ช่วงวันเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสได้ดูแลเด็ก ๆแบบเต็ม ๆ เหมือนได้เด็ก ๆเป็นครู

โดยเฉพาะ “น้องทิว”

เป็นภาพสะท้อนของหนูที่ปฏิบัติต่อครู แบบว่า

“ไม่เชื่อ ไม่ฟัง ไม่ทำ ไม่หนี”

หนักเข้ารอคอยป่วน

สังเกตจากความสามารถการปีนป่าย และเทคนิคการถ่ายโอนน้ำหนักตัว เชื่อว่า

ถ้าฝึกให้ทำอะไรประมาณกายกรรม หรือ กิจกรรมเคลื่อนไหวแบบท้าทายคงจะดี

หนูนึกถึงความซนของตนเองที่ชอบปีนป่าย วิ่งเล่นขึ้นลงคลองน้ำแห้ง ๆ สมัยเด็กแบบหวาดเสียว

ปีนต้นไม้เล่น หนูอาการหนักถึงขั้นชอบปีนต้นไม้ขึ้นไปอ่านหนังสือ เพราะลมมันเย็นและเป็นสมาธิดี

พ่อแม่รู้ ท่านก็ห่วงค่ะ

ตอนนั้นก็ไม่มีใครเอาอยู่

มาตอนนี้ถึงได้เข้าใจ “พ่อแม่ที่ท่านห่วง”

กรรมไม่ต้องรอชาติหน้าเลยเจ้าค่ะ

ความสภาวะเหวี่ยง ๆที่เด็กส่งมา หนูก็ส่งไปหาครูเช่นกัน

พอได้เห็นกระจกสะท้อนแบบนี้ ข้างในหนูก็เริ่มเข้าใจ ปัญหาที่จิตหนูสร้างขึ้นเจ้าค่ะ

ในความวุ่นวายก็มีการยอมรับมากขึ้น เข้าใจครูมากขึ้นว่า เข้าใจพ่อแม่มากขึ้นว่า

ทุกสิ่งทุกอย่างที่ครู และพ่อแม่ทำ

คือ ความปรารถนาที่ดี คือ สิ่งที่ดีที่สุดที่มอบให้ลูกอย่างไม่มีประมาณ