เมดอินไตแลนด์......แบรนด์ไตเราเอง....
ทำกันจนเก่ง เรามีแต่ของดีๆ
วิดยุนาฬิกา เตารีดพัดลมหม้อ จอทีวี
ยุคสมัยนี้เป็นกทม. เมืองที่บ้าบอๆ
(เฮ้ย..อย่าไปว่าเขาน้าาา)
เวลาผมไปหาซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า ไปที่ร้านในเมือง ผมจะเลือกยี่ห้อที่ไม่เป็นที่รู้กันดีว่าเป็นต่างชาติ พอตัดสินใจว่าจะซื้อก็จะถามคนขายทำนองว่า “ไอ้ยี่ห้อนี้มันแปลก ไม่เคยได้ยิน ของไทยหรือของนอกเนี่ย” (ผมนิยมไปซื้อตามร้านเล็กๆ ที่เจ้าของเป็นคนไทย (ส่วนใหญ่เชื้อสายจีน) โดยไม่ไปร้านค้าปลีกต่างชาติ)
ทุกครั้งจะได้รับคำตอบว่า “ของนอกแท้ครับพี่”
ผมเลยบอกว่า “งั้นไม่เอาหรอก เพราะอยากได้ของที่ทำในไทยน่ะ อยากช่วยอุตสาหกรรมไทย “
พอได้ยินดังนั้นคนขายมักจะพลิกลิ้นทันทีว่า “แหะ ๆ ความจริงแล้วของพวกนี้ชิ้นส่วนนอก แต่ประกอบไทย ทั้งนั้นแหละครับ “ ถามต่อว่าชิ้นส่วนมาจากไหน ก็มักบอกว่า ไต้หวัน เป็นหลัก
ผมเค้นต่อว่า ..ของไทยที่ชิ้นส่วนก็ทำในไทยด้วยมีไหม ก็ได้รับคำตอบว่า ก็ไอ้พวกยี่ห้อนอกทั้งหลายแหล่นั่นแหละครับ ตอนนี้ทำชิ้นส่วนในไทยเกือบทั้งหมด !!!
ผมอยากเสนอไว้เป็นแนวคิดสำหรับคนมีหัวธุรกิจว่า ให้เปิดร้าน MITL (made in Thailand) เป็นห้างสรรพสินค้า แบบ โลตัส เพียงแต่เราขายเฉพาะสินค้าที่ผลิตในไทยเท่านั้น ขายทุกอย่างตั้งแต่ตุ้มหูยันตู้เย็น ผมเชื่อว่าจะขายดี เพราะเชื่อว่ายังมีคนรักชาติโง่ๆแบบผมอยู่มากหลายในแผ่นดินนี้ เปิดออกมาขายรับรองว่าขายดีแน่ แถมยังขายสินค้า “รักชาติ” อื่นๆ ได้อีกมาก
วันนี้สบู่ ยาสีฟัน กระดาษชำระ ผ้าอนามัย ถุงยางอนามัย ผงซักฟอก เตียงนอน ดินสอ ปากกา รองเท้า แว่นตา ยาแก้ปวดท้อง วิดยุ ทอทัด หาของไทยแทบไม่ได้เลย ทั้งที่เรามีเทคโนโลยีทำได้หมด แต่คนไทยดูถูก หาว่าเป็นของเพื่อนร่วมชาติ
เช่นวิดยุธานินทร์ ที่ผมเล่าให้ฟังแล้ว เสียงดีกว่าของญี่ปุ่นในสมัยนั้น แต่ต้องเลิก หันไปสร้าง “แบรนด์” ใหม่ ทอทัดก็เช่นกัน ไม่รู้ว่าวันนี้เปลี่ยนมาเป็น DiStar หรือปล่าว ผมซื้อมาใช้ 1 เครื่อง ถามคนขายก็ไม่แน่ใจว่ามาจากไหน ผมดูหลังเครื่องหาว่าเมดอินอะไร ก็ไม่มีการระบุ .... แสดงว่าเมดอินไตแลนแหงๆ เพราะถ้าทำจากเขมร ลาว พม่า เขาคงประทับตราด้วยความภูมิใจในชาติเขาไปแล้วแหละ
...คนถางทาง (๖ ตค ๕๕)
When I was in BKK last month, I looked for magnets made in Thailand. I found a magnet making company in Samutprakarn. But on further enquiry, I was told -- it is Chinese owned and BOI makes it more profitable than in China.
