อ.คิมเบอร์ลี พาวเมอร์ (Kimberly Palmer) ตีพิมพ์เรื่อง '17 steps to make your money last a lifetime' = 17 วิธี(ขั้นตอน/สเต็พ)ทำเงิน(ของคุณให้เหลืออยู่-มากพอใช้ตลอดชีวิต) = 17 วิธีทำเงินให้อยู่กับเนื้อกับตัว(เรา)" ในเว็บไซต์สำนักข่าว U.S.News & Yahoo Finance, ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ
ธรรมชาติของเงินอย่างหนึ่ง คือ "มีแรงดึงดูด", ถ้าไม่มีการป้องกันที่ดี เช่น วินัยทางการเงินการคลัง ฯลฯ, เงินก้อนน้อยๆ จะถูกดูดเข้าสู่เงินก้อนใหญ่ โดยผ่านช่องทางแห่งการ "รั่วไหล" ออกไปจากกระเป๋า(คนชั้นกลางและคนจน)เสมอ
ยุคนี้เป็นยุคที่คนเรามีโอกาสอายุยืนขึ้น ทว่า... อายุยืนก็เหมือนกับเรื่องอื่นๆ ในชีวิต คือ ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ
อายุที่ยืนยาวขึ้นมักจะมาพร้อมกับค่าใช้จ่ายหลังเกษียณที่แพงมากขึ้น โรคหลายอย่างมากขึ้น เช่น เบาหวาน ความดันเลือดสูง ทรัพย์จาง ฯลฯ
การออมเงินไปพร้อมๆ กับการออมสุขภาพจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้คนเรามีชีวิตหลังเกษียณดีขึ้น(มาก)
อ.พาวเมอร์ ผู้เขียนหนังสืออีบุ๊ค 'How to Live 100 ebook' = "วิธี(เอาตัวรอด)อยู่ให้ถึง 100 ปี" แนะนำวิธีทำเงินให้อยู่กับเนื้อกับตัวเราไว้ดังต่อไปนี้
(1). ให้ลองคำนวณว่า เราน่าจะมีค่าใช้จ่ายขั้นต่ำหลังเกษียณเท่าไร เช่น ค่าอาหาร ค่าที่พัก ค่ายา ค่ารถ ฯลฯ, นำไปคูณด้วยอายุที่น่าจะเป็นไปได้
- คำนวณอายุขัยที่น่าจะเป็น (ภาษาอังกฤษ) - ถ้าคำนวณหลายวิธี ให้นำมาหาค่าเฉลี่ยดู > live to 100; upenn.edu; canadian business; social security; amp.com.au; uwic.ac.uk
- แบบทดสอบอายุขัย (ภาษาไทย) > แบบทดสอบอายุ; ป่วยทางใจ-อายุสั้นลงกี่ปี
- ถ้าใช้ไหมขัดฟันทุกวัน, ให้บวกอายุ 3 ปี > วิธีใช้ไหมขัดฟัน; วิธีใช้ไหมขัดฟัน; วิธีใช้ไหมขัดฟัน
(2). วิธีประมาณเงินที่ต้องมีหลักเกษียณขั้นต่ำ คือ ให้นำรายได้ทั้งปี (หรือรายได้ทั้งเดือนคูณ 12 = รายได้ทั้งปี)
วิธีนี้น่าจะคิดจากอายุเกษียณที่ 60 ปี และอายุขัยเฉลี่ยคนส่วนใหญ่ = 72 ปี, นำมาลบกัน จะได้ 12 ปี
ถ้าเป็นผู้หญิงคงต้องบวกอีก 4-6 ปี = 5 ปี เนื่องจากผู้หญิงส่วนใหญ่อายุยืนกว่าผู้ชาย
- รายได้ทั้งปี x 12 ปี = เงินออมขั้นต่ำ
- เงินออมขั้นต่ำอย่างน้อย = 20% ของรายได้
(3). ใช้สิทธิ์ในการลดภาษีเงินได้ เช่น ซื้อประกันชีวิตสะสมทรัพย์กับออมสิน (ประหยัดกว่าซื้อผ่านบริษัทที่ใช้นายหน้ามาก), ซื้อกองทุนรวมที่มีสิทธิ์นำไปลดภาษี ฯลฯ
(4). ออมทรัพย์ผ่านกองทุนเพื่อการเกษียณ เช่น กบข., กองทุนประกันสังคม, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ฯลฯ
