 แต่ส่วนมากจะแจกในหมวด 1 เป็น กฺรามติ
√จมฺ จามฺติ, ธาตุตัวนี้ เป็นหมวด 1 แต่ยืดเสียง จมฺ เป็น จามฺ เหมือนหมวด 4, และใช้กับอุปสรรค อา เท่านั้น ได้เป็น อาจามติ
2) ธาตุบางตัวในหมวด 4 นักไวยากรณ์ตะวันตกว่า ลงท้ายสระอา แต่นักไวยากรณ์อินเดียว่า ลงท้ายสระโอ แจกรูปพิเศษ คือ หดเสียงสระออกให้หมด จึงลงปัจจัย ยะ แต่เป็นตัวที่มีเสียงเน้น (yá) เสียงเน้นจึงอยู่ที่ ยะ (บางตำราอธิบายไปอย่างอื่นก็มี) เช่น ทา (da)/ โท (do) > ทฺ (d) >ทฺย > ทฺยติ (เขาให้)
3) √วฺยธฺ ก่อนลงปัจจัยประจำหมวดธาตุ ให้หดเสียง เป็น วิธฺ ก่อน, วิธฺ+ย = วิธฺย > วิธฺยติ
2 สนธิ น
1) นฺ (n) เปลี่ยนเป็น ญฺ (ñ), เมื่ออยู่หน้า ชฺ และ ศฺ (ดูให้ละเอียด เพราะพบบ่อย)
ตานฺ ชนานฺ > ตาญฺชนานฺ
ตานฺ ศตฺรูนฺ > ตาญฺศตฺรูนฺ (แต่เมื่อ ศฺ อยู่ข้างหลัง ญ, เปลี่ยน ศ เป็น ฉ)
ตานฺ ศตฺรูนฺ > ตาญฺศตฺรูนฺ > ตาญฺฉตฺรูนฺ
2) นฺ เปลี่ยนเป็น ลฺ เมื่ออยู่หน้า ลฺ และลงเสียงนาสิกที่ ล ด้วย (เขียนเครื่องหมายจันทรพินทุบนตัวลนั้น ) เช่น
ตานฺ โลกานฺ > ตาลฺโลกานฺ (तान् लोकान् > तालँ लोकान्)
หรือเปลี่ยน นฺ นั้นเป็นอนุสวารก็ได้ เช่น
ตานฺ โลกานฺ > ตำ โลกานฺ (तान् लोकान् > तां लोकान्)
3) นฺ (n) ตามด้วย พยัญชนะเสียงไม่ก้องและพยัญชนะนาสิก ในวรรค จ, ฏ, ต, ให้เปลี่ยน นฺ เป็นอนุสวาร แล้วแทรกเสียง ศฺ, ษฺ, ส ตามวรรค ดังนี้ (ที่พบบ่อยคือ นฺ เมื่ออยู่หน้า จฺ และ ตฺ)
|
|
ตามด้วย |
เสียงที่แทรก |
|
นฺ |
จ ฉ ญ |
ศฺ |
|
|
ฏ ฐ ณ |
ษฺ |
|
|
ต ถ น |
สฺ |
ตัวอย่างเช่น
ตานฺ จ (จ อยู่ในวรรค จ, เสียงที่แทรก คือ ศฺ) > ตำศฺจ
ตานฺ ตถา (ต อยู่ในวรรค ต, เสียงที่แทรกคือ สฺ) > ตำสฺตถา
*โปรดสังเกตว่าเงื่อนไขคือ นฺ (n) ไม่ใช่ น (na)
ศัพท์
ธาตุ (ให้สังเกตหมวดธาตุตามกริยารูปสำเร็จ
|
√ฤ* ฤจฺฉติ ṛccháti ไปหา, ถึง √กฺรมฺ + อา อากฺรามติ ākrắmati เข้าไปหา, โจมตี √จมฺ + อา อาจามติ ācắmati ดื่ม √ตมฺ ตามยติ tắmyati เศร้า √ตุษฺ ตุษฺยติ túṣyati พอใจ (การณการก) √ทีวฺ ทีวฺยติ dḯvyati เล่น |
√ภฺรมฺ ภฺรามฺยติ bhrắmyati เตร่ √มทฺ มาทฺยติ mắdyati เมา √วฺยธฺ วิธฺยติ vídyati แทง, ตี √ศมฺ ศามฺยติ śắmyati เงียบ, ดับ √ศฺรมฺ ศฺรามฺยติ śrắmyati เหนื่อย, ล้า √หฺฤ หรติ hárati นำไป, ขโมย ปล้น |
*ธาตุแจกรูปพิเศษ
# ธาตุหมวด 4 แจกแบบหมวด 1 ลักษณะพิเศษ คือ ยืดเสียงอะเป็นอา และไม่ลงปัจจัย ย แต่ลง อะ
ắ และ ḯ คือเครื่องหมายเน้นเสียง ที่สระอา และอี ตามลำดับ (ปกติจะเขียนขีดเอียงบนตัว ā หรือ ī)
* การลำดับศัพท์ภาษาสันสกฤต เรียงจากสระ อะ อา อิ อี จบสระแล้วจึงขึ้น ก ข ค ง..