[What I want magnets for? To build a sort of 'steam-jet modules'. More on that later ;-) ]
จริงๆ ยี่ห้อ "ธานินทร์" (Tanin) นี่ดีมากเลยครับ สร้างเป็น international brand ได้เลย สะกดง่ายและอ่านง่ายมากครับ
เห็นเดี๋ยวนี้ยี่ห้อนี้ไปทำของถูกๆ ขายเสียแล้ว ถ้าผมมีเงินทุนผมอยากซื้อยี่ห้อมาทำ tablet ขายเหลือเกินครับ
"Tanin Tablet - Proudly Made in Thailand"
ตัวเครื่องอาจสั่งทำจากจีน (เพราะเขาทำได้ถูกมากๆ แล้ว) แต่ระบบปฎิบัติการใช้ Android ที่ customize ให้สอดคล้องกับการใช้งานของคนไทยอย่างเต็มที่ครับ เดี๋ยวนี้ต้นทุนจากจีนประมาณ $50 ต่อเครื่อง ขายสักเครื่องละ 3,000 บาทก็น่าจะกำไรได้ดีครับ
คิดเล่นๆ ครับ คนคิดไม่มีทุน คนมีทุนไม่คิด (เพราะทำอย่างอื่นรายได้ดีกว่า)
ดร. ธ. คิดได้ดีครับ เห็นด้วยมากๆ
ผมว่ามันไม่มีเวทีที่จะให้นักคิด กับนักลงุทนมาพบกัน แบบตลาดนัดทางความคิด ในยุคนี้มันน่าทำอะไรได้มากกว่านี้
ผมเสนอว่าให้ออก "Go To Rich" ขึ้นมาสักหน้า แล้วประกาศไปให้ก้องประเทศ ให้นักคิดมาโพสต์ นักลงทุนมาอ่าน แต่ต้องมีกติการเรื่องการรักษาความลับ การพิทักษ์สิทธิในการคิดค้น
แทบเล็ดจีนแดงนั้น มีคนเอามาให้ผมใช้ ราคา 2500 แต่เมื่อปีก่อน แต่ผมไม่ได้ใช้ เพราะแก่แล้ว ตามองไม่เห็นครับ
เอ่อ... แต่ปัจจุบันนี้ผมจ้าง programmers และ designers ชาวอินโดนีเซีย อเมริกัน และสวีเดนครับ พวกนี้รับงานจากผมแบบ freelance ทั้งนั้นเลยนะครับ ค่าจ้างต่อชั่วโมงแพงกว่าคนไทยหลายเท่าตัว แต่หนึ่งชั่วโมงของเขาทำงานได้มากกว่าคนไทย (จากประสบการณ์ที่ผมเคยจ้าง) ทำงานหนึ่งวัน (เผลอๆ จะมากกว่าคนไทยทำงานหนึ่งสัปดาห์)
ก็ไม่ภูมิใจเท่าไหร่ครับ แต่จ้างงานแบบนี้ได้งานและไม่ทุกข์ต้องทำงานเองมากเหมือนเมื่อก่อนครับ
ถ้าจะให้ผม customize Android ให้สอดคล้องกับการใช้งานของคนไทยเต็มที่ผมทำได้นะครับ แต่ผมต้องใช้โปรแกรมเมอร์ต่างชาติ ถ้าให้ผมใช้โปรแกรมเมอร์ไทยผมไม่รู้ว่าผมจะทำได้หรือเปล่าครับ
ไม่ได้ว่าโปรแกรมเมอร์ไทยไม่ดีนะครับ น่าจะเป็นที่ผมไม่มีความสามารถบริหารจัดการโปรแกรมเมอร์ไทยก็ได้ครับ ก็คนอื่นเขาทำงานออกมาได้ บริษัทต่างชาติมาตั้งในประเทศไทยใช้โปรแกรมเมอร์ไทยก็เยอะครับ
เฮ้อ... ไมรู้ว่าความดีไม่ดีอยู่ตรงไหนครับ รู้แต่ว่าตอนนี้งานเดินและสบายใจก็พอแล้วครับ
เป็นความคิดที่ดีมากครับ
สำหรับร้าน MITL (made in Thailand)
ผมขออุดนุนเป็นคนแรกเลยครับ
I can't help but ask
why Thai programmers do not come up to "your" expectation? What are their failings? Are these results of their training/learning (at university)? Will you consider hiring Thai programmers for (25-50% of) your workforce and giving them opportunities to reach "your" expectation (or perhaps 'global quality')?
