บทที่ 1 ผ่านไป แบบง่ายๆ (ใครยังติดขัดก็ถามได้ครับ)

 

มาบทนี้ก็คงจะปูพื้นกันไปก่อน คือว่าเรื่องการกกันต่อ คราวที่แล้วพูดไป 3 การก คราวนี้มาต่อเสียให้จบ

 

1. การแจกรูปคำนาม ลงท้ายเสียงอะ (เรียกว่า อการานฺต) ยึด “เทว” เป็นแบบ ก็จะได้ดังนี้

 

การกที่

ชื่อการก

เอกพจน์

ทวิพจน์

พหูพจน์

หน้าที่

1

กรรตุการก

เทวสฺ  

देवस्

เทเวา  

देवौ

เทวาสฺ  

देवास्

ประธาน

2

กรรมการก

เทวมฺ   देवम्

เทเวา  

देवौ

เทวานฺ  

देवान्

กรรมตรง

3

กรณการก

เทเวน

देवेन

เทวาภฺยามฺ

देवाभ्याम्

เทไวสฺ

देवैस्

เครื่องมือ

4

สัมประทานการก

เทวาย देवाय

เทวาภฺยามฺ

देवाभ्याम्

เทเวภฺยสฺ

देवेभ्यस्

กรรมรอง

5

อปาทานการก

เทวาตฺ देवात्

เทวาภฺยามฺ

देवाभ्याम्

เทเวภฺยสฺ

देवेभ्यस्

แหล่งกำเนิด

6

สัมพันธการก

เทวสฺย देवस्य

เทวโยสฺ

देवयोस्

เทวานามฺ देवानाम्

ความเป็นเจ้าของ

7

อธิกรณการก

เทเว

देवे

เทวโยสฺ

देवयोस्

เทเวษุ

देवेषु

บอกตำแหน่ง

8

อาลปนะ หรือ

สัมโพธนะ

เทว    

देव

เทเวา  

देवौ

เทวาสฺ  

देवास्

คำร้องเรียก

 

การแจกรูปของนามนั้น จะดูเสียงท้ายเป็นสำคัญ ท้ายสระใด ก็จะเหมือนกันไปหมด (ในแต่ละเพศ) ยกเว้นบ้างก็น้อยมาก อันที่จริงมีวิธีที่จะจำง่ายกว่านี้ แต่ต้องเรียนสนธิก่อน ทีนี้ ถ้าจะรอเรียนสนธิให้จบ กว่าถั่วจะสุก งาก็คงจะไหม้ ดังนั้นท่องตรงนี้ไปก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยวก็จำขึ้นใจเอง ทำยังไงได้ อิๆๆ

 

2. คำศัพท์เพิ่มเติม (คงไม่ต้องแปลให้)

  1. ปุตฺร putra पुत्र
  2. วฺฤกฺษ vṛkṣa वृक्ष
  3. มิตฺร mitra मित्र
  4. อาทิตฺย āditya आदित्य
  5. ศิษฺย śiṣya शिष्य

มีศัพท์จำพวกหนึ่งที่ไม่ต้องแจกรูป ง่ายหน่อย ศัพท์ไม่แจกรูป มี 3 พวก คือ 1) อุปสรรค(เติมข้างหน้าคำอื่น) 2) ปัจจัย (เติมข้างหลังคำอื่น) และ 3) นิบาต (คำบอกเวลา สถานที่ อุทาน และคำเชื่อมต่างๆ)

 

ต่อไปนี้เป็นนิบาต  ลองท่องดูนะครับ

อทฺย        अद्य     adya    วันนี้

อธุนา      अधुना adhuna วันนี้

เอวมฺ       एवम्    evam    เช่นนั้น

เอว          एव        eva        นั่นแหละ, จริงๆ

จ             च         ca        และ

ตุ             तु           tu         แต่

อิติ           इति      iti        ว่า (พูดว่า เรียกว่า)

ปุนรฺ        पुनर्     punar   อีก, อีกครั้ง

อิห          इह         iha       ที่นี่, ในโลก

เห           हे            he        นี่แน่ะ (ใช้เรียก อาจวางหน้าคำการกที่ 8 ก็ได้)

 

3. หลักสนธิ

สนธิ คือการเชื่อมเสียง เมื่อคำสองคำอยู่ชิดกัน อาจกลมกลืนเสียงเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นพยัญชนะ หรือสระ แต่เรามาดูสระที่อยู่ใกล้กันก่อน

 

1) สระเดี่ยวที่เป็นเสียงแบบเดียวกัน (ได้แก่ อะ กับ อา, อิ กับ อี และ อุ กับ อู) ไม่ว่าสั้นหรือยาว เมื่ออยู่ใกล้กัน ก็สนธิกัน และกลายเป็นสระเสียงยาว เช่น จ+อทฺย = จาทฺย

 

2) หลักสนธิ ที่ต้องคำไว้ก็คือ ท้ายคำ จะมีพยัญชนะได้ไม่เกิน 1 ตัว (ไว้จะเล่าอีกในภายหลัง) 

 

4. เมื่อเขียนอักษรไทย หรือโรมัน เมื่อจบประโยค จะใส่จุด (.)  หากเขียนอักษรเทวนาครี จะใช้ขีดคั่น ()

 

แบบฝึกหัด

1. บอกนามรูปเดิม คำแปล การก และพจน์ของคำนามต่อไปนี้ (ทั้งหมด)

1) เทศานฺ

2) คฺราเมษุ

3) นราตฺ

4) นรโยสฺ

5) ราชสฺย

6) ปุรมฺ

7) อศฺวาภฺยามฺ

8) วานไรสฺ

9) อาทิตฺยาสฺ

10) วฺฤกฺเษษุ

 

2. จงแจกรูปนาม และบอกความหมาย

1) เทว, การกที่ 6, พหูพจน์

2) ราช, การกที่ 2, พหูพจน์

3) นร, การกที่ 7, ทวิพจน์

4) เทศ, การกที่ 4, เอกพจน์

5) อศฺว, การกที่ 3, ทวิพจน์

6) เมฆ, การกที่ 8, เอกพจน์

7) วฺฤกฺษ, การกที่ 1, พหูพจน์

8) มิตฺร, การกที่ 2, เอกพจน์

9) คฺราม, การกที่ 6, เอกพจน์

10) ปุตฺร, การกที่ 5, เอกพจน์  

 

3. จงแปล

3.1 แปลสันสกฤตเป็นไทย

1) อทฺย ตตฺร นเรา.

2) อศฺวานฺ จ วานรานฺ

3) คฺราเม อิห.

4) ตุ ราชาสฺ.

5) เห ปุตฺร.

 

3.2 จงแปลไทยเป็นสันสกฤต (กรณีมีมากกว่าหนึ่งคำ ลำดับคำใดก่อนก็ได้)

1) นี่แน่ะ ศิษย์.

2) ม้าทั้งสอง ที่นี่.

3) ม้าทั้งหลาย ของพระราชาองค์หนึ่ง

4) พระราชาหนึ่งองค์ และ อาจารย์หนึ่งคน

5) แด่พระอาทิตย์ทั้งหลาย นั่นแหละ.