วันอาทิตย์ที่ 23 กันยายน 2555

กราบสวัสดีค่ะครู

                เมื่อคืนเดินจงกรมได้นิดหน่อย ใจหนูไปติดล็อคความน้อยใจก็เข้าไปนั่งได้แป๊บเดียวมันก็เอนตัวลงนอน ทั้ง ๆที่หันไปทางจงกรมครู ครูยังเดินอยู่ ศีลข้อ ๑ ด่างพร้อยเพราะน้อยใจครู ทั้งๆที่ตนเองผิดแต่ไม่ยอมรับผิด ตื่นขึ้นมาตีสองกว่าลงมาเดินจงกรมได้สองสามรอบหลับทั้งท่าเดินอีก ก็มีอาการเจ็บใจตนเอง เข้ามานั่งมีความรู้สึกว่าอะไรกันนักหนากับตนเอง ก็ตะแคงนอนเลยเจ้าค่ะ ได้ยินเสียงระฆังทำวัตรเช้าดังขึ้นลงขึ้นมากราบพระทำวัตรเช้า นั่งภาวนาต่อ อ.เอ๋ มาเรียกไปทำกับข้าวจึงออกไป จัดแจงอาหารเช้าดูจะสบาย ๆ เพราะ อ.เอ๋ วางแผนไว้ค่อนข้างดี หนูจุดไฟปิ้งปลาร้า และเช้านี้หนูจึงได้หัดทำราดหน้า แม้จะทราบกันว่าหลวงปู่ไม่อยู่แต่ทุกอย่างเราก็จะยังทำ หนูหุงข้าวไว้ หลังจากทุกอย่างเสร็จก็เดินเข้ามาข้างใน หนูรู้สึกมีเรื่องค้างอยู่เยอะมากกับตนเอง นั่งเขียนบันทึกย้อนหลัง เขียน CD ให้ อ.เอ๋ อยากเย็บสไบให้เด็ก ๆ พอระลึกถึงว่า เวลาไม่มีแล้ว ใจนี้มันค่อยจะยอม ลิสสิ่งที่ค้างคาขึ้นมาเจ้าค่ะ แสดงให้เห็นกับตนเองว่า

“เจริญมรณสติไม่เป็นเลยประมาทมาก”

เข้ามาข้างในทุกอย่างพลิก หลวงปู่อยู่ที่วัด หนูประหลาดใจตอนที่ครูเรียก ไม่ได้ยินตอนที่ครูเรียกหนูได้ยินเฉพาะตอนที่ครูเรียกน้องภัส พอได้เวลาไปลานธรรม หนูชักช้า แต่ครูก็เมตตากระตุ้น เป็นเด๋อ ๆ ด๋า ๆ กับตนเอง

สังเกตตนเองเห็นว่า พอข้อวัตรบกพร่องเวลาเข้าไปหาครูก็จะเป็นอาการกลัว ๆเหวี่ยง ๆเจ้าค่ะ

พอพาเด็ก ๆ ล้างบาตรเสร็จ ออกมาครูให้เข้าไปพัก จึงเข้าทางจงกรมภาวนาสวดโพฌชงค์ถวายหลวงปู่แล้วก็มาซักผ้า ทั้งของหนูและและเสื้อของครูที่ประคบติดขมิ้นตั้งใจทดลองกับตนเองว่าจะซักออกไหม ปรากฏว่าซักได้

ตากผ้าอยู่ครูโทรมาให้ไปช่วยสอนแทน

รู้สึกสะกิดในใจว่า “มีอะไรเกิดขึ้นนะ”

แต่ลึกๆหนูเชื่อครู ให้ทำอะไรหนูก็ทำ และจะทำให้เต็มที่ เดินสวนทางกับครู พอมาเจอเด็ก ๆ นั่งกับพระอาจารย์ หนูไม่แน่ใจจึงเดินอ้อมไปข้างหลังครัวเจอ แม่ออก นั่งทานข้าวบ้าง นั่งทำน้ำปานะบ้าง นั่งล้างเห็ดบ้างเจ้าค่ะ ก็เข้าไปเห็นเด็กๆผู้หญิงกำลังออกจากศาลาเดินไปถามทราบว่า “ครูให้เข้าไปข้างใน” ก็ตามนั้น เหลือเด็กผู้ชาย กับน้องเนย ก็ชวน ๆ กันมารวม ๆ แล้วก็คุยเรื่องลูกประคบถามไปถามมา เมื่อวานไปทำงานถวายพระอาจารย์ จึงค่อย ๆ ทบทวนกันใหม่