I think there are many positive steps we can offer to Thai programmers (and software systems developers) for our and their benefits at the same time. If people always go and get foreign technologies for every piddling thing they do, what would happen to Thai developed technologies?
Come on let us do a bit more work -- put down what we want in details including how we will test the deliverables -- and let Thai technologists rise up to meet the challenge.
You are in a position to do this and you don't then all hopes are doomed!
คุณ Sr ครับ ที่จริงแล้วผมพยายามพัฒนาเด็กไทยมาหลายปีด้วยหลากหลายวิธีครับ ถ้าเล่าทั้งหมดนี่ยาวมากแน่นอนครับ ก่อนหน้านี้ผมถึงขั้นว่าไม่จ้าง "เด็กกรุงเทพฯ" หรือคนที่มาจากครอบครัวที่มีโอกาสทางสังคมและเศรษฐกิจสูงด้วยซ้ำครับ พยายามกระจายงานมายังเด็กที่ผมเห็นว่าด้อยโอกาสกว่าคนอื่นครับ
แต่ปัญหาของเด็กไทยที่ผมเจอสรุปโดยคร่าวๆ ได้สองอย่างครับ อย่างแรกคือทักษะในการเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองจะน้อยมากและขาดความพยายามในการเรียนรู้ครับ อย่างที่สองคือทัศนคติที่มีต่องานครับ ในเรื่องทัศนคติที่มีต่องานนี้มีในรายละเอียดหลายประเด็นเหมือนกันครับ อาทิเช่น หากเราเริ่มไว้ใจมอบหมายงานให้เขาหรือเขาเริ่มทำงานบางอย่างให้เราได้แล้ว เขาจะมองว่าเราต้องพึ่งพาเขาและเริ่มต่อรองกับเราทันทีครับ ในบางกลุ่มเขามองงานแค่ผ่านไปวันๆ ไม่ได้มองที่จะพัฒนางานหรือพัฒนาตัวเองในงานที่เรามอบหมายให้มีคุณภาพที่ดีครับ (แต่ถ้าเกิดทำได้ขึ้นมาก็จะต่อรองทันทีอีกเหมือนกัน)
ด้วยข้อจำกัดเหล่านี้ทำให้งานตกหนักกลับมาที่เรา เรียกได้ว่า delegate งานจริงๆ แทบจะไม่ได้เลยครับ ในขณะที่ตอนนี้ที่ผมจ้างชาวต่างชาติผมสามารถ delegate งานได้จบแทบไม่มีงานวนกลับมาให้ทำเองครับ
ผมไม่แน่ใจว่าปัญหาอยู่ตรงไหน หากให้เดาและพูดออกไปก็จะกลายเป็นการสร้างความขัดแย้งเสียเปล่าๆ ตอนนี้ผมยอมรับว่าผมขาดความสามารถในการพัฒนาคนทำงานด้านเทคโนโลยีของไทยให้มีคุณภาพในระดับสากลได้ครับ ผมตัดสินใจว่าผมขอทำงานในส่วนอื่นที่ทำได้ดีกว่าครับ
ผมเองก็เจอมามาก ส่วนใหญ่ทักษะต่ำ ความพยายามก็ต่ำ อย่างที่ดร. ธ. ว่า แต่บางคนก็เก่งเหลือเชื่อ แบบว่า self motivated สถิติผมใน 100 คน ให้ A 5 B 7 C20 D30 ที่เหลือ F มันเป็นความล้มเหลวของการศึกษาไทยทั้งระบบ ตั้งแต่อนุบาลยันพีเอชดีครับ วันนี้ผมอยากเป็นทีี่ปรึกษา รมว. ศึกษามากที่สุด ผมว่าผมมีทางออก คือต้องปรับวิธีการ และ พฤติกรรมการเรียนรู้ นั่นเอง เรียนวิชาให้น้อยลง 2 เท่า แล้วเอาเวลาไปคิดค้นทดลองมากขึ้น (ครูก็เหนื่อยน้อยลงสองเท่า มีเวลาสอดส่องพฤติกรรมนักเรียนมากขึ้น)