นสพ. The Sydney Morning Herald ฉบับวันที่ ๘ - ๙ ก.ย. ๕๕ ลงข่าวหน้า ๓ เรื่อง Best-ever Biennale as record audiences engage with the unexpectedพร้อมภาพประกอบชิ้นงานศิลปะชื่อ Anything Can Break โดย พิณรี สัณห์พิทักษ์ (PinareeSanpitak) ทำให้ผมเห็นความเปลี่ยนแปลงของศิลปะร่วมสมัย ในยุค ไอที ใต้ภาพชิ้นงานศิลปะใน นสพ. เขาอธิบายดังนี้ “Connecting people…PinareeSanpitak’sstormcloud-like installation, Anything Can Break, at the recently revamped MCA, triggered sounds as viewers move underneath it.”
ชิ้นงานศิลปะร่วมสมัยแบบนี้ต้องใช้กระแสไฟฟ้า ใช้ sensor และ interactive technology อย่างอื่นประกอบ ทำให้เราเสพงานศิลป์โดย ๒ ประสาทสัมผัสในเวลาเดียวกัน คือจักษุ และโสต
ผมเดาว่า ต่อไปจะมีชิ้นงานศิลปะ ที่ผู้ชมชื่นชมผ่านประสาทสัมผัสเพิ่มขึ้น คือกลิ่น และกายสัมผัส (คลำหรือลูบ)
ทำให้คิดต่อว่าศิลปะที่ไม่ครบถ้วนถาวรหรือคงทนในตัว อย่างภาพวาด ภาพถ่ายและงานประติมากรรม ต้องขึ้นกับปัจจัยที่ไม่คงทน เช่นไฟฟ้า และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อย่างผลงาน Anything Can Break นี้จะมีความเป็นตัวของตัวเองได้อย่างไร ผมเดาเอาเองว่างานแบบนี้สร้างสรรค์ขึ้นสำหรับนิทรรศการ เพื่อดึงดูดความสนใจของคนแบบชั่วครูยาม ไม่ใช่ศิลปะเพื่อความดื่มด่ำ กระตุ้นอารมณ์ประณีตงดงาม
ผมภูมิใจที่ผลงานศิลปะของศิลปินไทยได้รับการกล่าวถึงในบทความนี้ถึง ๒ คน อีกคนหนึ่งคือ NipanOrannivesnaและยิ่งดีใจที่จำได้ว่าคุณพิณรีเป็นลูกสาวของผศ. นพ. พิสิษฐ์ (ผู้ล่วงลับ) - รศ. พญ. เนตรเฉลียว สัณห์พิทักษ์ อดีตคณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นทั้งสองท่าน
วิจารณ์ พานิช
๘ ก.ย. ๕๕
ที่ห้องรับรองผู้โดยสารสายการบิน แควนตัส ซิดนีย์