ตอบเรื่อง จริยธรรม กับ การศึกษาตามอัธยาศัยและการศึกษาตลอดชีวิต
นับตั้งแต่สมัยกรีกเป็นต้นมา ได้เริ่มเกิดสายธารแห่งปัญญา โดยเริ่มจาก
การตั้งคำถามพื้นฐาน ธาเลส ได้ตั้งคำถามทางปรัชญาพื้นฐาน เพื่อแสวงหาความจริงว่า อะไรคือปฐมธาตุของจักรวาล??? จักรวาลคืออะไร ???
ธาเลสพยายามหาคำตอบจากกฎเกณฑ์ธรรมชาติ เขาเลยได้เป็นนักอภิปรัชญา ในขณะเดียวกัน โซฟิสต์ กลับตั้งคำถามว่า เราจะมีชีวิตที่ดีได้อย่างไร เราดำรงชีวิตอย่างไร จึงจะมีความสุข ??? ซึ่งก็เป็นจุดเริ่มแห่งคำถามแห่งจริยศาสตร์ และได้มีการโต้แย้งกันไปมา แล้วมีคำถามขึ้นใหม่ว่า ความยุติธรรมคืออะไร??
ในวิกิพีเดีย ได้ให้สาระของ จริยศาสตร์ (Ethics) หมายถึง อุปนิสัย หรือหลักของความประพฤติ ขนบธรรมเนียมที่เป็นความเคยชิน จริยศาสตร์ เป็นการศึกษาถึงเป้าหมายสูงสุดของมนุษย์เราว่าคืออะไร อะไรควรทำหรือไม่ควรทำเพื่อจะได้ไปถึงเป้าหมายสูงสุดนั้น และจะใช้เกณฑ์อะไรมาตัดสินว่า สิ่งนี้ดี
สิ่งนี้ไม่ดี ดังนั้น เป้าหมายของชีวิต คือ ตัวที่จะกำหนดการกระทำของมนุษย์ว่าจะเป็นไปในแนวทางใด และเป้าหมายชีวิตของมนุษย์แต่ละคนนั้นก็แตกต่างกันออกไปหลายแนวคิด
(อันเนื่องมาจากสังคมแต่ละสังคมกำหนดไม่เหมือนกัน) เช่น ชาวเอสกิโม จะมอบภรรยาให้กับแขกที่มาพัก ซึ่งก็เป็นจริยธรรมของเขา แต่จะเอามาเปรียบเทียบกับสังคมทั่วไปก็ไม่ได้
เพลโต้ รากฐานของปรัชญาตะวันตกบอกว่า จริยธรรมนั้นเกิดจากแบบอย่างของนักปกครอง ถ้าผู้ปกครองเป็นนักปราชญ์และทรงคุณธรรม (The Philosophy king) เสียก่อน คุณธรรมนั้นคือ ปรีชาญาณ ความกล้าหาญ
จะเห็นได้ว่าเพลโตนั้นเน้นแบบอย่าง เพราะปรัชญาของแกเป็นแนวแบบ
และวิธีสอนคุณธรรมจริยธรรมในยุคนั้น ผ่านนิทานครับ ท่านคงจะเคยได้ยินนิทานอีสป นิทานเป็นเรื่องเล่า (myth) เหมือนไม่ได้สอนอะไรเลย
แต่การเล่าเรื่องก็ทำให้เราทราบถึงพฤติกรรมดีหรือไม่ดี ผ่านการเล่าเรื่อง
ผ่านตัวแทนของสัตว์
โดยสรุปแล้ว จริยศาสตร์ ในหมายถึง การจัดระเบียบความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์นั่นเอง ในสายตะวันออกก็คือหลักศาสนานั่นเอง หลักศาสนาพุทธง่าย ๆ ที่สุดคือ ขอบเขตของ ศีล 5 นั่นเอง แต่ในสังคมปัญญาชนทั้งหลายที่เป็นแบบอย่างมีใครมีศีลห้าครบบ้าง โดยเฉพาะปัญญาชนที่สอนจริยธรรม สอนสอดแทรกเข้าไป จะพบความเป็นจริงในสังคมว่า แค่กรณีศีลข้อที่ 1 มีคนที่จะเป็นแพทย์ เป็นนายแพทย์ ก่อคดี สะเทือนขวัญฆ่าหั่นศพ ในนั่นมีหมอและว่าที่หมอเกือบสามคน ที่ผ่านมาก็พบศพสองศพในไร่ของนายแพทย์ นอกจากนั้นยังมีพระ มีครู ต้นแบบทางศีลธรรม ออกข่าวหน้าหนังสือพิมพ์บ่อย ๆ ด้านการผิดศีลทั้งห้าข้อ เมื่อสืบค้นย้อนหลังกลับไปก็พบว่าคนที่ก่อคดีเหล่านี้ก็ได้รับการศึกษาในระบบค่อนข้างดี และเชื่อว่าครูอาจารย์ของเขาก็คงจะเคยสอน คุณธรรม จริยธรรม และปลูกฝังหน้าที่พลเมืองมาแล้ว เพราะบุคคลเหล่านี้ได้รับการศึกษารุ่นเก่า ซึ่งเน้น คุณธรรม จริยธรรม วินัย เป็นอย่างสูง
ในทางสังคมศาสตร์ ได้อธิบาย เกี่ยวกับการจัดความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ไว้คือ การกล่อมเกลาสืบทอดหรือสังคมประกิต (socialization) ซึ่งได้อธิบายไว้ว่า เกิดจากสถาบัน และปัญญาชนในสถาบันนั้น ทำหน้าที่ในการกล่อมเกลาคนในสังคม แน่นอนโครงสร้างหน้าที่เหล่านี้ สถาบันที่สำคัญได้แก่ สถาบันครอบครัว โรงเรียน กลุ่มเพื่อน สถาบันสื่อสารมวลชน จากงานวิจัยหลาย ๆ เรื่องพบว่าสิ่งที่มีอิทธิพลต่อเด็กส่วนใหญ่ เกิดจากอิทธิพลของสื่อสารมวลชน มาเป็นอันดับแรก กลุ่มเพื่อนเป็นอันดับที่สอง ครอบครัวมีอิทธิพลเป็นอันดับที่สาม และอันดับสุดท้ายคือโรงเรียน
ใครอยู่โรงเรียนในเมืองหรือโรงเรียนขนาดใหญ่ ๆ ก็จะพบได้ว่า อบรมแล้ว อบรมอีก สอดแทรกแล้ว สอดแทรกอีกจนปากจะฉีกแล้ว ทำไมถึงไม่ได้ผลเลย และก็จะมีคำบ่นพร้อมกับเรียกร้องเอาไม้เรียวกลับคืนมาอีกทั้งนี้ก็เพราะสังคมเปลี่ยนไป ครูและแบบอย่างก็เปลี่ยนไป วิถีวัฒนธรรมในโรงเรียนจริง ๆ ก็เปลี่ยนไปจริยธรรมแบบเดิมคือเอาไว้ท่องจำแล้วเอาไปสอบ หรือไม่เอาไว้เล่นเกมละครเอาคะแนนจากครู หรือทำพฤติกรรมซึ่งหน้าให้ตัวเองรู้สึกปลอดภัยเท่านั้น
ดังนั้นจึงพบว่าพฤติกรรมของเด็กจะสัมพันธ์กับสื่อทั้งสิ้น คุณธรรม จริยธรรม และวิธีคิด ไปมีอิทธิพลต่อชีวิตของเขามาก ส่วนใหญ่ภาพยนตร์โทรทัศน์จะนำเสนอละครน้ำเน่า ส่วนใหญ่คนในละครน้ำเน่าจะมีวิถีชีวิตที่ไม่ต้องทำงาน อยากอยู่อย่างสบายแต่มีเงินมีการบริโภคอย่างหรูหรา ใช้ความรุนแรงต่อกัน ละครหรือเรื่องเล่า (myth) มีอิทธิพลต่อเด็กเยาวชนเพราะจะเข้าไปในจิตสำนึกได้ง่าย ดังนั้นพวกเกาหลีจึงเข้าใจความสำคัญในข้อเหล่านี้จึงใช้ระบบสื่อสารมวลชน ให้คนนิยมในความเป็นเกาหลี ต่อคนเกาหลี และ ต่อคนในประเทศอื่น เพื่อที่จะขายสินค้าเกาหลีได้