แบบฝึก
1. ให้สังเกตเสียงเน้นในกริยาจากธาตุแต่ละตัว แล้วบอกหมวดธาตุ พร้อมกับปัจจัยประจำหมวด
2. แปลสันสกฤตเป็นไทย
|
ऋक्षा मधुने लुभ्यन्ति. 1. ऋषिरधुना पाणिना जलमाचामति. 2. नृपा अक्षैस्तत्र दीव्यन्ति. 3. अलिर्मधुना माद्यति. 4. नरा विषेणासीं लिम्पन्ति. 5. रामः क्षत्रियान्परशुनाक्रामति. 6. गुरूञ्छिष्यांश्च शंसामः. 7. (ดูสนธิ น เพิ่มเติม) अरयो जनानां वसूनि हरन्ति. 8. |
नरौ मृत्युमृच्छतः . 9. बालस्य नेत्राभ्यामश्रूणि पतन्ति. 10. जलेनाग्निः शाम्यति. 11. ऋषेरश्वौ श्राम्यतः. 12. गुरुः शिष्यस्य पापात्ताम्यति . 13. गजा नगरे भ्राम्यन्ति. 14. मधुना क्षीरेण च तुष्यन्ति बालाः. 15.
|
(คำไหนอ่านไม่ออก ลองแปลงเป็นไทย หรือโรมัน ได้ที่ http://bond.in.th/octrabond/text-tools/25-devanagari-transcriptor)
3. แปลไทย เป็นสันสกฤต
16. นักรบ 1 เล่น3 เพื่อทรัพย์2 (instr.)
17. ม้าทั้งหลาย3 ของพระราชา2 อ่อนล้า5 บนถนน 4 วันนี้1
18. นักรบ 1 แทง4 ศัตรู3 ด้วยหอก 2
19. ผึ้ง1 ยินดี 3 (तुष्) ซึ่งน้ำผึ้ง2
20. น้ำ2 แห่งตา1 ทำให้เปียก4 (सिच्) เท้า3
21. ที่นั่น2 ผึ้งทั้งหลาย1 ว่อนไปมา 3 (भ्रम्)
22. ชายสองคน1 กำลังปรุง 5 น้ำผึ้ง2 และ4 ผลไม้ทั้งหลาย3
23. เมื่อใด1 ความโกรธ3 ของครู2 หมดลง4, เมื่อนั้น5 นักศึกษาทั้งหลาย7 ย่อมพอใจ6
24. น้ำตาทั้งหลาย1 อยู่4 (สฺถา) ในตา3 ของนักรบทั้งหลาย2
25. ศัตรูทั้งหลาย 1 สาด4 (वृष्) พระราชา 2 ด้วยลูกศร3
26. ส่วนหนึ่ง 2(ปาท) ของอธรรม1 ตกไป4 (ऋ) ยังพระราชา3 (acc.)
ตามมาให้กำลังใจ ท่านอาจารย์ นะคะ
อาจารย์ค่ะคำสุดท้ายเลย '' ตริปุรไภรวีมํ ''
ทำไมถึงเป็นนิคหิตบนตัว ม ละค่ะ ในเมื่อมันอยู่ท้ายประโยค
ขอบคุณคะ
ขอบคุณครับ
พี่ ...Dr. Ple
ที่มาให้กำลังใจมาตลอด ;)
คงเขียนแบบลำลองนะครับ ไม่ซีเรียส เคยเห็นหนังสืออินเดียใช้แบบนี้บ้างเหมือนกัน
โดยปกติต้องเป็น มฺ ครับ
อ้างอิงจากตัวอย่างที่อาจารย์ให้มานะค่ะ
1.) ตานฺ ตถา (ต อยู่ในวรรค ต, เสียงที่แทรกคือ สฺ) > ตำสฺตถ หลังจากทำการแทรกพยัญชนะแล้ว,สระอาหลังตัว ถ หายไปไหนค่ะ หรือตามกฎต้องไม่มีสระอาด้วย ?