ครูโทรมาสอบถาม รับทราบถึงความห่วงใยและใส่ใจของครู

การสอนเด็ก ๆ หากเอาอะไรไปกะเกณฑ์กับเขามา คนสอนก็จะรู้สึกทุกข์

การได้อยู่กับเด็ก ๆ ทำให้นึกย้อนถึงความแสบ ซน ของตนเองในวัยเด็ก ก็รู้สึกเข้าใจเขามากขึ้นค่ะครู

พอใกล้เวลาอาหารให้เด็ก ๆ ไหว้พระ หลายคนเรียกร้องนอนสมาธิ ฟังนิทาน จึงหยิบหนังสือนิทานมาให้อ่าน คิดว่าเป็นภาพจำที่น้อง ๆเคยประทับใจตอนที่น้องภัสพาทำ สักพักหนึ่งได้เวลาอาหาร จึงลุกไปช่วยกันจัดเตรียมสถานที่คนละไม้คนละมือ แล้วน้องกอก็มา จึงให้ไปเรียกน้องบิ๋มและตาลที่อยู่ข้างใน

เด็กๆทาน ราดหน้าอย่างเอร็ดอร่อย แต่หลายคนก็เลือกที่จะไม่ทาน

พอครูออกมาก็ให้หนูไปพัก จึงมานั่งคุยถอดบทเรียนกับน้องภัสว่า 9 วันนี้เป็นยังไงกันบ้าง

สักพักน้องดุ่ยเข้ามา ดูนาฬิกาได้เวลาแล้ว จึงเก็บของแล้วก็เดินออกไป ถึงปากทางน้องมาอีกบอกว่าเอาเสื้อประคบครูไปด้วย หนูไปจับ “มันยังไม่แห้ง”

หนูแว๊บขึ้นมารู้สึกตัวเหม็น จึงขอให้น้องภัสช่วยรีบเสื้อให้แห้ง แล้วหนูก็ล้างตัว แต่ใส่เสื้อชุดเก่า

กลิ่นตัวยังติดเสื้อ แต่ก็ดีขึ้นหน่อย

ทบทวนกับตนเอง วันที่ครูบอกว่า “กลิ่นสาบน้อยลงเพราะว่า สามวันไม่ได้ทานข้าว”

แต่พอเริ่มทานอาหารกลิ่นตัวก็กลับมา อาหารอาจจะเป็นปัจจัยหนึ่งแต่อารมณ์หนูก็เหวี่ยงมากอยู่

แต่ไม่ปรารถนาให้ครูได้ทุกข์เพราะกลิ่นตัวของหนู พอมาถึงศาลาครูให้เตรียมการต่าง ๆ ได้แม่กุลมาช่วย

แม่ออกแต่ละท่านรู้สึกคึกคักกระตือรือร้น ช่วยกันค่ะ

การที่ครูมาร่วมด้วยเป็นเหมือนเป็นที่พึ่งทางใจเป็นหลักให้หนูได้ปฏิบัติภารกิจรับใช้ หนูรู้ว่าครูรู้ว่าหนูยังหวั่นไหวในการทำหน้าที่แต่พอมีครูทำให้หนูมีพลัง มีกำลังใจ

ภาพที่หนูองเห็น ขณะที่แม่ออกที่มารักษาศีลนอนในท่าสบาย เด็ก ๆประคบให้บ้าง สลับกันประคบบ้าง ประคบตนเองบ้าง แล้วก็ปรากฏความรู้สึก “ทึ่งกับตนเองว่า”

“ครูทำได้อย่างไร คิดได้ยังไงที่เอาคนเหล่านี้มารวมกัน ให้เกิดภาพแบบนี้”

“สุดยอด”

หนูเพลิน รู้สึกว่าข้างในเบาสบายไม่มีขุ่น แล้วมีความรู้สึกอิ่มๆอยู่ข้างในค่ะ

ยิ่งพอครูให้แม่ออกได้ร่วมอนุโมทนากับสิ่งที่หนูได้ทำ ก็มีปีติ และได้เอ่ยให้แม่ออกอนุโมทนากับครูด้วยแม่ยังติด ๆ ขัดๆเพราะหนูก็ไม่ค่อยจะเคยทำเช่นนี้ค่ะ แต่ก็รู้สึกว่า “เพราะครู สิ่งดี ๆ เหล่านี้จึงเกิดขึ้น”

สักพักน้องกิ่งวิ่งตามมาด้วยรอยยิ้มพร้อมกับกระดาษแล้วบอกว่า

“น้าติ๋วค่ะ กิ่งวาดให้น้าติ๋วค่ะ หนูแทบไม่ได้มองภาพเลยค่ะครู ด้วยความที่ไม่ได้ละเอียดของตนเอง

แต่ความรู้สึกที่น้องส่งผ่านมา กับความรู้สึกที่ใจหนูรับได้ มันน่าทึ่งมาก หนูทึ่งมีเสียงข้างในว่า

“รับได้แล้ว ความรักที่บริสุทธิ์”

หนูรู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้ ความรักบริสุทธิ์แบบนี้อยู่รายล้อมหนูมาตลอด เพราะหนูเรียนรู้อยู่กับครู ครูเป็นผู้ที่เปี่ยมไปด้วยความรัก

ครูมาคลี่ให้ตอนหลังว่าที่เมื่อก่อนไม่เคยเห็นไม่เคยรับได้เพราะหนูเสียสละไม่เป็น เพราะใจหนู

“เห็นแก่ตัว”

เมื่อก่อนไม่ยอมรับแต่พอครูพาสำรวจเข้าไปในใจว่าที่ผ่านมาหนูแค่

“ทำตามคำสั่งครู”

แต่ใจยังมีสภาวะต่อต้าน ขุ่นมัว อัด ๆ อยู่ข้างใน แต่ก็ทำ  นั่นคือ เส้นทางการเรียนรู้ที่อดทน ทั้งครูและก็หนู

มาถึงตอนที่เขียนบันทึกรู้สึกอย่างนี้จริง ๆ ว่า

“นี่ไง คือ ผลของการอดทนเรียนรู้”

เรายังคิดดีไม่ได้แต่แรก แต่ถ้าเชื่อครู เชื่อเหมือนหมู เหมือนหมา ทำไปก่อน

เมื่อมีปัญญาก็จะเข้าใจเอง ตลอดเส้นทางกว่าหนูจะรู้จักคำว่า

“เสียสละ จนครูให้ผ่าน”

ครูก็อดทนกับหนูมาเยอะจริง ๆ กราบขอบพระคุณเจ้าค่ะ

ระหว่างไปเก็บของเด็ก ๆ ช่วยไปขนน้อง ๆน่ารักมากเหมือนครูให้รางวัล เสพพลังบริสุทธิ์ของเด็ก ๆ อีกครั้ง

น้องมาช่วยทั้งขนของและพยุงใจหนูค่ะครู

ครูเมตตาให้เป็นธุระเอาภาพใส่กรอบ จากรูปทั้งหมดหนูเปิดดูเพียงภาพในกระบอกรู้สึกชอบมาก แล้วครูก็มอบให้หนูในตอนหลัง เป็นเหมือนรางวัลของการเรียนรู้ รวมถึงเงินที่ครูให้มาเป็นเหมือนสิ่งหล่อเลี้ยงในเส้นทางการเรียนรู้ของหนู ครูไม่ได้เลี้ยงดูหนู แต่ภายในเท่านั้น ครูดูแลหนูในทุกสิ่งทุกอย่างจริง ๆเจ้าค่ะ

กลับมาถึงบ้านหนูก็รู้สึกผ่อนคลาย แต่ก็หลับเจ้าค่ะ ศีลข้อ 4 และการรักษาสัจจะของหนูต้องแก้ไขอีกมาก แต่ก็พอมีความเปลี่ยนแปลงให้มีกำลังใจในการก้าวเดินบนเส้นทางนี้

ครูให้ทบทวนว่า สอบผ่านอะไรแล้วบ้างก็นับได้ว่า 2 เรื่อง คือ ศรัทธาและเสียสละเจ้าค่ะ