บริบทอีกประการหนึ่งคือบริบทของเวลาและการเปลี่ยนแปลงของยุค ก็มีผลต่อคุณธรรมจริยธรรมในยุคร่วมสมัยของเราระบบสังคมและการเมืองเปลี่ยนแปลงไม่หยุดนิ่ง จริยธรรมจึงเปลี่ยนแปลงไปตามยุคตามสมัย ยุคแต่ก่อนใช้สโลแกนว่า เชื่อผู้นำ ชาติปลอดภัย หรือ ข้าพเจ้ารับผิดชอบแต่เพียงผุ้เดียว
ก็สะท้อนถึงวิธีคิด จริยธรรมที่คนชมชอบกันแต่ละสมัย หรือ รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี เปลี่ยนเป็นรักวัวให้ผูก รักลูกให้กอด การเปลี่ยนแปลงยุคสมัยที่สำคัญและมีอิทธิพลสูงสุด ก็คือ จริยธรรมค่านิยมของระบบทุนนิยม ที่ว่า มือใครยาวสาวได้สาวเอา การแสวงหาคุณค่าของคนจากสิ่งอุปโภค บริโภค การบริโภคสัญญะเช่นความทันสมัย หน้าที่และจริยธรรมจึงเปลี่ยนแปลงไปเป็นการให้คุณค่าของเงินสูงสุด ความสัมพันธ์จึงเปลี่ยนไปเป็นความสำคัญของคู่ค้า เห็นเพื่อนเป็นคู่ค้าขายตรง การให้คุณค่ากับคนดีแต่เดิม จึงกลายเป็นการให้คุณค่ากับการนับถือคนที่ร่ำรวยทรัพย์สินแทน
แม้ตามทฤษฎีจะบ่งบอกว่าสถาบันต่าง ๆ มีอิทธิพลต่อคน ซึ่งสื่อสารมวลขนมีบทบาทสำคัญมากเช่นจริยธรรมกำหนดจากต้นแบบพระเอก นางเอก ในละคร จากเพลง จากดารา จากสื่ออื่น ๆ ในอินเตอร์เนตแต่ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะครอบงำได้ทั้งหมด คนเรายังมีสิทธิเลือกจริยธรรมและเลือกที่จะควบคุมวินัยด้วยตนเอง เช่นกันซึ่ง เทคโนโลยีแห่งอำนาจสูงสุดก็คือ การที่คนเลือกที่จะควบคุมตัวเอง แต่คนสามารถเลือกจริยธรรมให้กับตนเองได้
ก็สรุปว่า สถาบันสื่อสารมวลชน ก็เป็นการศึกษาตามอัธยาศัย กลุ่มเพื่อนก็เป็นการศึกษาตามอัธยาศัยสถาบันครอบครัว ก็เป็นการศึกษาตามอัธยาศัย ซึ่งครอบคลุมและทรงอิทธิพลมากที่สุด ในโลกของจริยธรรมโดยเฉพาะสื่อสารมวลชนที่มีกลุ่มทุน เป็นผู้กำหนดพฤติกรรมของการเป็นลูกค้าที่ดี เป็นนักบริโภคที่ดีที่เชื่อฟังคำโฆษณา แล้วนำไปปฏิบัติ เสียดายที่หากทำสื่อสารมวลชนดี ๆ จะได้ประชาชนที่ภาคภูมิใจในการคิดทำนำเสนอของตนเอง มีต้นแบบแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตตามความสนใจและสร้างความเป็นเลิศ
พฤติกรรมของเด็ก....จะสัมพันธ์กับสื่อทั้งสิ้น คุณธรรม จริยธรรม และวิธีคิด ไปมีอิทธิพลต่อชีวิตของเขามาก ส่วนใหญ่ภาพยนตร์โทรทัศน์จะนำเสนอละครน้ำเน่า ....เห็นด้วยกับท่าน...อาจาราย์ อย่างมากนะคะ .... เด็กเสมืนผ้าสีขาว นะคะ
ขอบคุณครับ ดร.