ในวัดเหล่านั้นทั้งพระสงฆ์และชาวพุทธได้ให้ความเคารพครูแก่มาก ( พระเถระ ) แต่โบราณเรื่องเคารพนี้ตึง ๆ ในปัจจุบันนี้หย่อน ๆ ไปมาก
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 กันยายน 2555 ทีมวิจัยได้ลงพื้นที่ภาคสนาม ณ วัดโพธิยาราม เมืองไทปิง รัฐเประ ในประเทศมาเลเซีย ทีมวิจัยได้เข้ากราบนมัสการขอสัมภาษณ์ ท่านเจ้าคณะรัฐเประชื่อ พระครูสุวรรณธรรมภิทักษ์ ( ท่านบ่าว ทองประเสริฐ ) พรรษา 52 อายุ 72 ปี ท่านเล่าให้ข้อมูลว่าดังนี้

รูปท่านเจ้าคณะรัฐเประ
เดิมท่านเป็นชาวบ้านปาดังแปลง ชอบอยู่วัดเหมือนเพื่อน ๆ อายุรุ่นเดียวกันโดยไปเป็นลูกศิษย์พ่อท่านวัดกาไหล ( พระราชธีราจารย์ หรือ พระอาจารย์ฤทธิ์ ) ท่านไปเป็นเด็กวัดและมาใหญ่ตามวัดตั้งแต่อายุ 14 ปี เรียนหนังสือภาษาไทยที่วัด มีพระอาจารย์เรือง เดิมเป็นชาวบ้านกอหรามาสอนหนังสือให้พวกเรา สมัยนั้นเด็กวัดมีประมาณ 20 – 30 คน เรียนแต่แรกนั้น เริ่มเรียนกอขอกอกา เรียนผสมพยัญชนะและสระ เรียนผสมแม่กก แม่กม แม่กน แม่เกย แม่เกอว พระแต่แรกนั้นใช้เขียนเลขไทย เช่น ๑, ๒, ๓, ๔, ๕ แล้วก็มาเรียนโฉลก ต่อมาตอนหลังมีการเรียนแบบเรียนเร็วเข้ามา
หลวงพ่อวัดกาไหลจะมีลูกศิษย์ลูกหามากที่ยังเป็นพระสงฆ์ช่วยกันปกครองดูแลคณะสงฆ์ในประเทศมาเลเซียก็มีเช่น พระราชธรรมธาดา วัดเทพบัณฑิตหรือวัดบ้านไม้สน พระ เจ้าอาวาสวัดบ้านปลายระไม พระครูเพียร แห่งวัดเชตตะวัน อยู่ที่เมืองปิแย และอาตมา ( พระครูสุวรรณธรรมพิทักษ์ ) ได้มาอยู่จำพรรษาที่นี้ 16 ปีแล้ว และได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะรัฐเประได้ 3 ปีแล้ว ( บันทึกเมื่อ 2555 ) พระสงฆ์ที่เป็นพระเถระในสมัยก่อนนั้นมีบารมีธรรมสูงมากเป็นที่เคารพนับถือของชาวพุทธทั้งที่อยู่ใกล้และไกล ท่านมีทั้งพระเดชและพระคุณมีความรู้รอบตัวอยู่ได้ด้วยตนเองและมีลูกศิษย์ลูกหามาอยู่อาศัยบุญบารมีเยอะ

กำลังเก็บข้อมูล
การปกครองคณะสงฆ์ในรัฐเประก็ทำตามรูปแบบการปกครองคณะสงฆ์ในประเทศไทย แต่ที่นี้มีคนไทมาอาศัยอยู่ไม่มากนัก ในสายการปกครองที่นี้ไม่มีเจ้าคณะตำบล ไม่มีเจ้าคณะอำเภอ ไม่มีรองเจ้าคณะรัฐ มีแต่เจ้าคณะรัฐเท่านั้นปกครองคณะสงฆ์ในรัฐเประโดยรวม ก่อนหน้านี้มีการปกครองคณะสงฆ์ที่นี้โดยเจ้าคณะแขวง ( เทียบเท่าเจ้าคณะอำเภอ ) คือพระครูวิจิตรโพธิคุณ ( ท่านอิน ชาวบ้านลำปำ ) เมื่อท่านอินสิ้นบุญแล้ว จึงได้แต่งตั้งอาตมาเป็นเจ้าคณะรัฐเประรูปแรก
สำหรับพระสงฆ์ที่มาอยู่จำพรรษาโดยมากมาจากประเทศไทย ดังนั้นพระลูกที่จึงมีน้อย การบริหารงานคณะสงฆ์ที่นี้ก็เป็นแบบภาพรวม ในสมัยก่อนนั้นการบริหารงานคณะสงฆ์ต้องถึงลูกถึงคนพระเถระก็มีอำนาจมีบารมี ด้วยว่าคนสมัยก่อนนั้นด้นมาก การปกครองบ้านเมืองสมัยนี้มีปัญหาอะไรเจ้าหน้าที่บ้านเมืองถึงกันหมด

ยังจำได้ว่าการปกครองคณะสงฆ์สมัยก่อนนั้นเจริญคนละแบบ เคยเห็นการปกครองของท่านเจ้าคุณลิ้นดำ เป็นเจ้าคณะรัฐอยู่วัดบ้านนาข่า จนเมื่อท่านสิ้นบุญแล้ว ( มรณภาพ ) ท่านเจ้าคณะรัฐรูปต่อมา คือท่านนำ ( พระราชธรรมธาดา ) วัดบ้านไม้สน และวัดตั้งแต่โบราณมาก็มีวัดที่บ้านลำปำ , วัดบ้านลำเด็น , วัดบ้านหลังควน และวัดบ้านทุ่งควาย ส่วนวัดบ้านปาดังแปลงกับวัดบ้านปลายระไมนั้นพึ่งสร้างมาทีหลัง ในวัดเหล่านั้นทั้งพระสงฆ์และชาวพุทธได้ให้ความเคารพครูแก่มาก ( พระเถระ ) แต่โบราณเรื่องเคารพนี้ตึง ๆ ในปัจจุบันนี้หย่อน ๆ ไปมาก สำหรับกลุ่มคนไทในเมืองไทปิงนี้มีประมาณ 40 ครัวเรือน และอยู่ที่หมู่บ้านบาตูปูเหลา ( หินยี่สิบ ) ประมาณ 10 ครัวเรือน ในส่วนการจัดงานตามประเพณีทางพระพุทธศาสนานั้นที่จัดงานเป็นประจำได้แก่ประเพณีทำบุญวันสาทรเดือน 10 , ประเพณีสงกรานต์ , ประเพณีลอยกระทง สำหรับประเพณีการทำบุญขึ้นบ้านใหม่ และประเพณีการแต่งงานไม่มีแล้วที่มีก็ถือว่าธรรมดา แต่งก็แต่งงานกันแบบธรรมดา
จากการสังเกตผู้คนในเมืองไทปิงนั้นจะมีชาวจีนที่นับถือพระพุทธศาสนาอยู่มาก และเป็นเมืองสงบอยู่ใกล้ภูเขาสูงน่าเดินทางไปเที่ยวชมความเป็นธรรมชาติและเข้าไปทำบุญในวัดโพธิยาราม อันเป็นที่พักจำพรรษาของท่านเจ้าคณะรัฐเประนั้นเอง...
สวัสดีครับ อาจารย์ ดร . ขจิต ฝอยทอง
ด้วยผมอยู่เมืองหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาใกล้ประเทศมาเลเซียครับ
ผมเห็นช่างปั้น ช่างวาดภาดภาพคนไทในมาเลเซียท่านนี้คือ อ๋อง ลีม ผมนึกว่าหน้าตาคล้ายกับอาจารย์ขจิตมากละ
แต่เกิดคนละ พ.ศ. นะครับ อิ อิ อิ
ขอบคุณครับ