สิงคโปร์มีระบบประกันสุขภาพที่ดีที่สุดในโลก คือ ถ้าใครใส่ใจสุขภาพดี ไม่อ้วนไม่ป่วย และไม่ใช้สิทธิ์ในการรักษาพยาบาลในช่วงเวลาทำงาน จะมีเงินเก็บ บวกกำไรจากการบริหารกองทุนรวม ไม่หักภาษี จ่ายให้หลังเกษียณ หรือจะฝากให้กองทุนบริหารต่อหลังเกษียณก็ได้
(5). ศึกษาหาความรู้เรื่องการลงทุน และกระจายการลงทุนหลายรูปแบบ เช่น ซื้อกองทุนรวมแบบผสม สมัครเป็นสมาชิกสหกรณ์ ฯลฯ ไม่ฝากธนาคาร 100% (ยุคนี้เป็นยุคดอกเบี้ยต่ำกว่าเงินเฟ้อ ยิ่งฝากนาน... ค่าเงินยิ่งลดลง)
ถ้าสมัครเป็นสมาชิกสหกรณ์... อย่าไม่ค้ำประกันหนี้คนอื่น (บอกไปเลยว่า แม่ไม่ชอบให้เป็นหนี้), ถ้าค้ำประกันหนี้... ต้องถือว่า เราเป็นหนี้ร่วม และนำยอดหนี้อย่างน้อย 1/2 มาลบออกจากเงินออมทันที
(6). ช่วงอายุ 20s-30s (20s = 20-29; 30s = 30-39; รวม = 20-39 ปี)
ช่วงอายุไม่เกิน 35 ปีเป็นช่วงที่เงินจะ "รั่ว" ออกจากกระเป๋าเราได้มากที่สุด สังเกตได้จากประเทศที่มีคนวัยนี้จะมีการจับจ่ายใช้สอยสูง เศรษฐกิจโตเร็ว
การอยู่ให้รอดในวัยนี้ให้ได้... เริ่มจากการไม่เป็นหนี้เกินตัว (มีหนี้เท่าไร... ให้หักหนี้บวกดอกเบี้ย+ค่าทวงหนี้ ออกจากเงินออมทันที)
ถ้าเป็นคนใจอ่อนหรือใจง่าย (จ่ายเก่ง), อย่าเพิ่งใช้บัตรเครดิตจนกว่าอายุจะเกิน 35-40 ปี (ช่วงอายุ 40 ปีขึ้นไป, คนเรามักจะรอบคอบขึ้น ขี้เหนียวขึ้น มีโอกาสได้ประโยชน์จากบัตรเครดิตมากขึ้น)
ถ้าใช้บัตรเครดิตก่อนอายุ 40 ปี... ควรจำกัดวงเงินให้ต่ำสุดๆ เข้าไว้ เช่น ไม่เกินรายได้ 1 เดือน ฯลฯ และอย่ามีเกิน 1-2 ใบ
พระอาจารย์ท่านหนึ่งสอนไว้ดี คือ ให้ฝึกมองตึก (อาคาร บ้าน) ว่า เป็น "แท่งหนี้-ไม่ใช่บ้าน จนกว่าจะผ่อนหมด", ให้ฝึกมองบัตรเครดิตว่า เป็น "แผ่นหนี้พกพา-ไม่ใช่เงิน"
(7). ช่วงอายุ 40s-50s = 40-59 ปี
ช่วงนี้เป็นช่วงที่คนส่วนใหญ่จะมีรายได้สูงกว่าช่วงอื่นๆ จึงควรลงทุนเผื่อชาติหน้าไว้ โดยการเลี้ยงดูหรือตอบแทนพระคุณคุณแม่คุณพ่อ ญาติผู้ใหญ่ หรือครูบาอาจารย์ตามสมควร
คนที่สอนลูกหลานให้ประหยัด และมีวินัยเรื่องเงินตั้งแต่เด็กจะช่วยประหยัดเงินหลังเกษียณได้มาก เพราะคนที่มีญาติกลายพันธุ์เป็นพยาธิ (ไม่รู้จักหาเงินเอง ขอเงินพ่อแม่ไปไม่รู้จบ) จะลำบากมากในวัยหลังเกษียณ
การลงทุนที่น่าจะเรียกได้ว่า คุ้มค่ามากๆ ในวัยนี้ คือ หัดพูดคำ "ขอโทษ-ขอบคุณ-ขอบใจ", หัดกล่าวชมการทำดีของคนอื่น (ชมการกระทำสำคัญกว่า มีอานุภาพมากกว่าชมบุคคล)
ลงทุนทำความดีเล็กๆ บ่อยๆ เช่น บริจาคเลือด ช่วยมดตกน้ำ ให้อาหารสัตว์ ฯลฯ ในวัยนี้จะช่วยป้องกันการมองโลกในแง่ร้าย ซึ่งพบบ่อยในคนวัยกลางคนขึ้นไป และเพิ่มเสี่ยงกลุ่มอาการ "พ่อแม่กำพร้าลูก"
