ความเป็นครู

การพัฒนาหลักสูตรของประเทศไทยให้ทันสมัย ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมยุคใหม่หรือสังคมยุคโลกาภิวัตน์นั้น สิ่งที่ต้องคำนึงถึงมากที่สุดคือ การพัฒนาผู้เรียน เพื่อให้มีศักยภาพสูงขึ้นนั่นก็คือ การออกแบบการเรียนการสอนหรือการจัดการเรียนการสอนภายในชั้นเรียนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่หลักสูตรกำหนด ผู้ที่มีบทบาทมากที่สุดในการนำหลักสูตรไปใช้ก็คือ ผู้สอน หรือครูนั่นเอง

ดิฉันเป็นครูมา 13 ปี อยู่โรงเรียนมารีย์วิทยา สอนรายวิชาภาษาไทยระดับมัธยมศึกษาตอนต้น มีนักเรียนห้องละประมาณ 50 คน ดังนั้นการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจึงมีความสำคัญมาก ซึ่งจะทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ ตรงตามมาตรฐาน การเรียนรู้แลตัวชี้วัดที่หลักสูตรขั้นพื้นฐานกำหนดไว้

เมื่อมีโอกาสศึกษาต่อได้ศึกษาค้นคว้าเทคนิคการสอนต่างๆ มากมายปรากฏว่าชอบเทคนิคการคิดแบบหมวกหกใบ ซึ่งเป็นการสอนเพื่อพัฒนาการคิดอย่างเป็นระบบ การสวมหมวกแต่ละสีนั้นจะฝึกการคิดแตกต่างกันไป ปัญหาที่พบในชั้นเรียน ผู้เรียนอ่านคิดวิเคราะห์ไม่เป็น พยายามหาวิธีต่างๆ สอนมากมายยังไม่ประสบความสำเร็จ จึงได้นำเทคนิคการคิดแบบหมวกหกใบมาใช้กับหน่วยการเรียนรู้วรรณคดี เรื่อง นิราศภูเขาทอง วิธีการที่นำมาใช้คือ การจัดกลุ่ม 1 กลุ่ม มีนักเรียน 8 คน มีทั้งหมด 6 กลุ่ม สิ่งที่นักเรียนแต่ละกลุ่มจะได้รับคือ หมวกหกใบ แบบบันทึกกลุ่ม แบบบันทึกรายบุคคล และคำถามอ่าน คิดวิเคราะห์ จากนั้นให้แต่ละกลุ่มให้สมาชิกแต่ละคนสวมหมวกคนละสี เพื่อฝึกการอ่าน คิดวิเคราะห์ทีละคนและพูดแสดงความคิดเห็นจากคำถามที่ได้รับ จากเรื่องที่ครูกำหนด และบันทึกเรื่องที่ตนพูดลงในแบบบันทึกของกลุ่ม เพื่อนำมาอภิปรายร่วมกันเป็นความคิดเห็นของกลุ่ม เมื่อได้สรุปความคิดของกลุ่มแล้วให้สมาชิกแต่ละคนนำไปบันทึกรายบุคคลอีกครั้งหนึ่ง และส่งตัวแทนนำเสนอผลการอ่าน คิดวิเคราะห์ของแต่ละกลุ่ม จนครบทุกกลุ่ม ถ้ามีข้อสงสัยแต่ละกลุ่มก็ร่วมกันอภิปรายประเด็นที่มีคำตอบไม่ตรงกัน

ดิฉันมีความพอใจในการนำเทคนิค การคิดแบบหมวกหกใบมาใช้กับหน่วยการเรียนรู้วรรณคดี

เรื่องนิราศภูเขาทอง พบว่านักเรียนสนุกกับการเรียน ได้สวมหมวกแต่ละสีและฝึกคิดอย่างเป็นระบบ ฝึกคิดทีละด้าน สามารถแยกความรู้สึกออกจากเหตุผล ทำให้นักเรียนกล้าคิด กล้าแสดงออกมากยิ่งขึ้น ยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น และที่ภูมิใจมากที่สุดคือ นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ผ่านตามตัวชี้วัดและมาตรฐานการเรียนรู้ที่หลักสูตรกำหนดไว้