สิ่งที่เรียนรู้จากการทำ KM: (2) ทีมดีมีชัยไปเกินครึ่ง


เป็นการทำงานใหญ่ แต่คล่องตัว ยืดหยุ่น และได้ผลงานมาก

หลังจากเข้าใจแนวคิดของ KM ที่คิดว่าเป็นแก่นแล้ว ก็เริ่มคิดกิจกรรม พร้อมกับหาผู้ร่วมอุดมการณ์   จึงชวนเพื่อนร่วมทางมาอีก 3 ท่าน คือ อ.เสาวรัตน์  อ.จำนงค์  และ คุณชวดี (พี่เม่ย)  สองท่านแรกนั้น ตนเองสนิทสนม และเป็นคอเดียวกัน ความคิดคล้ายกัน และ คุยหารือเรื่องโน้นเรื่องนี้มาตลอดก่อนที่จะขึ้นเป็นหัวหน้าภาค  สำหรับ อ.เสาวรัตน์ มีที่พิเศษไปกว่านั้น คือท่านเป็นรองหัวหน้าภาคฝ่ายพัฒนาบุคลากร แล้วเราก็หารือกันตลอดเพื่อหากลยุทธ์ในการปลุกเร้าชาวพยา-ธิ   ส่วนคุณชวดี หรือพี่เม่ยนั้น ก่อนงานนี้ ก็ไม่ได้สนิทกันมากนัก แต่เคยได้คุยกับเธอและรับทราบความเป็นพี่เลี้ยงคนเก่งของหน่วยโลหิตวิทยา

พวกเราทั้งสี่ ทำงานร่วมกันแบบง่ายๆ ไม่มีพิธีรีตองมาก ไม่ได้มีการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด  รู้กันในฐานะทีมทำงาน Patho Otop  นัดประชุมก็ใช้วิธีโทรนัด ตนเองกำหนดวาระและทำตุ๊กตามาให้ทีมช่วยปรับแต่ง  ไม่ต้องมีเลขาจดการประชุม  เราบันทึกสิ่งที่พูดกันเอง  ตนเองกับพี่เม่ย ก็นำบางส่วนไปลง blog   เราไม่ได้แบ่งหน้าที่กันชัดเจน แต่เราทั้งสี่รู้ว่าตัวเองถนัดทำอะไร ก็ช่วยกันทำไปตามความถนัดโดยอัตโนมัติ  ใครรับอะไรไป ก็บันทึกกันเอง  ส่วนที่ต้องสั่งงานต่อ ตนเองก็ไปบอกฝ่ายธุรการเพื่อดำเนินการต่อไป เป็นการทำงานใหญ่ ที่คล่องตัว ยืดหยุ่น และได้ผลงานมาก 

ขอบคุณท่านทั้งสาม ที่ร่วมสร้างประวัตศาสตร์หน้าสำคัญนี้ ขอบคุณ และ ขอบคุณ

หมายเลขบันทึก: 50562เขียนเมื่อ 17 กันยายน 2006 20:21 น. ()แก้ไขเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2012 15:55 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (3)
     มาดักไซ ความอิสระและไร้รูปแบบของอาจารย์ไปแล้วนะครับ

คุณชายขอบ

ขอบคุณค่ะ ดีใจที่บันทึกมีเป็นประโยชน์

ขออนุญาตเจ้าของบันทึก ชื่นชมคุณชายขอบ ที่มีกลิ่นไอของคนใต้ให้เห็นได้ทุกอณูที่คุณชายขอบไปเยี่ยมเยือน

คุณชายขอบระวังนะคะ ความอิสระและไร้รูปแบบของอาจารย์ปารมี จะหลุดออกจากไซ เสียดายแย่เลย

 

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี