ผมพยายามจะสลัดความเมื่อยล้าเพื่อจะลุกขึ้นให้ได้แต่ผมก็ไม่มีเรี่ยวแรงพอที่จะพลิกตัว เจ้าทอฟฟี่เข้ามาเลียที่มือไปมา

   หล้งฉีดยาเข็มที่2 ในวันศุกร์ที่ผ่านมา(เป็นเข็มแรกที่ฉีดด้วยตัวเอง) ทำให้ไม่ได้เข้ามาในG2K หลายวันและดูเหมือนความคิดอ่านมันจะห่างหายตามไปด้วย นึกไม่ออกจริงๆว่าจะเขียนอะไรดี เขียนแล้วลบ เขียนแล้วลบ เหมือนหาความมั่นใจไม่ค่อยได้

   แม้แต่บันทึกที่กำลังเขียนอยู่นี้ก็ออกจากระบบตั้งหลายครั้ง

   ไม่อยากจะคิดว่าเพราะผลข้างเคียงของยาเสียที่เดียวหรอก แต่อาจจะรวมถึงการห่างหายไปจากกระบวนการนึกคิดนานจนสมองตื้อคิดอะไรไม่ออกเสียมากกว่า

   หลังฉีดยาคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา กลางคืนนอนหลับตามปกติ เช้าภรรยาถามว่ารู้สึกอย่างไรบ้างก็บอกเธอไปว่ารู้สึกปกติดี ไม่ปวดหัวอย่างเข็มแรก

   หลังจากนั้นภรรยาก็ไปทำงาน ลูกสาวก็ไปเรียน ผมนำเสื้อผ้าที่ภรรยาปั่นทิ้งไว้ไปตาก กวาดบ้าน ถูบ้าน โดยใจคิดว่าหากทำงานเล็กๆน้อยๆแทนการนอนพักผ่อน อาจจะทำให้ลืมอาการที่กำลังมึนเวียนศรีษะอยู่ในขณะนั้น

   หลังกินข้าวเช้าผมนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ แขนที่ยกหนังสือพิมพ์อ่านนานชักเริ่มรู้สึกปวดเมื่อย เลยล้มตัวลงนอนบนโซฟา แล้วอ่านต่อ

   จนเผลอหลับไป

   มารู้สึกตัวอีกทีคือปวดหัวมาก ใจหนึ่งรับรู้ว่ามันคือผลของยา ไม่ต้องตกใจ แต่อีกใจหนึ่งพยายามจะลุกขึ้นเพื่อหายาแก้ปวดกินตามความเคยชิน

   ผมพยายามจะสลัดความเมื่อยล้าเพื่อจะลุกขึ้นให้ได้แต่ผมก็ไม่มีเรี่ยวแรงพอที่จะพลิกตัว เจ้าทอฟฟี่เข้ามาเลียที่มือไปมา

   ในที่สุดผมก็เอาชนะความอ่อนแอนั้นได้ ผมกินยาแก้ปวดหนึ่งเม็ดตามที่ต้องการแล้วกลับมานอนที่เดิม

   แต่อาการปวดหัวก็ยังปวดอยู่ และดูเหมือนจะปวดมากขึ้นๆ จนผมบิดตัวเอามือกุมหัวเพื่อจะคลายความปวดนั้น

   แล้วผมก็สะดุ้งตื่น คราวนี้ผมตื่นจากฝันจริงๆ ผมพยายามลุกขึ้นเพื่อหายากินตามที่ฝันไปเมื่อครู่นี้ อาการอ่อนเพลียอย่างในความฝันมันมากเกินจริงไปหน่อย ผมยังมีเรี่ยวแรงลุกขึ้นเดินเพื่อหายาแก้ปวดกิน

   แต่อาการปวดหัวนี้สิ มันปวดจริงแม้จะมากไปหน่อย ผมจะพยายามรับรู้มัน และผมจะสู้กับมันด้วยยาแก้ปวดอีกครั้ง

   หรือว่าผมยอมแพ้มันอีกครั้ง.....