ครูมอบหมายให้หนูฝึกตนเองผ่านการเขียนบันทึก และทุกๆวันครูไม่เคยหยุดเขียน หนูซะอีกที่ยังผลักวันประกันพรุ่ง ครูเคยชี้ว่า “กรรมเก่า” เพราะหนูไปเคยว่าอาจารย์ไว้ว่าชอบทำอะไรซ้ำ โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ว่านั่นคือ ข้อวัตรของท่าน
มาวันนี้พอจะฝึกฝนตนเองให้รักษากิจวัตรดี ๆ ก็ทำไม่สำเร็จสักที มีแต่ความท้อแท้ใจกับการเคลื่อนไป จนบางทีก็รู้สึกกับตนเอง เมื่อไหร่จะใช้กรรมหมดสักทีแล้วก็มีเสียงตอกย้ำว่า
“มันจะหมดได้ไง ก็มันไม่เลิกทำความชั่ว”
ทุกวันที่เฝ้ามองครู ทั้งผ่านบันทึก ผ่านการทำงานจริง
ครูเป็นเหมือนกระจกชิ้นงดงามที่สะท้อนเห็นใจของหนูที่มีตรงไหนยังมีรอยดำ ตรงไหนพอจะใสขึ้นมาได้บ้าง
เชื่อว่าแท้ที่จริง ทุกคนก็พอมีมโนธรรมในจริงใจ แต่เสียงไม่เข้มแข็งพอ ที่จะให้ลุกขึ้นมาทำความดี ครูเป็นภาพสะท้อน ที่ยืนยันมโนธรรมในจิตใจว่า “ทำได้ ก็ท่านทำอยู่”
ทำให้กล้าลุกขึ้นมาทำดี เพราะครูพาทำ พาทั้งหนูและผู้คนในการลุกออกมาเสียสละ ละความเห็นก่ตัว
เพราะเมื่อไหร่ที่เริ่มท้อ ก็จะถามตนเองว่า
“เห็นไหม ถ้าไม่ถอย สักวันก็จะพัฒนาตนเองได้ ก็ครูทำให้เห็น เพียรให้เห็นและเป็นกำลังใจให้เสมอๆ”
แม้บ่อยครั้งที่ครูเอ็ด ก็เพราะจิตหนูมันหยาบ เวลาท่านเอ็ด ท่านก็เอ็ดกิเลส
ให้กลับไปดูตนเอง แก้ไขตนเอง ก็เท่านั้นเอง
กราบขอบพระคุณครูค่ะ ด้วยพระคุณครู จึงพอจะหล่อเลี้ยงตนเองได้ ณ ปัจจุบัน
ครูคือ...คนตันแบบ(Role Model)...ไปแล้วนะคะ