
ศาลารำพึง
เป็นเพียงศาลาหลังเก่าเก่า
อยู่ไกลทางเท้าทางรถผ่าน
คอยคนมาเยือนอยู่เนิ่นนาน
จากบ้านสู่เมืองใหญ่ไกลตา
เคยคลอคู่อยู่เคียงระเบียงนี้
ร่มเงาที่บดบังรังรักข้า
ยะเยือกเย็นยะยวบไหวไกวอุรา
ระรื่นตาระริกเสียงสำเนียงนาง
มาวันนี้คู่ของเจ้ามาลืมข้า
มิเคยมาอยู่คอยปล่อยรกร้าง
เถาวัลย์เลื้อยปีนป่ายทับถมทาง
ให้อ้างว้างหมองหม่นคนเกรงกลัว
จึงเป็นเพียงศาลาหลังเก่าเก่า
เป็นศาลาคนเศร้าเก่าข้างรั้ว
เป็นตำนานรักหวานคนลืมตัว
ที่เมามัวอยู่ไหนไกลกลางกรุง
ขอลาแล้วคนคู่เคยอยู่ข้าง
เราก็ต่างห่างเหินเกินยากยุ่ง
ปลายชีวิตคงหมดแรงจะแต่งปรุง
ต่างก็มุ่งสู่พื้นดินสิ้นอาลัย
เป็นเพียงศาลาหลังเก่าเก่า
รอคนเขารื้อถอนเป็นขอนไม้
เป็นก้อนถ่านเป็นท่อนฟืนเผาไฟ
เผาตำนานรักให้เจ้าลืมเลือน.
...............
ลุกขึ้นแต่งกลางดึกคืนวันที่ 10 กันยายน 2555
ด้วยความคิดถึงศาลาริมทางแห่งหนึ่ง
ขอบคุณภาพจาก กลูเกิ้ล
พ.แจ่มจำรัส
ปลายชีวิตคงหมดแรงจะแต่งปรุง
ต่างก็มุ่งสู่พื้นดินสิ้นอาลัย
อารมณ์ศิลปินมาเยือนจึงลุกขึ้นมาแต่งกลอนเพราะๆตอนดึก
จึงเป็นเพียงศาลาหลังเก่าเก่า
เป็นศาลาคนเศร้าเก่าข้างรั้ว
เป็นตำนานรักหวานคนลืมตัว
ที่เมามัวอยู่ไหนไกลกลางกรุง
จินตนาการได้เยี่ยมจริงๆค่ะ
เห็นแล้วคิดออกมาเป็นกลอนนี่เก่งจริง ชลัญมิสามารถ
น่าเสียดายครับ