วันศุกร์ ที่ 7 กันยายน 2555
กราบสวัสดีค่ะครู
ตื่นเช้าขึ้นมาบนรถโดยสารมองออกไปภายนอก เริ่มสว่าง เป็นการหลับลึกที่รู้สึกสบายกับตนเองแม้จะเป็นบนรถ ระลึกหลับตากับตนเองทำวัตรเช้า ภาวนาแล้วก็หยิบหนังสือ "อินเดียจาริกด้านในที่ติดมือมาขึ้นมาอ่าน" พอพี่โอตื่นท่านก็บอกว่าใกล้ถึงแล้ว ลงหน้าปากซอยพี่โอเมตตาเข้าไปเอารถให้หนูเฝ้ากระเป๋าจึงเอาแปรงสีฟันมาแปรงฟันเตรียมตัวออกเดินทางกับชีวิตวันนี้ เป็นเวลาจะไปจังหันพอดีค่ะครู จึงชวนพี่โอไปแวะตลาดกัน ระลึกว่าอย่างน้อยๆก็เป็นโอกาสที่ชวนพี่โอไปวัดได้ฟังธรรมจากหลวงปู่ เพียงแค่รู้สึกว่ามาถึงยโสธรก็เหมือนมาถึงบ้านมาถึงวัด ข้างในมีความสว่างเบิกบาน แต่แปลกค่ะครูเหนือตรงนั้นไปรู้สึกมีอะไรหนักๆทับมาช่วงบน สำรวจเข้าไปถามตนเองอย่างสงสัย เอะ ใจหนูก็สบายอยู่แล้วที่หนักๆคืออะไรของใคร หันไปที่พี่โอพอได้สบตาแล้วคุยทราบว่า "ท่านเป็นห่วงสามี"สามีทำกับข้าวรอ ท่านเองก็บอกว่า พี่ก็อยากไปวัด ไปหาอาจารย์เอ๋และหมออ้อด้วยพี่โอเป็นคนจิตใจดีมากค่ะครูเสียสลุมาส่งหนูทั้งๆที่มีหน้าที่ หนูเสียอีกที่มีความกังวลและคิดไม่ดี พอพี่โอมาส่งก็ยินดีที่จะได้อยู่รับพรจากหลวงปู่ระหว่างทางหนูก็ติดต่ออาจารย์เอ๋ ตอนแรกหนูว่าจะไปนั่งรับข้าวเลย ด้วยใจที่ไม่อยากมานั่งฝั่งนี้เพระเป็นความไม่เคยชินที่ในใจหนูปรากฏความกลัว ใจเพ่งโทษครูขึ้นมา ว่าเป็นการเลียนแบบไหม ตอนแรกคิดว่าครูอาจจะติดงาน หนูว่าจะมานั่งเป็นเพื่อนพี่โอก็ไม่ต้องทานข้าวอีกวัน พิจารณาเรื่งชุดตนเอง แม้เวลามีจำกัดชุดที่พึงสวมก็ควรจะเป็นชุดที่เหมาะกับสถานที่ จึงเข้าไปเปลี่ยนค่ะ ออกมาเจอครูหนูก็ยังเด๋อ แต่อดทนเอาพอถวายอาหารแล้วรับพรจากหลวงปู่เสร็จ หนูเดินหาโบโซ่แต่ก็ไม่เจอโทรก็ไม่ติด ครูเปรยๆว่า"มันดีแต่อึดอย่างเดียวไม่มีปัญญา ศรัทธาก็ไม่มี"หนูยิ้มแห้งๆเพราะว่าก็รู้สึกว่าจริงลงจากศาลาไปซื้อของมาเตรียมกับข้าวกับ ดร.เอ๋ และพี่สันทัด พาท่านแวะซื้อต้นไม้ ซื้อของให้น้องภัส ให้พี่ๆกดตังี์แล้วก็พาไปไหว้แม่ของครูได้ทานเสาวรสผสมฟักข้าว รู้สึกดีขึ้น เพราะเราอดกันทุกคน เหมือนครูส่งมาให้เติมพลังเลยเจ้าค่ะ ซื้อของสดครบแล้วแต่ อ.เอ๋ท่านอยากได้เม็ดทานตะวัน เพราะเห็นหนูกับน้องชอบทาน และตั้งใจซื้อมาเผื่อกัลยาณมิตรี่จะมาด้วยกว่าจะได้กลับก็บ่ายมากเจ้าค่ะ แวะเก็บดอกไม้ที่บ้านแม่กุล เก็บได้ว่าพอประมาณหนึ่งพวง พอเข้ามากในสำนักแม่ชี ฝนก็ตก หนูจัดแจงทำความสะอาดกุฏิทั้งๆที่ล้า สำรวจในตนเองเพราะใจหนูมีกังวล สาดไปที่ อ.เอ๋และพี่สันทัด ซึ่ง อ.