การเรียนรู้ศิลปะ..คุณค่าไม่ได้อยู่ที่คะแนน แต่อยู่ที่ทักษะภาคปฏิบัติ ที่ทำให้นักเรียนซาบซึ้งและกล้าแสดงออก

                     สื่อศิลป์สร้างสรรค์...ที่บ้านหนองผือ

       นับตั้งแต่เปิดภาคเรียนของปีการศึกษา ๒๕๕๕ ผมเองเป็นกังวลเกี่ยวกับการเรียนการสอนสาระศิลปะศึกษา เนื่องจากเป็นสาระวิชาที่นักเรียนทำคะแนนได้น้อย แต่ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่คะแนน อยู่ที่ทักษะภาคปฏิบัติของนักเรียน ทำอย่างไรเด็กจะเข้าใจ ซาบซึ้งและกล้าแสดงออก   เมื่อหันมามองดูข้อมูลครู ก็พบว่าไม่มีครูทันใดจบ หรือผ่านการอบรมด้านศิลปะเลย

       ผมใช้เวลาช่วงพักกลางวัน ประชุมครูและนักเรียนไปพร้อมๆกัน ขอความร่วมมือให้แบ่งเวลา"แลกเปลี่ยนเรียนรู้"และสร้างผลงานศิลปะอย่างต่อเนื่อง ค่อยๆคิด ค่อยๆวาด งานศิลปะ เป็นทักษะ ต้องทำบ่อยๆอย่างต่อเนื่อง จินตนาการต้องใช้ประสบการณ์และเวลา จะช่วยเสริมพลังสมองและลดความก้าวร้าว

      มีโอกาสก็จะบอกครูว่า ผมจัดซื้อสี Pentel oil pastels ซึ่งเป็นสีคุณภาพดี และส่วนหนึ่งก็ขอรับบริจาคจากภาคเอกชนด้วย ได้มามากพอที่จะใช้ได้หลายปี ขอให้ครูสอนให้เต็มที่ นักเรียนก็ใช้สีกันตามสบายไม่ต้องซื้อ

     ผมจะนิเทศติดตามเรื่องนี้ สังเกตและประเมินผลงานตลอดมีจังหวะก็จะให้ความรู้โดยรวม เติมเต็มในส่วนที่ขาดหาย จากการสอบถามผู้รู้ และดูหนังสือศิลปะ ทั้งๆที่ผมเองวาดรูปไม่เป็นแต่สนใจขั้นเทพ..นำเรื่องราวมาบอกครูและนักเรียน

      "นักเรียนอย่ากลัวที่จะใช้สี ต้องกล้าใช้ กล้าลอง อย่าขี้เหนียว อย่ากลัวสิ้นเปลือง เล่นและระบายไปตามอารมณ์ที่ชอบ คิดตามไปด้วย ให้มีความสุขกับงานที่ทำ"

       "งานศิลปะที่แท้จริง ไม่ใช่วาดเหมือนของจริง..หรือวาดแบบศิลปินมืออาชีพ..สวยของเรา อาจไม่เหมือนของใคร เราพอใจที่ใช้สีแปลกใหม่ คนดูภาพเราแล้วยิ้มมีความสุข นั่นแหละ..ใช่"

       "เด็กไทยอย่างเรา..เลิกเสียที วาดรูปทีไร ก็เห็นภูเขา ดวงอาทิตย์ ต้นมะพร้าว ท้องนา ทะเล และเรือใบ..ขอให้เป็นแค่ความทรงจำในอดีต ต่อไปนี้อยากวาดอะไร วาดเลย เน้นลงสีให้สว่างเจิดจ้า จากภาพเล็กไปหาภาพใหญ่ ที่มีรายละเอียดมากขึ้น..ข้อสังเกต อย่าลืม จะให้แสงเข้าด้านไหน ด้านนั้นสีต้องสดใส สว่างชัดเจน  ภาพด้านหลัง หรือไกลออกไปสีจะต้องอ่อนและจาง ต้องรู้จักใช้สีจากเข้มไล่ไปหาสีอ่อน"

       บอกครูว่าที่เหลือเป็นหน้าที่ของครูแล้วล่ะ ที่จะเสริมเติมแต่งศิลปินน้อย ให้เขามีทักษะและมีใจรักงานศิลป์ อย่าให้เป็นเหมือน ผอ. ที่เกิดมาจากครอบครัวที่ยากจน ตอนเป็นเด็กจะซื้อสีแต่ละกล่อง ยังยาก พอมีแล้วก็ใช้ประหยัด หมดแล้วยืมเพื่อนก็เกรงใจ กลัวเขาจะดูถูกดูแคลน เวลาใช้สีไม่เหมาะสมครูเขาก็ไม่สนใจ จะยกยอปอปั้นแต่เด็กที่เป็นเลิศ..ครูเราต้องช่วยกล่อมเกลาให้เด็กเป็นศิลปินทั้งโรงเรียนเลยนะ ..ตามความแตกต่างของแต่ละบุคคล (อาจไม่สวยเหมือนกันหมด)

      สัปดาห์สุดท้ายก่อนปิดภาคเรียน ชวนครูและนักเรียน มา เรามาวาดรูปกัน ไม่มีการแข่งขัน ไม่มีคะแนนให้ แต่ขอให้ทำกันสุดฝีมือ ครูอยืนยันว่าจะนำภาพติดบอร์ดทุกภาพ ลงมือเลย

      "ครูครับ ทำไมครูไม่ให้ผมเขียนชื่อบนภาพล่ะครับ"

      "ศิลปินมืออาชีพ เวลาจัดแสดงภาพ จะเขียนชื่อภาพ และชื่อคนวาดภาพ ไว้ใต้ภาพ แต่ภาพที่ดี เราจะสื่อสารกันด้วยอารมณ์และความรู้สึกจากสีและความคิดที่คนวาดภาพแต่งแต้ม..รู้สึกพอใจแล้ว ค่อยมาดูว่าใครเป็นคนวาด ดังนั้น ชื่อเอาไว้ด้านหลังก็ได้"

        นักเรียนคนที่ถามผม ทำท่าจะเข้าใจ แต่พอเดินจากไป ยิ้มแหยๆ แล้วเอามือเกาหัว..ตกลงเขาเข้าใจไหมเนี่ย

เรื่องเล่าจากโรงเรียนเล็ก
www.bannongphue.com