2.) √กฺรมฺ เป็นธาตุหมวดที่ 1 ทำคุณ,เติมปัจจัยอะประจำหมวดแล้วต้องได้ กฺรมติ หรือเปล่าคะ แต่ของอาจารย์เป็น กฺรามติสระอามาจากไหนอะค่ะ ?
แบบฝึก
ฤจฺฉติ = ธาตุหมวดที่ 6 (ปัจจัยประจำหมวดคือ อ )มีเสียงเน้น,การเน้นเสียงจึงอยู่ที่ปัจจัย ,ในที่นี้คือสระ อะ หลัง ฉ
อากฺรามติ = ธาตุหมวดที่ 1 (ปัจจัยประจำหมวดคือ อ )ไม่มีเสียงเน้น,การเน้นเสียงจึงอยู่ที่สระต้นธาตุ, ในที่นี้คือสระอา หลัง ร
อาจามติ = ธาตุหมวดที่ 1 (ปัจจัยประจำหมวดคือ อ )ไม่มีเสียงเน้น ,การเน้นเสียงจึงอยู่ที่สระต้นธาตุ,ในที่นี้คือสระอา หลัง จ
ตามยติ = ธาตุหมวดที่ 4 ( ปัจจัยประจำหมวดคือ ย )ไม่มีเสียงเน้น, การเน้นเสียงจึงอยู่ที่สระต้นธาตุ, ในที่นี้คือสระอา หลัง ต
ตุษฺยติ = ธาตุหมวดที่ 4 ( ปัจจัยประจำหมวดคือ ย) ไม่มีเสียงเน้น , การเน้นเสียงจึงอยู่ที่สระต้นธาตุ ,ในที่นี้คือสระอุ หลัง ต
ทีวฺยติ = ธาตุหมวดที่ 4 ( ปัจจัยประจำหมวดคือ ย) ไม่มีเสียงเน้น ,การเน้นเสียงจึงอยู่ที่สระต้นธาตุ ,ในที่นี้คือสระอี หลัง ท
ภฺรามฺยติ = ธาตุหมวดที่ 4 (ปัจจัยประจำหมวดคือ ย) ไม่มีเสียงเน้น , การเน้นเสียงจึงอยู่ที่สระต้นธาตุ ,ในที่นี้คือสระอา หลัง ร
มาทฺยติ = ธาตุหมวดที่ 4 ( ปัจจัยประจำหมวดคือ ย) ไม่มีเสียงเน้น , การเน้นเสียงจึงอยู่ที่สระต้นธาตุ, ในที่นี้คือสระอา หลัง ม
วิธฺยติ = ธาตุหมวดที่ 4 ( ปัจจัยประจำหมวดคือ ย) ไม่มีเสียงเน้น , การเน้นเสียงจึงอยู่ที่สระต้นธาตุ , ในที่นี้คือสระอิ หลัง ว
ศามฺยติ = ธาตุหมวดที่ 4 ( ปัจจัยประจำหมวดคือ ย) ไม่มีเสียงเน้น, การเน้นเสียงจึงอยู่ที่สระต้นธาตุ ,ในที่นี้คือสระอา หลัง ศ
ศฺรามฺยติ = ธาตุหมวดที่ 4 ( ปัจจัยประจำหมวดคือ ย) ไม่มีเสียงเน้น , การเน้นเสียงจึงอยู่ที่สระต้นธาตุ,ในที่นี้คือสระอา หลัง ร
หรติ = ธาตุหมวดที่ 1 ( ปัจจัยประจำหมวดคือ อะ ) ไม่มีเสียงเน้น , การเน้นเสียงจึงอยู่ที่สระต้นธาตุ , ในที่นี้คือสระอะ หลัง ห
# คำถามนอกเรื่อง อาจารย์คิดว่าไวยากรณ์ของภาษาทมิฬจะมีลักษณะใกล้เคียงหรือคล้ายกับสันสกฤตบ้างไหมค่ะ หรือว่าไม่น่าจะเหมือนกันเลยเพราะเป็นกลุ่มภาษาคนละตระกูลกัน ทมิฬไม่ได้จัดอยู่ในกลุ่มอินโดอิหร่านและบรรพบุรุษของทั้งอารยันและดราวิเดียนก็มาจากคนละทิศละทางกัน แต่ทำไมฤษีอคัสตยะที่ว่ากันว่ามาจากทางเหนือและก็ลงไปทางใต้มาทางภูเขาวินธัยนั้นเห็นนักวิชาการก็ออกมาบอกว่าน่าจะเป็นคนเดียวกัน อินเดียใต้มักนิยมทำรูปเหมือนท่านตัวอ้วนๆเตี้ยๆอาจจะสร้างตามลักษณะทางกายภาพของคนทมิฬ หนูเลยสับสนคะ
ขอบคุณคะ