คนสูงอายุที่จนด้วย ขี้บ่นด้วย จะเสี่ยงต่อการถูกทอดทิ้ง มีลูกก็จะกลายเป็น "พ่อแม่กำพร้าลูก"
การลงทุนเพื่อสุขภาพจะคุ้มทุนสุดๆ ในวัยนี้ โดยเฉพาะการซื้อจักรยานแบบไม่มีเกียร์กับหมวกกันน็อคจักรยาน กับรองเท้าวิ่ง
วิธีเดินให้ดี คือ ค่อยๆ ฝึกเดินให้เร็วขึ้น โดยสวมรองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าวิ่ง งอข้อศอกเล็กน้อย นับจำนวนก้าวต่อนาที แล้วค่อยๆ ฝึกเดินให้เร็วขึ้นทีละน้อย จนเกิน 100 ก้าว/นาที
ถ้าปั่นจักรยานออกกำลังอยู่กับที่ก็ควรฝึกปั่นให้เร็วขึ้นทีละน้อย จนเกิน 100 รอบ/นาทีเช่นกัน
การปั่นจักรยานหรือเดินให้เร็ว 20 นาที เช้า-เย็น, ขึ้นลงบันไดตามโอกาส 4 นาที/วัน จะช่วยป้องกันโรคได้ดีมาก
และอย่าลืม... ฝึกเปลี่ยนข้าวขาวเป็นข้าวกล้อง, เลิกดื่มน้ำหวาน-น้ำอัดลม, เปลี่ยนน้ำผลไม้เป็นผลไม้ที่ไม่หวานจัดทั้งผล เพื่อป้องกันเบาหวาน, ทำกับข้าวกินเองอย่างน้อย 1 มื้อ/วัน
เรียนเสนอรัฐบาลนำวิธีทำกับข้าวไทยพื้นฐานเข้าเป็นหลักสูตรภาคบังคับ เพื่อให้คนไทยมีสุขภาพดี และประหยัดในระยะยาว
การเรียนรู้วิชาช่าง เช่น วิธีทำกับข้าว วิธีซ่อมก๊อกน้ำ(งานประปา), ช่างไม้ ฯลฯ จะช่วยประหยัดได้มาก โดยเฉพาะยุคนี้เป็นยุคที่สายช่าง-อาชีวะจะขาดแคลนมากขึ้น (ตรงกันข้าม, คนจบปริญญาจะตกงานมากขึ้นทั่วโลก)
(8). 60s and up = 60-69 ปีและมากกว่านั้น = 60 ปีขึ้นไป
การลงทุนหลังเกษียณที่ดีที่สุดอย่างหนึ่ง คือ อย่าเกษียณเร็ว... มีการศึกษาหนึ่งพบว่า คนที่เกษียณเร็วมีอายุสั้นลง ซึ่งอาจเป็นเพราะขาดการเข้าสังคม ไม่ได้ทำงานร่วมกับคนอื่น หรืออยู่กับบ้านแล้วเดินน้อยลง เคลื่อนไหวร่างกายน้อยลง
ถ้ามีงานทำหลังเกษียณได้จะช่วยลดโอกาสช็อตเงิน หรือขาดเงินหลังเกษียณได้มาก
แม้แต่งานอดิเรก เช่น ปลูกพืชสวนครัว หัดทำถั่วงอก (ถ้าทำกิน 1-2 สัปดาห์/ครั้ง จะดีกับสุขภาพมาก) ฯลฯ ก็จะช่วยประหยัดได้มาก
วัยเกษียณเป็นวัยที่ต้องป้องกันโจรภัยมากเป็นพิเศษ โดยการทำบ้านให้แข็งแรง ไม่ควรมีหน้าต่างชั้นล่างมากเกินไป (สถิติในสหรัฐฯ พบว่า โจรเข้าบ้านทางหน้าต่างชั้นล่าง 70%) และล็อคประตู-หน้าต่างให้เป็นนิสัย โดยเฉพาะก่อนนอน
วัยนี้เป็นวัยที่ต้องระวังภัยคนลวง โดยเฉพาะคนแปลกหน้าที่เข้ามาให้ความช่วยเหลือ จำไว้ว่า "ของฟรีไม่มีในโลก"
ถ้าจะใช้บัตรเครดิตในวัยนี้ก็ควรลดวงเงินลง และใช้อย่างรอบคอบมากขึ้น... กล่าวกันว่า เด็กกับคนแก่นั้นคล้ายกัน คือ ถูกหลอกได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ทั่วๆ ไป
ขอบคุณครับ