ฉบับ ดร.สัตยพรต ศาสตรี เป็นต้นเค้าในการเรียบเรียง และฉบับนี้ก็นำมาจากของรัชกาลที่ี ๑ มาเป็นต้นเค้าอีกทีนะครับ

รามเกียรติ์

ตอน นางสีดาถูกลักพาตัว  และตอนสดายุถูกฆ่า

สรคะที่ ๖

             ครั้นนางสำมนักขาสิ้นสามีไปแล้ว  นางรู้สึกว่าชีวิตของตนนั้น ช่างไร้ความหมายเสียนี้กระไร  นางจึงได้กล่าวกะพี่ชายว่า  “ท่านพี่หม่อมฉันต้องการที่จะไปพบหน้าลูกชายและอยากไปอยู่กับลูกกุมภกาศของหม่อมฉัน” 

    

           แท้ที่จริง  นี่เป็นอุบายของนาง  เพราะนางนั้นเป็นหญิงแพศยา  นางต้องการที่จะไปหาสามีใหม่ 

 

           ครั้นนางสำมนักขาได้ออกไปในป่า  ณ ที่นั้น  นางได้พบพระรามพร้อมกับนางสีดาและพระลักษมณ์  ทันทีที่นางได้เห็นพระราม  นางรู้สึกราวกะว่าได้ถูกศรแห่งกามเทพปักลงที่อกอย่างแรง

 

            นางสำมนักขาได้แปลงรูปร่างด้วยอำนาจแห่งมายา  กลายเป็นหญิงสาว  ผู้งดงามราวกับนางฟ้า  นางยั่วยวนเข้าไปหาพระราม  แต่พระรามนั้น ก็ทรงมิได้ไหวหวั่นหรือเหลี่ยวแลใส่พระทัยนางสำมนักขาเลย 

 

            นางจึงมองไปรอบ ๆ ก็พบนางสีดา (บุตรีแห่งวิเทหนคร)  และคิดว่าหญิงคนนี้เป็นแน่  ที่เป็นสาเหตุทำให้พระรามไม่สนใจตน  จึงได้กลับกลายร่างเป็นนางยักษิณี  แล้ววิ่งเข้าไปเพื่อจะฆ่านางสีดาเสียให้ได้ 

 

            แต่ทว่าพระลักษมณ์ทรงเห็นก่อน  จึงได้ลุกเข้าไปขัดขวางนาง  พระลักษมณ์ไม่ได้คิดฆ่านางสำมนักขา  พระลักษมณ์เพียงแต่ตัดหูและจมูกของนางและต่อว่านางไปเท่านั้น

 

            นางสำมนักขา  เมื่อเสียโฉมแล้ว  จึงได้รุดหน้าไปหาพี่ชายทั้งสอง คือ ขร  และ ทูษณ์  เพื่อเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  และพี่ชายทั้งสองจึงได้นำกองทัพหมู่ใหญ่ไปรบกับพระราม  ปรากฏว่าขรและทูษณ์นั้น  ถูกพระรามและพระลักษมณ์ส่งไปยังมฤตยู

 

             ถึงกระนั้น  ครั้นนางสำมนักขา  เศร้าโศกอยู่แล้ว ก็ยิ่งเศร้าโศกยิ่งนัก  ครานี้นางได้ไปหาพี่ทศกัณฐ์  และเล่าถึงต้นเหตุของเรื่องว่า  นางนั้นปรารถนาที่จะนำนางสีดามาเป็นของกำนัลให้ท่านพี่ 

 

            แต่ทว่าเจ้าลักษมณ์  ผู้อวดดีได้เข้ามาทำร้ายหม่อมฉัน  และทำให้หม่อมฉันเสียโฉม พร้อมกับแย่งชิงนางสีดาไป  หม่อมฉันจึงอยากให้ท่านพี่ไปนำตัวนางสีดาผู้น่ารักนั้น  กลับมาโดยเร็ว  และแก้แค้นให้หม่อมฉันด้วย

 

           เมื่อทศกัณฐ์  ได้ฟังเรื่องราวความงามของนางสีดาจากภคินีน้อง  จึงทำให้ทศกัณฐ์นั้น ราวกะว่าต้องศรรักปักอก

 

          ทศกัณฐ์เจ้าแห่งยักษา  ได้รับสั่งให้อสูร นามว่า มารีศ  แปลงกายเป็นกวางทอง  แล้วย่องไปที่บรรณศาลาแห่งราม

 

          มารีศยักษา  ผู้จอมเจ้าเลห์ เมื่อไปถึงบรรณศาลาแห่งรามแล้ว  ก็ได้กระโดดโลดเต้นที่หน้าบรรณศาลา  เมื่อนางสีดาเห็นก็ทรงทูลกะภัสดาว่า “หม่อมฉันต้องการให้หม่อมพี่นำกวางตัวนั้นมาให้หม่อมฉัน” อันว่าปัญญาของมนุษย์นั้น  ย่อมมีขอบเขตจำกัด  และสามารถกลับกลายได้มากทีเดียว