1.) ตานฺ ตถา > ตำสฺตถา พิมพ์ตกครับ แก้ไขแล้ว
2.) √กฺรมฺ เมื่อใช้เป็นธาตุหมวดที่ 1 แจกรูปพิเศษ ได้เค้ากริยาเป็น กฺรามฺ ครับ
แบบฝึก ถูกหมดครับ เก่งมาก
ไวยากรณ์ภาษาทมิฬไม่คล้ายสันสกฤตครับ เพราะเป็นภาษาคำติดต่อ (agglutinative language) คือเสียงกลมกลืนกัน แต่มีส่วนคล้ายในแง่การเติมเสียงท้าย คล้ายปัจจัยในภาษาสันสกฤต แต่รูปศัพท์คำเติมอะไรก็ตางกัน เรื่องที่ยกมาคงเป็นการถ่ายทอดทางวัฒนธรรมโดยปกติครับ
ผมรู้แล้วว่าผมจะเรียนภาษาสันสกฤตได้ที่ไหน ... ขอบคุณมากครับ
สวัสดีครับ คุณ
nmintra
ถ้ายังไม่เคยเรียนก็เริ่มที่บทที่ 1 ได้เลยครับ
ย้อนไปอ่านบทความอื่นๆ ก็ได้เหมือนกัน สงสัยก็ถามมาได้ครับ ;)
แปลงบาลีเป็นสันสกฤต ใครแปลได้บ้าง
ปญฺจศีลานิ ยาจามะ. पञ्चशीलानि याचामः |
น ชานามฺยหมฺ | ;'(
ปุนรฺวฺยายามํ กุรุ . อิๆๆ
ยาจามะ นี่ ธาตุอะไรน้อออ ???
ยาจฺ ยาจก อะไรทำนองนี้แหละ...
แต่ถ้าเป็นสันสกฤต น่าจะใช้อาตมเนบท (ยาจามเห) เพราะขอเพื่อตนเอง
ขอบคุณมากครับอาจารย์
อาจารย์ทราบไหมครับว่า ที่ศ.สันสกฤตศึกษามีบริการถ่ายเอกสารรึเปล่า ?
เปิดหาดูความหมายของธาตุ ยาจฺ แล้ว เขาบอกว่า จะนิยมใช้เป็นอาตมเนบท ไม่นิยมใช้เป็นปรัสไมบท
ป.ล. ไม่เคยเรียนรู้อ่านบาลีเลยครับ
ที่ศูนย์สันสกฤต มีบริการถ่ายเอกสารครับ
มาส่งก่อนบางข้อนะค่ะ เดี๋ยวอาจารย์จะคิดว่าหนูหายไปไหน พอดีช่วงนี้ติดภารกิจนิดหน่อยคะ อิอิ อาจจะส่งช้าไปนิดนึง
1.) หมีทั้งหลายอยากได้น้ำผึ้ง
2.) วันนี้ฤาษีตนหนึ่งดื่มน้ำด้วยมือ
3.) พระราชาทรงเล่นลูกเต๋าทั้งหลายที่นั่น
4.) ผึ้งเมาน้ำผึ้ง
5.) มนุษย์ทั้งหลายทาดาบเหล่านั้นด้วยยาพิษ
6.) พระรามโจมตีนักรบทั้งหลายด้วยขวาน
7.) คุรูนฺ ศิษฺยานฺ จ (ข้อนี้ได้แค่นี้คะ)
8.) ศัตรูขโมยทรัพย์สินทั้งหลายของชนทั้งหลาย
9.) คนทั่งสองไปสู่ความตาย
10.) น้ำตาทั้งหลายตกจากดวงตาทั้งสองของเด็กคนหนึ่ง
11.) เขาดับไฟด้วยน้ำ
ตอนเฉลยอยากให้อาจารย์ช่วยเฉลยแบบแยกสนธิด้วยคะ หนูจะได้รู้ว่าหนูทำถูกหรือเปล่า
ขอบพระคุณคะ
ฤกฺษาสฺ มธุเน ลุภฺยนฺติ. 1.
ฤษิสฺ อธุนา ปาณินา ชลมฺ อาจามติ. 2.
นฺฤปาสฺ อกฺไษสฺ ตตฺร ทีวฺยนฺติ. 3. 3.) พระราชาทั้งหลายทรงเล่นด้วยลูกเต๋าทั้งหลายที่นั่น
อลิสฺ มธุนา มาทฺยติ. 4.
นราสฺ วิเษณ อสีนฺ ลิมฺปนฺติ. 5.
รามสฺ กฺษตฺริยานฺ ปรศุนา กฺรามติ. 6.
คุรูนฺ ศิษฺยานฺ จ ศ̊สามสฺ. 7) พวกเีราสรรเสริญ ครูทั้งหลาย และศิษย์ทั้งหลาย
อรยสฺ ชนานานฺ วสูนิ หรนฺติ. 8. 8.) ศัตรูทั้งหลายขโมยทรัพย์สินทั้งหลายของชนทั้งหลาย
นเรา มฺฤตฺยุมฺ ฤจฺฉตสฺ . 9.
พาลสฺย เนตฺราภฺยามฺ อศฺรูณิ ปตนฺติ. 10.
ชเลน อคฺนิสฺ ศามฺยติ. 11. 11.) เ
ขาดับไฟด้วยน้ำ.ไฟดับลงด้วยน้ำ (อคฺนิสฺ เป็นประธาน)นึกว่าเลิกเรียนแล้วซะอีก อิๆๆ..
ऋषेरश्वौ श्राम्यतः. 12. = ม้าทั้งสองตัวของฤาษีหนึ่งตนเหนื่อยล้า
गुरुः शिष्यस्य पापात्ताम्यति . 13. = ครูเศร้าใจจากบาปของลูกศิษย์คนหนึ่ง
गजा नगरे भ्राम्यन्ति. 14. = เหล่าช้างทั้งหลาย(เดิน)เตร็ดเตร่อยู่ในเมืองหนึ่ง
मधुना क्षीरेण च तुष्यन्ति बालाः. 15. = เด็กๆทั้งหลายพึงพอใจกับน้ำนมแลน้ำผึ้ง
แยกสนธิ
ฤเษสฺ อศฺเวา ศฺรามฺยตสฺ. 12.
คุรุสฺ ศิษฺยสฺย ปาปาตฺ ตามฺยติ . 13.
คชาสฺ นคเร ภฺรามฺยนฺติ. 14.
มธุนา กฺษีเรณ จ ตุษฺยนฺติ พาลาสฺ. 15.
ถูกแล้วครับ
1.) กฺษตฺริโย วสุเน ทีวฺยติ
2.) อธุนา ราชสฺย อศฺวา มารฺเค ศฺรามฺยนฺติ
3.) กฺษตฺริยะ กุนฺเตน ศตฺรุํ วิธฺยติ
4.) อลิรฺมธุ ตุษฺยติ
5.) เนเตฺร ชลํ ปาทํ สิญจติ
6.) อลฺยะ ตตฺร ภฺรามฺยนติ
7.) นเรา มธุ ผลานิ จ ปจตะ
8.) ยทา คุโรรฺโกปะ ศามฺยติ ตถา ตุษฺยนฺติ ศิษฺยา
9.) อศฺรูณิ กฺษตฺริยานามฺเนตฺเร ติษฺฐนฺติ
10.) ศตฺรโว ราชํ ศเรณ วฺฤษนฺติ
11.) อธรฺมสฺย ปาโท ราชํ ฤจฺฉติ