ได้อะไรเมื่อไปเยี่ยมบ้านเด็ก
ผมไม่ได้เป็นครูที่ปรึกษาเสียหลายปี เพราะผู้บริหารท่านเห็นว่าผมเป็นหัวหน้างานหลายงานอยากให้พัก แต่ปีนี้ได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษา ซึ่งจริงๆแล้วผมชอบเพราะเหมือนเรามีลูกไว้แก้เหงา
ห้องที่ผมเป็นที่ปรึกษาคือม.๖/๒มีนักเรียนราวๆ ๔๐ คน มีครูที่ปรึกษา ๒ คน คือผมกับเพื่อนครูสาวอีกคน ผมตกลงแบ่งหน้าที่กับเธอว่าให้เธอดูแลด้านธุรการ ห้อง ผมจะออกเยี่ยมเด็กดูแลทุกข์สุขอื่นๆ แต่เราทั้งสองก็ร่วมกันรับผิดชอบ นักเรียนทั้งห้อง
ในภาคเรียนนี้ผมเริ่มทยอยออกเยี่ยมบ้านนักเรียนได้หลายบ้านแล้ว โดยใช้เวลาหลังเลิกเรียนตอนเย็นๆและวันหยุดเสาร์อาทิตย์ การไปเยี่ยมผมจะต้องให้ได้พบปะผู้ปกครองถ้าไม่มีผู้ปกครองอยู่ก็จะนัดหมายในโอกาสต่อไป
การเยี่ยมบ้าน ในช่วงที่ผ่านมาทำให้ผมได้อะไรๆมากมาย ได้พบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้ปกครอง ผู้ปกครองมีอะไรอึดอัดก็ระบายให้ผมฟัง ทั้งเรื่องส่วนตัว และเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทางโรงเรียน เช่นว่าโรงเรียนมีกิจกรรมมากเหลือเกิน นักเรียนไม่ค่อยอยู่บ้านเดี๋ยวไปทำงานกลุ่ม เดี๋ยวไปจัดนิทรรศการ ไปซ้อมเต้น ซ้อมกีฬา เรื่องนักเรียนก็มี บางคนก็ปรึกษาว่าจะให้ลูกไปเรียนต่ออะไรดี บ้างก็นินทา(ที่จริงพูดต่อหน้า)ลูกหลาน บ้างก็ชื่นชมลูกหลานให้ฟัง นี่เป็นเพียงตัวอย่างเล็กน้อย
แต่สิ่งหนึ่งที่ผม สะท้อนสะเทือนใจก็คือนักเรียนหลายคนน่าสงสาร และส่วนใหญ่เป็นนักเรียนหญิง คนที่หนึ่งแม่ตายอยู่กับน้า พ่อติดคุกเพราะฆ่าแม่ คนที่ ๒ อยู่กับยายตามลำพัง ๒ คนบ้านก็อยู่กลางทุ่งโดดเดี่ยว แม่ทำงานต่างจังหวัด พ่อไปมีเมียใหม่ คนที่ ๓ ดีหน่อยมีญาติดูแลหลายคน แต่ก็ไม่ได้อยู่กับพ่อและแม่ เพราะต่างก็แยกทางกันอีก คนที่ ๔ เป็นผู้ชายมีเพียงแม่ดูแลแต่การงานก็ไม่ค่อยมั่นคงรายได้ค่อยข้างน้อย คนที่ ๕ กำพร้าพ่อแต่มีฐานะดี
นักเรียนที่ผมไปเยี่ยมอีกหลายคนโชคดีที่มีทั้งพ่อและแม่อยู่ดูแลใกล้ชิด แต่บางคนก็ประสบปัญหาด้านสุขภาพเลือดน้อย มีอาการช็อกบ่อย เจ้าหน้าที่พยาบาลหรือคนที่ไม่เข้าใจจะหาว่าเธอเป็นโรคทางจิตเรียกร้องความสนใจ
การเยี่ยมบ้าน...ทำให้เราเข้าใจผู้อื่น และตัวเองมากขึ้นครับ
ขอบคุณทิมดาบมากครับ
ขอบคุณ ครูอ้อย และอ.นุ ครับ
ขอบคุณ อ.ขจิต เดือนตุลาคม ครูพิสูจน์จะไปทบทวนงานวิจัย ที่ ม.เกษตรครับ
ชื่นชมการทำงานของคุณครูและขอเป็นกำลังใจให้นักเรียนที่อยู่ในภาวะยากลำบากทุกคนครับ
ขอบคุณคุณสันติสุขครับที่มาให้กำลังใจ