 

            ฝ่ายองค์รามได้ตรัสเตือนนางสีดาว่า “นั่นคงอาจเป็นกลลวงของเหล่ายักษ์ก็เป็นได้”  แต่นางไม่ฟัง  นางทรงรบเร้าให้องค์ราม  ได้รีบรุดเสด็จไปจับกวางมาให้ได้  เพื่อยังความปรารถนาของตนให้สำเร็จ

 

           พระรามพยายามจับกวางตัวนั้นให้ได้  แต่ก็ไม่สำเร็จ  กวางตัวนั้นได้วิ่งไกลออกไปเรื่อย ๆ ยังป่าอื่น  พระรามจึงได้แผลงศรพิษไปที่กวางตัวนั้น 

 

            ครั้นกวางนั้นถูกศรแห่งองค์รามปัก ก็ได้วิ่งหนีออกไป  ด้วยทั้งร้องว่า “โอ้ สีดา”  นางสีดาได้ยินดังนั้น  ก็ตกใจ  เหมือนกับว่าเหล็กร้อนได้นาบบนตัวของตน  จึงได้รับสั่งให้พระลักษมณ์รุดไปดู  เพื่อปกป้องคุ้มครองพระเชษฐาของตนไว้

 

             ทศกัณฐ์  เจ้าเมืองลงกา  ได้เสด็จมา ณ ที่นั่น  โดยได้แปลงตนเป็นฤษีแล้วได้มาลักพานางสีดาไปสู่เมืองลงกา

 

               ในระหว่างทางนั้น  พระสหายแห่งพระบิดาของพระสวามี ผู้เป็นพระยาแร้ง อันถูกความชราครอบงำแล้ว (แร้งแก่/แร้งเฒ่า) นามว่า สดายุ ได้เข้ามาขัดขวางเจ้าเมืองลงกา  โดยการใช้จะงอยปากอันคมจิกทศกัณฐ์ 

 

             ทศกัณฐ์ทนแทบไม่ไหว  แต่ตนเองก็ไม่สามารถที่จะฆ่านกสดายุได้  ขณะนั้น สดายุปักษี  ได้กล่าววจีโอ้อวดความเก่งของตนกะทศกัณฐ์ผู้เป็นอสูรว่า  ดาบ  หลาว  หรือศัตราวุธอื่นใด  ก็ไม่สามารถที่จะฆ่าตัวเราได้  ยกเว้นแหวนของพระศิวะที่สวมอยู่ในนิ้วมือแห่งพระนางสีดา

 

            เมื่อทศกัณฐ์  ได้ยินดังนั้น  จึงได้หยิบแหวนจากนิ้วมือของนางสีดา  แล้วประหารปักษานั้น 

 

                น่าเศร้าสดายุปักษีผู้เก่งกล้า  ถึงซึ่งกาลมรณา  ด้วยแหวนแห่งนางสีดา  ผู้ไปสู่สุคติโลกด้วยบุญตน

 

              สองพี่น้องผู้เก่งกล้าแห่งรฆุวงศ์ (พระรามและพระลักษมณ์)  ได้กลับมาถึงที่พำนัก  ทั้งสองพระอง์ก็ต่างเศร้าโศก  เมื่อไม่พบนางสีดา  จึงได้เสด็จเข้าไปในป่า  ทั้งสองพระองค์มองเห็นแร้งผู้ยิ่งใหญ่ถูกฆ่า

 

              ทว่าวิญญาณของสดายุปักษีนั้น  หาได้ปราศนิราศไปไหน  สดายุได้กล่าวกะองค์รามว่า  ทศกัณฐ์ผู้ชั่วช้านั้น  ได้ลักพานางสีดาไป  และสดายุก็ได้ยืนแหวนของสีดาให้แก่องค์ราม  วิญญาณของสดายุจึงได้ไปสู่สุคติและได้รับความสุข

 

                  พระรามปรารถนาที่จะเผาศพของสดายุ  นกผู้ประเสริฐ  จึงได้แผลงศรไป  ฟืนสำหรับเผาศพก็ลุกขึ้นมา พระองค์เอาลูกศรดอกหนึ่งช่วยวางร่างของแร้งบนฟืนเผาศพ  เมื่อไฟไหม้ร่างหมดแล้ว  พระองค์ก็ได้เอาศรอีกดอกหนึ่งดับไฟ

 

                หลังจากที่พระรามทำพิธีศพเสร็จเรียบร้อยแล้ว  พระองค์ตั้งพระทัยว่าจะค้นหาอสูรทศกัณฐ์  พระองค์จึงได้ออกเดินทางไปทางทิศใต้