เอ๋กับหนูคล้ายกันตรงจุดที่ใจร้อน และราคะเยอะเห็นท่านก็เหมือนเห็นตนเองเจ้าค่ะพยายามทำความสะอาดกุฏิให้ดีที่สุด. แต่ก็ลืมหยิบกุญแจกุฏิครูเข้ามาจึงทำระเบียงไปก่อนได้เรียนรู้ว่าถ้าเผลอก็พลาด แต่พลาดก็แก้ไขใหม่แบบใช้ปัญญากุญแจกุฏิเก่าคุณยายยุแม่ชีหญิงให้ไปถามคุณยายที่นา จึงเดินไปถามท่านเจ้าค่ะฝนปรอยๆเดินตั้งสติไปกับตนเอง กราบเรียนถามท่าน ท่านบอกว่า อยู่กับแม่มีซึ่งไปทุ่งนาที่ห่าออกไป ครานี้ความกังวลวูบเข้ามาแล้วก็บอกตนเองว่า "ทำเท่าที่ทำได้" เก็บของตรงระเบียงไปก่อน จับการทำหน้าที่จัดแจงครูมอบให้ช่วยกันกับน้องภัส เสร็จแล้วก็มากรองน้ำปานะที่ได้จากแม่ครูม่ถวายหลวงปู่หนูกวาดและลากใบไม้ ไม่ทันเสร็จครูก็มาชวนไปกราบหลวงปู่หนูวิ่งไปล้างตัวอย่างรวดเร็วอาบน้ำเพราะทั้งวันไม่ได้อาบ การได้กราบหลวงปู่เหมือนฟังธรรม ฟังเทศน์กัณฑ์ใหญ่ ครูและหลวงปู่เมตตาสอนหลายเรื่อง ตอนนอยู่ในกุฏิตั้งใจภาวนาหายใจฟังอย่างตั้งสติพอเข้ามาข้างในพี่ๆเข้ากุฏิ หนูเอาชุดให้พี่พาเพราะท่านบอกว่าไม่มี ตอนแรกว่าจะออกไปเตรียมกับข้าวแต่ดูเหมือนพี่ๆมีข้อสงสัยเลยว่าจะอยู่ดูแลก่อนพอครูมาย้ำหนูจึงรู้ว่าบกพร่องจึงไปเตรียมช่วย อ.เอ๋จนได้เวลาทำวัตรเย็นครูมาเรียกใจยังรู้สึกร้อนอยู่ภายในค่ะ แต่อดทนเอาพอทำวัตรเสร็จเข้ามา ครูให้หนูไปนวดให้เหมือนครูตั้งใจสอนให้ฝึกการใช้ปัญญา แล้วหนูก็พยายามนวดแบบที่พี่พิศมัยทำให้ดูแต่พอครูบอกว่า "ถ้าทำครบท่าแล้ว ช่วยนวดให้เราสบายหน่อย"เป็นสัญญาณว่ายังนวดไม่ดี ยิ่งนวดรู้สึกว่านิ้วบวม จึงใช้ศอก ครูชี้ให้เห็นว่่า"หนูนวดด้วยราคะ ไม่ใช่นวดด้วยเมตตา"ใจหนูไม่ได้รักครูเลย เห็นเข้าไปข้างใน หนูทรุดเลยเจ้าค่ะครูดีกับหนูขนาดนี้ แต่หนูไม่รู้จักสำนึกในพระคุณครูซ้ำเข้าไปอีกว่า"ตามตื้ออาจารย์มากี่ปี""สี่ปีค่ะ""ตามตื้อเรามากี่ปี""สี่ปีค่ะ"ตามตื้อด้วยอะไรพอมาถึงตรงนี้หนูทรุดแบบหมดแรงนวดเพราะเสียงข้างในบอกว่า"ตามตื้อด้วยราคะ"เหมือนกิเลสมันกรีดร้องรับไม่ได้กับความชั่วที่ปรากฏครู ผ่าตัดใหญ่ลงจากกุฏิครูรู้สึกไม่ไหวกับตนเอง จึงเดินจงกรมก่อนเข้าเต้นเดินไปร้องไห้ไปมีทั้งเสียงด่่าว่าตนเองว่า"ถ้าแกจะมาแค่นี้ มาด้วยราคะ แล้วอยากได้รับการยอมรับ แกก็ไปไกลๆเลยไม่มีประโยชน์ อย่าให้ท่านเหนื่อยเสียเวลา จะเป็นบาปเสียเปล่า จะไปตายที่ไหนก็ไปอย่ามาทำตัวเป็นสัตว์นรกที่นี่"เหมือนอีกเสียงก็ตอบว่า"ไม่นะไม่ ใช่ฉันต้องการบางสิ่งบางอย่างจากครู แต่เป็นสิ่งที่สูงส่งกว่านั้น""ฉันปรารถนาการพ้นทุกข์ ต้องการการพัฒนาในจิตในใจตนเอง""หนูรู้ว่าหนูไปเองไม่ได้ ยังยืนด้วยตนเองไม่ได้เพราะยังโง่อยู่"แต่ข้างในมันก็ท้อแท้หมดแรง เดินไปน้ำตาไหลไป ไม่ใช่โกรธที่ถูกชี้ แต่ท้อท้อที่แก้ไขในตนเองไม่ได้เสียทีมันเลยนอนเลยเจ้าค่ะหมดสภาพ