สรุปความเข้าใจ(จากที่เรียน) :
Ø นิยามของคำว่า กฎหมาย จะมีอยู่ 3 อย่าง คือ
1. เหตุผลที่ถูกต้อง แต่บางครั้งการใช้กฎหมาย ก็ไม่ถูกต้องตามเหตุผลเสมอไป
2. ความเชื่อของชุมชน(จิตใจประชาชาติ) ซึ่งเป็นความเชื่อที่คนปฏิบัติกันมายาวนาน
3. เหตุผลของผู้ปกครอง(คำสั่งของรัฏฐาธิปไตย) โดยจะขัดกับข้อ 1 และข้อ 2 ไม่ได้ เช่น กรณี กกต.เป็นต้น
แต่ทั้งนี้ทั้งนี้ กฎหมายไม่ได้ขึ้นอยู่ที่อำเภอใจของผู้ปกครองและสิ่งที่ทำให้ธุรกิจปลอดภัยที่สุดก็คือ กฎหมายนี่เอง โดยกฎหมายแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ คือ
1. กฎหมายจารีตประเพณี(ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร) เมื่อกำหนดออกมาแล้วจะต้องมีการปฏิบัติตาม เช่น การกำหนดให้ทุกวันจันทร์ ประชาชนชาวไทยควรพร้อมใจกันใส่เสื้อเหลือง เพื่อเฉลิมฉลองที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองราชย์สมบัติครบ 60 ปี
2. หลักกฎหมายทั่วไป ถูกพัฒนามาจากสิ่งที่เรียกว่าถูกต้อง โดยมาจากกฏหมายที่เป็นลายลักษณ์อักษรและกฎหมายจารีตประเพณี
3. กฏหมายของรัฐสภา
Ø กฎหมาย จะมี 2 ประเภท คือ
1. กฎหมายภายในประเทศ จะเป็นกฎหมายที่บังคับใช้เพื่อควบคุม/คุ้มครองประชาชนหรือผู้ประกอบธุรกิจภายในประเทศ
2. กฎหมายระหว่างประเทศ จะเป็นกฎหมายที่มีการทำข้อตกลงร่วมกัน ระหว่างประเทศที่เข้าร่วม เช่น WTO เป็นต้น ในการตกลงระหว่างประเทศจะเรียกว่า สนธิสัญญา ซึ่งจะเป็นกฎหมายที่เป็นลายลักษณ์อักษร แต่ที่จริงแล้วนั้นกฏหมายที่ใช้ระหว่างประเทศก็อาจจะเป็นแบบไม่มีลักษณ์อักษรก็ได้
Ø กฎหมายจะต้องมีแนวคิดที่มีสัจนิยม คือ รับฟังความคิดเห็น ในการออกกฎหมายจะต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์ทางกฎหมาย โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
1. นิติสัมพันธ์ตามกฎหมายเอกชน คือ เป็นนิติสัมพันธ์ที่เป็นเรื่องระหว่างเอกชนกับเอกชน
2. นิติสัมพันธ์ตามกฎหมายมหาชน คือ เป็นนิติสัมพันธ์ที่เป็นเรื่องระหว่างเอกชนกับรัฐ ซึ่งตามความหมายของมหาชนในที่นี้จะเป็นกฎหมายของรัฐธรรมนูญ
Ø กฎหมายภายในรัฐ คือ กฎหมายที่ใช้บังคับนิติสัมพันธ์ภายในรัฐ ใช้บังคับดินแดนภายในรัฐ
Ø กฎหมายระหว่างประเทศ แผนกคดีบุคคล คือ กฎหมายที่ใช้บังคับนิติสัมพันธ์ของเอกชน
จากที่เรียนและสรุปความเข้าใจแล้ว ทำให้นึกถึงเรื่อง :
นึกถึงเรื่อง กรณีการซุกหุ้นของ พ.ต.ท. ดร. ทักษิณ ชิณวัตร และเรื่องที่ตระกูลชินวัตรและดามาพงศ์ตัดสินใจขายหุ้นชินคอร์ป บิ๊กล๊อตมูลค่ากว่า 7.3 หมื่นล้านบาท ให้กับกองทุนเทมาเซคจากสิงคโปร์ ซึ่งในตอนนั้นกลุ่ม 27 สว. อ้างว่ามีหลักฐานหลายประการที่บ่งชี้ว่า พ.ต.ท. ดร. ทักษิณ ชิณวัตร ยังถือครองอำนาจ ครอบงำจัดการหุ้นชินคอร์ปอยู่ตลอด และในตอนนั้นคิดว่าถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริง นายกฯก็ตกที่นั่งผลประโยชน์ทับซ้อน มีการใช้อำนาจหน้าที่ความเป็นนายกฯเอื้อประโยชน์ต่อตัวเองและเครือญาติ
ในกรณีนี้ถือว่าผู้ปกครองหรือผู้กุม/รอบรู้ทางกฎหมาย ใช้กฎหมายในทางที่ผิด หรือพยายามหาวิถีทางที่หลีกเลี่ยงความผิดทางกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลใดๆ ของผู้ปกครองก็ไม่ควรขัดกับเหตุผลที่ถูกต้องและความเชื่อของชุมชน อีกทั้งไม่ควรนำมาเอื้อให้เป็นประโยชน์ต่อตนเองอีกด้วยถ้าคิดจะทำธุรกิจ จะสนใจธุรกิจใด :
ธุรกิจที่สนใจจะเป็นธุรกิจบริการ : เสริมความงาม(สปา) ที่สนใจธุรกิจนี้เพราะว่า ในปัจจุบันผู้บริโภคไม่ว่าจะเป็นเพศหญิงหรือเพศชายเริ่มใสใจในสุขภาพกันมากขึ้น และธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่ค่อนข้างจะไปได้ดี เนื่องจากสภาวการณ์ในปัจจุบันประชากรที่เป็นวัยทำงานมีเพิ่มมากขึ้น และการเหนื่อยล้าจากการทำงานย่อมเกิดขึ้นในทุกคน ผู้คนส่วนใหญ่เริ่มมีความสนใจที่จะผ่อนคลายความเครียดและความเหนื่อยล้า ด้วยการหันมาใช้บริการเสริมความงามประเภทสปามากขึ้น จึงทำให้ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่น่าสนใจหากตนเองคิดจะทำธุรกิจ
ผมว่าพื้นฐานทางกฎหมายเป็นสิ่งที่ใช้หลักเหตุและผล
ธรรมดา แต่ที่บ้านเมืองทุกวันนี้วุ่นวายไปหมุด เพราะคน
ใ้ช้กฎหมายเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวเป็นส่วนใหญ่ จึงตี
ความกฎหมายเข้าข้างตัวเอง